เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานตามนโยบาย ด้านการผลิตกำลังคนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ในการลงพื้นที่ติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2563 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก โดยมี นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายอภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนผู้แทนภาคอุตสาหกรรมและสถานประกอบการ เข้าร่วมประชุม ณ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี จังหวัดชลบุรี












รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นพื้นที่สำคัญ ที่ภาคอุตสาหกรรมมุ่งเน้นการลงทุน พร้อมทั้งเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ซึ่งเชื่อมโยงกับการวางแผนการจัดการศึกษา ที่ได้นำแผนไปสู่การปฏิบัติ พร้อมนำปัญหาและข้อจำกัดมาบูรณาการแก้ปัญหาร่วมกัน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและทุนมนุษย์ ที่ตอบสนองความต้องการกำลังคนของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ และเพื่อให้ EEC เป็นพื้นที่ตัวอย่าง สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนมนุษย์ในพื้นที่อื่นของประเทศ
โดยการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ EEC ให้มีความพร้อม จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสถานประกอบการภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนการสอนและพัฒนากำลังคนอย่างจริงจัง ที่ไม่ใช่เพียงการรับเด็กเข้าฝึกประสบการณ์เท่านั้น ซึ่งการวางนโยบายต้องมีความชัดเจน และหลักสูตรต้องมีความยืดหยุ่น ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในสาขาอาชีพต่าง ๆ ได้ อีกทั้ง ต้องมีการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญและมีทักษะด้านภาษา ตลอดจนจัดหาอุปกรณ์การเรียนที่ครบครัน
สำหรับคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Human Development Center: EEC-HDC) ได้ร่วมกับสถาบันการอาชีวศึกษาและสถานประกอบการ พัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา โดยมุ่งเน้นให้เด็กจบการศึกษาแล้วมีงานทำ มีรายได้สูง โดยได้ทำการสำรวจความต้องการกำลังคนในตลาดแรงงานในพื้นที่ EEC ตอบโจทย์ภาคอุสหากรรม 10 ด้าน คือ อุตสาหกรรมการบิน, พาณิชย์นาวี, ระบบราง, โลจิสติกส์, การแพทย์ครบวงจร, หุ่นยนต์, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, ดิจิทัล, การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เพื่อจัดการศึกษาทั้งสายสามัญ อาชีวศึกษา รวมถึงหลักสูตรประกาศนียบัตรและการอบรมระยะสั้น<br>
“การประชุมในวันนี้จะจุดประกายให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ ในการเร่งดำเนินการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ EEC ในขณะที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาด้านเศรษฐกิจ จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 การสร้างทุนมนุษย์ที่เข้มแข็งต้องใช้เวลา การเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนการสอนก็ต้องใช้เวลาในการจัดซื้อ และการจัดสรรงบประมาณก็ต้องมุ่งเน้นในสาขาที่มีศักยภาพในการพัฒนา รวมถึงการมีความร่วมมือกับต่างประเทศ ในการร่วมกันสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย หากสามารถปลดล็อกและดำเนินการสิ่งเหล่านี้ได้เร็ว ก็จะสามารถพลิกหน้าประวัติศาสตร์อาชีวศึกษา ให้ยกระดับมาตรฐานทัดเทียมกับนานาประเทศได้ ” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.: รายงาน
24/8/2563

