นับย้อนเวลาไปเมื่อ 45 ปีที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2507 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เริ่มก่อตั้งและเปิดการสอนเป็นมหาวิทยาลัยในภูมิภาคแห่งแรกของประเทศไทย ตามนโยบายของรัฐบาล และเจตนารมย์ของประชาชนในภาคเหนือเพื่อเป็นศูนย์กลางทางวิชาการ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2508 ซึ่งในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสสำคัญตอนหนึ่งว่า
“เวลานี้เรากำลังต้องการคนดีมีปัญญาและมีความรู้ในด้านต่างๆ มาเป็นกำลังทะนุบำรุงบ้านเมืองเป็นจำนวนมาก เราจำเป็นต้องทำความเจริญให้แก่ประเทศและประชาชนให้ทั่วถึงเพื่อจะอยู่ในโลกอย่างผาสุกและมั่นคงปลอดภัยต่อไป”ซึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้น้อมนำมาปฏิบัติและยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยตราบจนทุกวันนี้
จากวันแรกของการเปิดการเรียนการสอน จนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 45 ปี ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เผยแพร่องค์ความรู้ผ่านการถ่ายทอดประสบการณืทางวิชาการ เพื่อสร้างบัณฑิตซึ่งเป็นบุคลากรคุณภาพ ให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศจากรุ่นสู่รุ่น
ในปี 2552 ถือเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปี ของการสถาปนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยตลอดระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง โดยได้ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และความเป็นเลิศทางวิชาการ เป็นผู้นำตัวอย่างในบริบทการบริหารจัดการศึกษา การวิจัย การเป็นผู้นำแก่ชุมชนในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนการให้บริการทางวิชาการแกสังคม
การผลิตบัณฑิตที่มุ่งเน้นคุณภาพเป็นคนดี มีความรู้ ตามความต้องการของสังคม
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ การพัฒนาการจัดการเรียนการสอน การผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้ได้บัณฑิตที่พึงประสงค์ตามความต้องการของสังคม โดยเน้นการสร้างมาตรฐานคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะของบัณฑิต ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเฉพาะ “การเป็นผู้มีความรู้จริง คิดเป็น ปฏิบัติได้ และสามารถครองตน ครองคน และครองงาน ด้วยมโนธรรมที่ดีต่อสังคม”นอกจากนี้ยังมุ่งส่งเสริมการศึกษาแก่นักศึกษาในลักษณะของการเรียนรู้ตลอดเวลา (
มหาวิทยาลัยเชีงใหม่ นับได้ว่าป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) ด้านการจัดการเรียนการสอนและการผลิตบัณฑิต คือ มีความหลากหลายของสาขาวิชาการและวิชาชีพเปิดการเรียนการสอน ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและคุณธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคมและแวดวงวิชาชีพอย่างกว้างขวาง ทั้งในระดับปริญญตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก มาแล้วทั้งสิ้น 123,679 คน นอกจากนี้ยังส่งเสริมการสนับสนุนให้นักศึกษาได้นำความรู้ที่เรียนไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ จนสามารถคว้ารางวัลต่างๆ มากมาย ทั้งในระดับประเทศและระดับสากลเป็นประจำทุกปี ดังเห้นได้จากนักศึกษาเก่าของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จำนวนมากที่ได้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ อาทิ ภกญ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ นักศึกษาเก่าคณะเภสัชศาสตร์ (รหัส 13)อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรมซึ่งเป็นผู้คิดค้นยาต้านไวรัสเอดส์รวมเม็ดเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ประจำปี 2552 จากมูลนิธิแมกไซไซ
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เปิทำการเรียนการอสนใน 3 กลุ่มสาขาวิชาคือ กลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมจำนวน 20 คณะ 2 วิทยาลัย และบัณฑิตวิทยาลัย
สู่มหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการวิจัย เพื่อความเป็นเลิศในวิทยาการทุกสาขา นอกจากการให้การศึกษาเพื่อการผลิตบัณฑิตอย่างเต็มศักยภาพแล้ว การวิจัยถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นพันธกิจที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ผลักดันมาโดยตลอดพร้อมกับส่งเสริมนโยบายด้านการวิจัยในเชิงรุกทุกระดับ ทั้งงานวิจัยพื้นฐาน งานวิจัยประยุกต์ งานวิจัยพัฒนาและบูรณาการ เพื่อผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยไปสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ สนับสนุนการแสวงหาแหล่งทุนวิจัยอย่างเป้นระบบและต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนานักวิจัยอย่างเป็นระบบและจริงจังในทุกระดับ นับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่รุกในงานเชิงวิจัยอย่างต่อเนื่อง และในปัจจุบันถือได้ว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้าด้านการวิจัยแห่งหนึ่งของประเทศ โดยในปี 2552นี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับการประกาศจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็น “มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ” เพื่อร่วมผลักดันการวิจัยของมหาวิทยาลัยไทยให้มีคุณภาพอย่างแท้จริงเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และสามารถนำผลงานวิจัยจากฝีมือคนไทยสู่การแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ
การสนับสนุนการวิจัยมาโดยตลอดนี้เองส่งผลให้นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้นำผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์อื่น ตีพิมพ์เผยแพร่แก่สาธารณชนกว่า 2,257 ผลงาน มีบทความวิจัยที่ได้บการอ้างอิงในวารสารที่มีกรรมการอ่านพิจารณาบทความ หรือในฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติกว่า 1,387 บทความ
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังได้จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการวิจัยต่างๆเพื่อศึกษาค้นคว้าวิจัยเฉพาะด้านในเชิงลึก อาทิ ศูนย์ความเป้นเลิศด้านฟิสิกส์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน สถาบันพิภพวิทยา สถาบันเพื่อการวิจัยและส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงและหน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อดำเนินการนำผลงานการวิจัยและสิ่งประดิษฐ์คิดค้น เผยแพร่สู่สารธารณะและนำเข้าสู่ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในรอบ 5 ปีนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้สนับสนุนให้นักวิจัยนำผลงานมาดำเนินการขอขึ้นทะเบียนขอรับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญารวมกว่า 90 เรื่อง
ในการส่งเสริมกสนพัฒนางานด้านการวิจัยนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังได้จัดงานวันวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ซึ่งการจัดงาน 4 ครั้งที่ผ่านมา ได้สร้างบรรยากาศทางวิชาการ เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านวิจัย ส่งผลให้มีการต่อยอดผลงานวิจัยและนำไปสู่การพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้เป็นอย่างดี สำหรับในปี 2552 ซึ่งเป็นปีแห่งการฉลองครบรอบ 45 ปี ของมหาวิทยาลัย จะได้จัดงานวันวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 5 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในหัวข้อ “วิถีชีวิต : ทศวรรษที่ 5 สู่ความเป็นเลิศ” ระหว่างวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2552 โดยได้เชิญนักวิชาการนักวิจัย ระดับแนวหน้าของไทยและต่างประเทศ มาร่วมอภิปรายในประเด็นต่างๆ อาทิ ภกญ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ (เภสัชกรไทย ผู้มีชื่อเสียงระดับโลก เจ้าของรางวัลแมกไซไซ ปี 2552) รองศาสตราจารย์ ดร.นินนาท โอฬาร วรวุฒิ (เลขาธิการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้) Ms.Annette Dixon (Country Director, World Bank) Dr. Richard A Engelhardt (อดีตผู้อำนวยการ UNESCO) พร้อมกันนี้สำคัญยิ่งนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดงานและบรรยายพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง “ความสำคัญของงานวิจัยต่อการพัฒนาประเทศ” ยังความปราบปลื้มแก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป้นอย่างยิ่ง
การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมร่วมพัฒนาสังคม ทั้งในระดับท้องถิ่น ประเทศ และระดับนานาชาติ เพื่อชี้นำวิชาการต่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ชีวิต และสอ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีปณิธานแน่วแน่ที่จะเป็นผู้นำในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับสังคม เน้นการเป้นมหาวิทยาลัยที่เป็นเลิศทางวิชาการทั้งในระดับท้องถิ่นภาคเหนือ ระดับชาติ และนานาชาติ โดยได้บูรณาการความรู้ พร้อมนำทรัพยากรและความเชี่ยวชาญที่มีมาพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน และสังคมตามยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นภาคเหนือและระดับประเทศจนเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมดังเห็นได้ จาก โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับรางวัลดีเยี่ยม United Nations Public Service Awards 2009 ในสาขาการปรับปรุงการให้บริการ (Improving the delivery of service) จากองค์การสหประชาชาติ
นอกจากนั้นยังได้ให้ความสำคัญในด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมล้านนา ภูมิปัญญาของท้องถิ่น และตระหนักถึงการเป็นผู้นำและที่พึ่งในด้านวิชาการด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นภาคเหนือและประเทศ ตัวย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือการได้รับรางวัลทรงคุณค่า (Award of Merlt) รางวัลอนุรักษ์มรดกเอเชีย-แปซิฟิก ประจำปี 2551 (2008 UNESCO Asia-Paciflc Herltage Awards) จาก UNESCO ในโครงการอนุรักษ์วิหารพระเจ้าพันองค์ วัดปงสนุก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
การพัฒนาองค์กรและระบบการบริหารงานของมหาวิทยาลัยที่ดี มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ในการพัฒนาองค์กรและระบบการบริหารงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น ได้ให้ความสำคัญในการปรับปรุงโครงสร้างขององค์กร ให้เป็นการบริหารงานในแนวระนาบ (Fiat Organization) ซึ่งรูปแบบการบริหารงานจะเป็นลักษณะการกระจายอำนาจในการบริหารไปสู่ส่วนงานในระดับต่างๆ ให้สามารถทำงานได้รวดเร็ว ตรวจสอบได้และมีความโปร่งใสด้วยหลักการ Good University Governance นอกจากนี้ยังมีการติดตามการประเมินผลการบริหารงานของทุกส่วนงานอย่างเป้นระบบ รวมทั้งสนับสนุนการบริหารงานอย่างมีส่วนร่วมกับบุคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ เพื่อพัฒนาปรับปรุงและร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน
Green & Clean Campus
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้พัฒนาระบบกายภาพและสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลยให้เป็น “Green & Clean Campus” เพื่อเอื้อต่อการเรียนการสอน และการวิจัยที่สมบูรณ์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและทัศนียภาพอันงดงามที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนและการค้นคว้าวิจัย พร้อมกับได้พัฒนาอาคารสถานที่และหอพักนักศึกษาในรูปแบบของ Learning and
ทศวรรษที่ 5 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ : มหาวิทยาลยแห่งความเป็นเลิศ
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป้ฯมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ.2551 ซึ่งการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐทำให้มหาวิทยาลัยสามารถบริหารและจัดการศึกษาโดยการมีส่วนร่วมขององค์กรภายในทุกภาคส่วนได้อย่างคล่องตัวและโปร่งใส พร้อมทั้งยังได้กำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัย ปี พ.ศ.2551-2555 ไว้ชัดเจน เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทุกด้าน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็น “สถานศึกษาสมบูรณ์แบบทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง” มีวุตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงทำการวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ และเกิดประโยชน์แก่สังคม ทำนุบำรุงและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไว้อย่างชัดเจน ว่า การผลิตบัณฑิตคุณภาพแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น คือการผลิตบัณฑิตที่สังคมต้องการ และเป็นบัณฑิตที่เป็นคนดีมีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม ตามความต้องการของสังคม
ด้านการเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการวิจัย จะมุ่งที่การพัฒนานวัตกรรม การสร้างสรรค์ผลงานวิจัย เน้นการสร้างทีมวิจัยจากการบูรณาการองค์ความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ เพื่อร่วมผลิตผลงานวิจัยอย่างมีคุณภาพอันจะก่อให้เกิดประโยชน์ตอสังคมทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ
ในส่วนของการบริการวิชาการ มีเป้าประสงค์ที่การพัฒนาแบบมีส่วนร่วมบนฐานความต้องการของชุมชน โดยเน้นการเป็นผู้นำและเป็นที่พึ่ง ส่งเสริมการ่วมพัฒนาชุมชน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศตามหลักวิชาการที่แท้จริง
และในด้านของการอนุรักษ์ ส่งเสริมทำนุบำรุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรมได้ตระหนักถึงการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม พร้อมทั้งร่วมผลักดันมรดกล้านนาสู่การเป็นมรดกโลกและด้านทรัพยกรธรรมชาติ จะเน้นที่การสร้างความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์
สำหรับก้าวต่อไปของการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความเลิศทางวิชาการ ได้กำหนดเป้าหมายของคุณภาพมาตรฐาน มหาวิทยาลัยทั้งในระดับประเทศและระดับโลก โดยตั้งเป้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่ 3 ของประเทศไทย อันดับที่ 5 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 50 ของเอเชีย และอันดับที่ 300 ของโลก ด้วยการบริการจัดการที่มาคุณภาพมาตรฐานของ QA/TQA/PMQA เพื่อนำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำตามมาตรฐานสากลและเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความเป็นเลิศได้อย่างมั่นคง
จากการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 45 ปี ส่งผลให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ติดอันดับในฐานะมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ มากมาย อาทิ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก (World-Class University) ปี 2009 โดย Times Higher Education-Quacquarill Symonds มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยในช่วงอันดับที่ 401-500 ของโลก โดยใน สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพอยู่ลำดับที่ 237 สาขาสังคมศาสตร์ ลำดับที่ 253 และสาขาศิลปะและมนุษย์ศาสตร์ ลำดับที่ 273
นอกจากนี้ Webometrics Ranking of World University ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิจัยในสังกัดสภาวิจัยแห่งชาติ ประเทศสเปนได้จัดอันดับให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับที่ 8 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และล่าสุดในการจัดอันดับ 200 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียของ QS Asian University Ranking 2009 โดย บริษัท Quacquareill Symonds Ltd. (QS) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ติดอันดับที่ 81 ของเอเชียและมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับ 3 ของประเทศไทย โดยมีมหาวิทยาลัยของไทยเพียง 4 แห่งเท่านั้นที่ติดอันดาบ 1 ใน 100 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย
ในส่วนของการประเมินการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2551 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้ประเมินผลการปฏิบัติราชการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่ในระดับที่ดีมากอีกด้วย
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากองค์กรต่างๆ ทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาสถาบันให้มีความก้าวหน้า เพื่อพร้อมที่จะสนับสนุนการเติบโตของประเทศต่อไป
สำหรับในด้านความเป็นนานาชาตินั้นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับนานาประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัยซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และนักศึกษา เพื่อเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ร่วมกัน นอกจากนี้ยังได้พัฒนาหลักสูตรและการจัดการศึกษาในหลักสูตรนานาชาติด้วยตนเอง และร่วมกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ทั้งในระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา รวมถึงได้ตั้งเป้าที่จะขยายการรับศึกษาจากประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater
และด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของการก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติ (
ตลอดระยะเวลา 45 ปี จากก้าวแรกจนถึงปัจจุบันของมหาวิทยาลัยแห่งดินแดนล้านนานี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในการก้าวสู่มหาวิทยาลยัแห่งความเป็นเลิศ และมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก เป็นแหล่งปัญญาที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ เพื่อพัฒนาสังคม เศรษฐกิจอีกทั้งมีระบบบริหารจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพและมีบุคลากรที่มีคุณภาพ รวมทั้งการมีส่วนร่วมกับชุมชนในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการต่างๆ มาใช้ในการพัฒนาสังคมทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติต่อไป
ความภาคภูมิใจ ของ มช.
– มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการประกาศจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ
– โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับรางวัลเยี่ยม United Nations Pubilc Service Awards 2009 ในสาขาการปรับปรุงการให้บริการ จากองค์การสหประชาชาติเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
– สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน มหาวิทยาลัยใหม่ ได้รับรางวัลผู้ส่งเสริมด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ประเภทสถาบันการศึกษา จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน
– ศาสตราจารย์ ดร.วัชระ กสิณฤกษ์ คณะเทคนิคการแพทย์ ได้รับคัดเลือกเป็นบุคคลดีเด่นของชาติ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2552
– รองศาสตราจารย์ นพ.สิทธิพร บุณยนิตย์ คณะแพทยศาสตร์ ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ประจำปี 2552 จากผลงาน “แป้งข้าวเจ้าห้ามเลือด”
– รองศาสตราจารย์วรลัญจก์ บุญยสุรัตน์ คณะวิจิตรศิลป์ ได้รับรางวัลอนุรักษ์มรกดเอเชีย-แปซิฟิก ประจำปี 2551 จาก UNESCO ในโครงการอนุรักษ์วิหารพระเจ้าพันองค์ วัดปงสนุก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
– ศาสตราจารย์ ดร.เกตุ กรุดพันธ์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ได้รับการประกาศเกียรติคุณรางวัล “นักเคมีดีเด่น ประจำปี 2551″ สาขาเคมีวิเคราะห์จากสมาคมเคมี เป็นนแรกของประเทศไทย
– ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง “Commander in the Order of Orange Nassau” จากประเทศเนเธอร์แลนด์
แหล่งที่มาของข่าว เว็บไซต์มติชน (Th)
