กระทรวงศึกษาธิการ ระดมความคิดทุกภาคส่วน ผลักดัน พรบ.การศึกษาชาติ เสมา 1 “ประเสริฐ” ลั่น “เราจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ภายใต้คุณภาพที่ดีที่สุด”

8 พฤษภาคม 2569 – กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าภารกิจปรับโครงสร้างการศึกษาไทย เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อน “ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….” หรือ “ธรรมนูญการศึกษา” ภายใต้แนวคิด “Nothing about us without us” โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ รับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมืองทุกฝ่าย คณะกรรมาธิการการศึกษา ผู้แทนหน่วยงานด้านการศึกษา นักวิชาการ ครู และเยาวชน ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ

จากนั้น รมว.ศธ. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การจัดเวทีในวันนี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อทิศทางการปฏิรูปการศึกษาไทย ภายใต้โจทย์สำคัญในการสร้างสมดุลระหว่าง “ความรวดเร็ว” ของการผลักดันกฎหมาย กับ “ความสมบูรณ์” ของหลักการและเนื้อหา เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย ก่อนสรุปแนวทางดำเนินการภายในเดือนพฤษภาคมนี้

ปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการได้จัด Workshop “การออกแบบสถาปัตยกรรมการศึกษาไทยและทุนมนุษย์” ร่วมกับผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อระดมความคิดเห็นต่อการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ โดยมีการหารือถึง 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเดินหน้าร่างฉบับเดิม การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และการยกร่างกฎหมายขึ้นใหม่ทั้งฉบับ หรือแนวทางอื่น ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถเสนอแนวคิดหรือข้อเสนอเพิ่มเติมได้อย่างเต็มที่

การเร่งผลักดันร่าง พรบ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่นี้ถือเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากอยู่ในกระบวนการดำเนินการมาเป็นเวลานาน และเคยผ่านการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมาแล้วหลายครั้ง ทุกคนอยากเห็นพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งตั้งเป้าหมายให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมายจะต้องสะท้อนความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน และข้อเสนอจากเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จะถูกนำไปประมวลและสรุปผลภายในเดือนพฤษภาคมนี้

“เราจะดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด ภายใต้คุณภาพที่ดีที่สุด” กฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ควรวางหลักการสำคัญให้มีความชัดเจน เข้าใจง่าย และไม่ลงรายละเอียดเชิงปฏิบัติมากเกินไป เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริง และขับเคลื่อนการศึกษาไปในทิศทางเดียวกัน หากร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ก็ควรมีการดำเนินการควบคู่กัน ทั้งในรูปแบบคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเปิดพื้นที่หารือร่วมกันอย่างรอบด้านและทำให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเร่งขับเคลื่อน พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่ ให้สอดรับกับความต้องการของทุกฝ่ายและให้ทันกรอบเวลาของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

หลักการและเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ จะต้องสอดคล้องกับนโยบายการสร้าง “สถาปัตยกรรมใหม่ทางการศึกษา” ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยทุกภาคส่วนต่างต้องการเห็นภาพรวมของระบบการศึกษาไทยที่มีทิศทางร่วมกัน และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้เรียนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้เสนอ 3 แนวทางหลักในการผลักดันร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ได้แก่

  1. การเดินหน้าร่างฉบับเดิม เลขที่ 660/2564 ซึ่งมีข้อดีคือสามารถผลักดันได้รวดเร็ว ไม่ต้องเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ทั้งหมด แต่ยังมีข้อสังเกตเรื่องเนื้อหาที่มีจำนวนมากและบางส่วนอาจไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน
  2. การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยนำผลการประเมินที่ผ่านมาเข้ามาปรับปรุงจุดอ่อนและอุดช่องว่างของกฎหมายเดิม แม้จะต้องเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ แต่ยังคงฐานหลักการเดิมไว้ได้
  3. การยกร่างกฎหมายขึ้นใหม่ทั้งฉบับ เพื่อให้สอดรับกับบริบทโลกและการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาในอนาคตมากที่สุด แต่จะใช้เวลาผลักดันในกระบวนการนิติบัญญัตินานกว่าแนวทางอื่น

“การจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการสร้าง “สถาปัตยกรรมใหม่ทางการศึกษา” ซึ่งเป็น 1 ใน 5 นโยบายเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการออกแบบภาพอนาคตการศึกษาไทยร่วมกัน ทั้งในด้านหลักการ เนื้อหา และกลไกการขับเคลื่อน เพื่อให้ระบบการศึกษาของประเทศสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ“

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
สมประสงค์ ชาหารเวียง / ภาพ

ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/1D9PgUxsF1/