รมช.ศธ. “อัครนันท์“ หนุนโรงเรียนเอกชนเข้าถึง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ” คุ้มครองครู-นักเรียนอย่างเท่าเทียม

8 กรกฎาคม 2569 – นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายในการประชุมซักซ้อมกระบวนการทำงานด้านการจัดการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 3/2569 โดยมี นายมณฑล ภาคสุวรรณ์รองเลขาธิการ สช. พร้อมด้วยผู้บริหาร และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมวิเวก ปางพุฒิพงศ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และผ่านระบบ Zoom Meeting

รมช.ศธ. กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ตนในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย ได้ให้แนวทางและนโยบายให้ทุกหน่วยงานดำเนินการในรูปแบบเดียวกัน เมื่อเกิดเรื่องร้องเรียน จะสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญที่สุดคือแนวนโยบายการขับเคลื่อนต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสังกัด

รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนไม่ได้มีเฉพาะครู บุคลากรทางการศึกษา หรือนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงครูและบุคลากรในโรงเรียนเอกชนจำนวนมากที่อาจถูกละเมิดสิทธิได้เช่นกัน ซึ่งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย พร้อมให้ความคุ้มครองและดูแลทุกสังกัดอย่างเท่าเทียม โดยกระทรวงศึกษาธิการเตรียมนำระบบเทคโนโลยี Traffy Fondue มาใช้ในการติดตามกระบวนการดำเนินงานและการแก้ไขข้อร้องเรียน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการด้านกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สช. มีครูและนักเรียนอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก การขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างแต่ละสังกัด โดยเมื่อศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เชื่อมโยงการทำงานครบทุกหน่วยงานแล้ว ผู้ร้องเรียนจะสามารถแจ้งปัญหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมีระบบติดตามความคืบหน้าและกำหนดกรอบเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน

“ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหาร้องเรียน เพราะเรื่องเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน หรือ KPI ของผู้ปฏิบัติงานด้วย ขณะเดียวกัน เมื่อผู้ได้รับผลกระทบได้รับการแก้ไขปัญหา ก็จะเกิดความอุ่นใจและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงความโปร่งใสของกระทรวงศึกษาธิการมากยิ่งขึ้น ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัด เนื่องจากในบางกรณีครูอาจเป็นผู้ถูกละเมิดสิทธิ และจำเป็นต้องมีช่องทางในการเข้าถึงความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม“
รมช.ศธ. กล่าว

“ไม่ว่าข้าราชการการเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อใด ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย จะยังคงอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเราจะปรับปรุงกฎระเบียบและข้อกฎหมายต่าง ๆ ให้รองรับการดำเนินงานในระยะยาว กระทรวงศึกษาธิการที่ไม่ได้มุ่งเพียงส่งเสริมการศึกษาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนในระบบการศึกษา” รมช.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย

ธรรมนารี ชดช้อย/ ข่าว
อินทิรา บัวลอย/ ภาพ