4 สัญญาณอันตราย! มือถือกำลังถูก “แฮก” อยู่หรือเปล่า?
ในยุคดิจิทัลที่สมาร์ทโฟนเปรียบเสมือนอวัยวะที่ 33 ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน ติดต่อเรื่องงาน หรือเก็บภาพความทรงจำส่วนตัว แต่คุณเคยเอะใจไหมว่าเครื่องมือที่อยู่ในมือคุณตอนนี้ กำลังรับคำสั่งจากคุณคนเดียว หรือกำลังแอบรับคำสั่งจากมิจฉาชีพอยู่ด้วย? ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้ออกมาเปิดเผย 4 สัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่ามือถือของคุณอาจถูกแฮกหรือติดมัลแวร์เข้าให้แล้ว มาลองเช็กว่าเครื่องของคุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่
หน้าจอทำงานเอง และอาการขัดข้องที่หาสาเหตุไม่ได้
ลองสังเกตดูว่ามือถือมีอาการที่ควบคุมไม่ได้หรือไม่ เช่น อยู่ดีๆ หน้าจอก็เปลี่ยนหน้าไปเองโดยที่คุณไม่ได้สัมผัส หรืออยู่ดีๆ เครื่องก็รีสตาร์ทตัวเองขึ้นมาเฉยๆ อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องรวนตามอายุการใช้งาน แต่อาจเป็นสัญญาณของการถูกแทรกแซงจากระยะไกล
การส่งข้อมูลออกไปเองโดยไม่รู้ตัว
หนึ่งในสัญญาณที่อันตรายที่สุด หากสังเกตพบความผิดปกติ เช่น ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานหนัก หรือมีข้อความ SMS และแชทในแอปพลิเคชันอย่าง Line ส่งออกไปหาคนอื่นโดยที่คุณไม่ได้เป็นคนพิมพ์ นั่นคือสัญญาณว่ามัลแวร์กำลังทำหน้าที่ส่งข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่านของคุณไปยังเซิร์ฟเวอร์ของมิจฉาชีพ
เครื่องอืด ช้า และแบตเตอรี่ลดฮวบอย่างรวดเร็ว
หลายคนมักมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นเพราะ “เครื่องเก่า” แต่ในทางเทคโนโลยีเมื่อมิจฉาชีพแอบฝังโปรแกรมมัลแวร์ลงในเครื่อง โปรแกรมเหล่านี้จะทำงานอยู่เบื้องหลังตลอดเวลาเพื่อดักจับข้อมูล กระบวนการนี้จะแย่งทรัพยากรเครื่องทำให้โทรศัพท์ทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด และส่งผลให้แบตเตอรี่หมดไวกว่าปกติมากแม้จะชาร์จเต็มก็ตาม
พบแอปพลิเคชันปริศนาที่ไม่เคยดาวน์โหลด
ลองไล่ตรวจเช็กหน้าจอของคุณ หากพบแอปพลิเคชันที่คุณไม่รู้จัก หรือมั่นใจว่าไม่เคยดาวน์โหลดมาไว้ในเครื่อง นั่นคือแอปพลิเคชันที่แฝงมาเพื่อเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้าถึงไฟล์ข้อมูลหรือแอบดูพฤติกรรมการใช้งานของคุณ การหมั่นตรวจสอบแอปฯ ในเครื่องเป็นประจำจึงเป็นเรื่องที่ห้ามละเลยอย่างเด็ดขาด
3 ขั้นตอนตัดช่องทางมิจฉาชีพ
หากมือถือของคุณมีอาการตรงกับ 4 สัญญาณข้างต้น ต้องตั้งสติและทำตามขั้นตอนตามคำแนะนำของศูนย์ ACSC เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพดูดเงินหรือข้อมูลไปได้สำเร็จ ดังนี้
1.ปิดสัญญาณ WiFi และอินเทอเน็ต หรือเปิดโหมดเครื่องบินทันที เพื่อตัดช่องทางไม่ให้มิจฉาชีพส่งข้อมูลออกจากเครื่องของคุณได้
2.ปิดเครื่องทันที เมื่อตัดอินเทอร์เน็ตแล้ว ให้ปิดเครื่องเพื่อหยุดการทำงานของมัลแวร์หรือโปรแกรมรีโมททุกชนิดที่กำลังทำงานอยู่เบื้องหลัง
3.รีเซ็ตระบบ (Factory Reset) ขั้นตอนสุดท้ายคือการรีเซ็ตเครื่องใหม่ให้กลับไปสู่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน เพื่อล้างไฟล์อันตรายที่ฝังตัวอยู่ให้หมดสิ้นไป
ภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และพวกเขามักจะรอจังหวะที่เราเผลอเพียงนิดเดียวเพื่อจู่โจม การสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ของมือถือ ไม่ว่าจะเป็นอาการแบตหมดไว เครื่องค้าง หรือแอปฯ แปลกหน้า คือการสร้างเกราะป้องกันที่ดีให้กับตัวเอง
———————————————————-
ที่มา : Youtube News NBT2HD และเพจ POLICETV สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
