เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2563 เวลา 14.00 น. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนานวัตกรรม การบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เพื่อรองรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ตามนโยบาย Thailand 4.0 โดยมี นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบผลการวิเคราะห์การดำเนินโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับผู้สนับสนุนภาคเอกชน จำนวน 32 องค์กร ได้ร่วมกันวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด และข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินโครงการในระยะต่อไป ซึ่งแบ่งการวิเคราะห์เป็น 5 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการ ด้านการมีส่วนร่วม ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ และด้านบุคลากร โดยมีรายละเอียดการวิเคราะห์ เช่น แนวทางการเพิ่มสถานศึกษาในโครงการให้ครบ 77 จังหวัด, การบูรณาการกับเครือข่ายการศึกษาและกระทรวงอื่น ๆ, ปลดล็อคกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง, การนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในระบบติดตามและประเมินผล, การเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการเรียนออนไลน์ให้มากขึ้น, การส่งเสริมให้สถานศึกษาและชุมชนสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง, การสร้างการรับรู้และเปิดกว้างยอมรับการเปลี่ยนแปลง, การปรับหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น, การส่งเสริมการแนะแนวการศึกษาต่อ และแนะแนวอาชีพ, การสนับสนุนงบประมาณ ในการพัฒนานวัตกรรมและคุณภาพการศึกษาให้มากขึ้น เป็นต้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับรายชื่อคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ประกอบด้วย คณะทำงานด้านการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) คณะทำงานด้านการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือ คณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ คณะทำงานด้านการติดตามประเมินผลและวิจัย อีกทั้ง ได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาในระยะต่อไป ทั้งการประชุมสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจในการดำเนินโครงการ รวมถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือโครงการโรงเรียนพัฒนา รุ่นที่ 3 และการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Best Practice) ของสถานศึกษาและผู้สนับสนุนโครงการ เป็นต้น

อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.: รายงาน
28/8/2563
