เสมา2 ลงพื้นที่ ครม.สัญจร ที่ราชบุรี ใช้ STI พัฒนาการเกษตร หนุนสร้างชลกร ชวนทุกวิทยาลัยปลูกไม้มีค่า(11 พ.ย. 62) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษา และติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2562 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี) ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และฟาร์มโคนมเกษตรกรดีเด่น สุรศักดิ์ แดรี่ฟาร์ม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ สกศ. นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัด ศธ. นายอัมพร พินะสา รองเลขาธิการ กพฐ. นางปัทมา วีระวานิช รองเลขาธิการ กอศ. และผู้บริหาร ศธ. ร่วมลงพื้นที่ RBCAT Open- House “50 ปีเกษตรเขาเขียว…สู่ความก้าวหน้าบนเส้นทางเกษตร” คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการ เปิดบ้านเกษตรเขาเขียว (RBCAT Open- House) “50 ปีเกษตรเขาเขียว….สู่ความก้าวหน้าบนเส้นทางเกษตร” ณ หอประชุมเขาเขียว วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี นางสาวจารุภา ริ้วทอง นายกองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อกท.) หน่วยราชบุรี กล่าวรายงานว่า ในฐานะเยาวชนที่กำลังศึกษาในภาคการเกษตร มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถ การฝึกให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการใช้ชีวิตให้เหมาะกับบริบทของโลกปัจจุบัน ทักษะในการจัดการกับความท้าทายในชีวิต และทักษะการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการมีคุณธรรมจริยธรรม พร้อมที่จะออกไปประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ โดยมีเครือข่ายของสมาชิกศิษย์เก่า “พี่ช่วยน้อง” ให้การสนับสนุนเกื้อกูลและเป็นแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้องในการประกอบอาชีพเกษตรเป็นอย่างดี จึงได้จัดแสดงนิทรรศการ เปิดบ้านเกษตรเขาเขียว (RBCAT Open- House) “50 ปีเกษตรเขาเขียว….สู่ความก้าวหน้าบนเส้นทางเกษตร” ขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เผยแพร่ผลงานของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวชื่นชมยินดีกับทุกคนในการเป็นนักเรียนนักศึกษาอาชีวเกษตร เนื่องจากเกษตรกรรมเป็นอาชีพพื้นฐานของคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย โดยประชากรประมาณ 2 ใน 3 ของประเทศอยู่ในภาคการเกษตร และประเทศไทยเป็น 1 ใน 6 ประเทศที่ผลิตอาหารเลี้ยงชาวโลก ดังนั้นการพัฒนาการเกษตรจึงเป็นเป้าหมายที่สำคัญของการพัฒนาประเทศมาตลอด และขอให้ภาคภูมิใจในการเป็นนักศึกษาของ วษท. ที่ได้มีโอกาสฝึกฝนอาชีพ ฝึกระเบียบวินัย ร่วมกันพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรให้กับเยาวชน เกษตรกร และชุมชนได้ โดยเฉพาะการน้อมนำศาสตร์พระราชาของรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานไว้ให้คนไทยมาใช้ในชีวิตประจำวัน และร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้สมบูรณ์ มุ่งมั่นทำหน้าที่คนไทยสร้างความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศต่อไป มอบนโยบายผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 : ย้ำรัฐบาล-ศธ. ให้ความสำคัญอาชีวศึกษา พร้อมสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์พัฒนาประเทศ นายสินธุ์ มังคลาด รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี กล่าวถึงการจัดการเรียนการสอนว่า ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอน ประเภทวิชาเกษตรกรรม แบ่งหลักสูตรออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาเกษตรศาสตร์, หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ใน 4 สาขาวิชา คือ พืชศาสตร์ สัตวศาสตร์ สัตวรักษ์ และเครื่องจักรกลเกษตร และหลักสูตรปริญญาตรี สายปฏิบัติการทางเทคโนโลยี (เทคโนโลยีบัณฑิต) สาขาวิชาเทคโนโลยีสัตวรักษ์ โดยปัจจุบันมีนักศึกษารวมทุกชั้นปี จำนวน 543 คน โดยนักเรียนนักศึกษา เรียนจบและมีงานทำ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี (วษท.ราชบุรี) ที่บรรลุเป้าหมายหลายด้าน โดยเฉพาะการจัดการศึกษาหลักสูตรทวิภาคีระดับ ปวส. 100% รวมถึงชื่นชมศิษย์เก่าของ วษท.ราชบุรี ที่นำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพจนประสบความสำเร็จและกลับมาถ่ายทอดองค์ความรู้หรือประสบการณ์ของตนเองให้รุ่นน้องได้นำไปใช้เป็นแบบอย่างที่ดีได้ จึงได้ฝากการบ้านให้กลุ่มศิษย์เก่าไปคิดว่าจะทำอย่างไรให้สังคม หรือประชาชนทั่วไปเห็นความสำคัญของ วษท.ราชบุรี รวมถึงสถาบันอาชีวศึกษาอื่น ๆ ในจังหวัดราชบุรี และพัฒนาให้เป็นสถานศึกษาที่สำคัญของประเทศในการสร้างบุคลากรสู่ศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาอย่างมาก โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้เคยมอบนโยบายไว้ให้ส่งเสริมนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรของ วษท. ที่มีความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ สามารถทำโครงการมาให้ ศธ.พิจารณาได้ หากมีความเหมาะสม ศธ. ยินดีจัดหางบประมาณเพื่อสนับสนุนให้ได้ ตลอดจนฝากให้สถาบันอาชีวศึกษาช่วยกันคิดพัฒนาพื้นที่ที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ โดยอาจปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ด้านอื่น เช่น สร้างโรงแรม หรือให้เอกชนเข้ามาร่วมกันพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ยกระดับเกษตรกรสู่ Digital Smart Farming คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงอาชีวเกษตรสู่การเป็น Digtal Smart Farming จึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อลดต้นทุนการผลิต ทั้งเวลาและแรงงาน เพิ่มศักยภาพในสายการผลิตของเกษตรกร นำไปสู่การได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาด สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยนำแนวทาง STI (Science Technology and Innovation) มาใช้เพิ่มหรือปรับเปลี่ยนทักษะของเกษตรกรให้ทันสมัยยิ่งขึ้น (Upskill and Reskill) ตัวอย่างที่เห็นในปัจจุบันของการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการทางปศุสัตว์ เช่น สายคล้องคอวัว ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ จะทำหน้าที่ตรวจสอบและบันทึกพฤติกรรม และสุขภาพของวัวได้อย่างแม่นยำ หรือการใช้เทคโนโลยีทางด้านไมโครชิพฝังในตัวแพะหรือแกะทำให้สามารถบ่งบอกตัวตนของมัน เพื่อใช้คัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่สมบูรณ์ และดูแลไม่ให้เกิดการสูญหายของแพะและแกะ รวมถึงการฝังไมโครชิพในพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลาจะช่วยให้เกษตรกรสามารถเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่แข็งแรงเหมาะสำหรับการเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลาที่ดี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกมากมาย ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพของเกษตรกร โดยเริ่มต้นที่ วษท.ราชบุรี และจะเป็นการส่งสัญญาณถึงเกษตรกรทั่วประทศ ให้เร่งปรับตัว แสวงหาความรู้ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม เพื่อเป็น Digital Smart Farming ขณะที่สถานศึกษาอาชีวะเกษตรทั้ง 47 แห่ง จะพัฒนาให้มีความพร้อมเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อเป็นการสร้างบุคลากรทางการเกษตร ให้มีคุณลักษณ์สอดคล้องกับโลกในศตวรรษที่ 21 “น้ำคือชีวิต” ฝากอาชีวศึกษาเร่งสร้างชลกร พร้อมขยายพื้นที่ปลูกไม้มีค่า นอกจากนี้ รมช.ศึกษาธิการ ยังให้ความสำคัญกับนโยบายการบริหารจัดการน้ำ โดยให้สถาบันอาชีวศึกษาเร่งสร้างนักเรียน ครูหรือบุคลากรให้เป็น “ชลกร” หรือบุคคลที่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ ภายใต้แนวทาง 3 ข้อ คือ หาที่อยู่ให้น้ำ หาที่ให้น้ำไหล และเก็บน้ำไว้ใต้ดิน รวมถึงให้สถาบันอาชีวศึกษาดำเนินการปลูกสวนป่าในพื้นที่ของวิทยาลัย โดยเลือกปลูกไม้มีค่าที่กฎหมายอนุญาตให้ปลูกได้ และขยายความรู้ไปยังชุมชนโดยรอบ ให้ทราบคุณค่าของไม้มีค่าที่สามารถปลูกเพื่อเป็นมรดก เป็นการออมทรัพย์สำหรับอนาคตได้ นอกจากการผลิตนักศึกษาสายอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพแล้ว ยังต้องส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมควบคู่กันไปด้วย ต้องปลูกฝังความมีจิตสาธารณะ นึกถึงผลประโยชน์ของสังคมเป็นหลัก ให้กลายเป็นคนเก่ง เป็นคนดี และมีความสุข เยี่ยมฟาร์มโคนมเกษตรกรดีเด่น สุรศักดิ์ แดรี่ฟาร์ม จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมฟาร์มโคนมเกษตรกรดีเด่น สุรศักดิ์ แดรี่ฟาร์ม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และได้กล่าวกับเกษตรกร ประชาชนที่มาต้อนรับว่า ปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม สังคม และการค้าขายต่าง ๆ ศธ. จึงมีนโยบายส่งเสริมการจัดการเรียนอาชีวศึกษาอย่างจริงจังและเร่งด่วน โดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้กับนักศึกษาอาชีวศึกษา เพิ่มทักษะและเปลี่ยนแปลงทักษะเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในระยะต่อไป นักศึกษาอาชีวศึกษาจะขยายความรู้ นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาช่วยพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่ให้เป็น Digital Smart Farming นอกจากจะเกิดประโยชน์กับตัวเกษตรกรแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปด้วย
Top
|
ข่าว ศธ. 360 องศา
