ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยุคนี้สมัยนี้ ค่าครองชีพถีบตัวสูงกว่าในอดีตอย่างเทียบไม่ได้ การหยุดจำนวนทายาทเอาไว้ที่ 1 คนจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่หลายครอบครัวหยิบมาใช้ ซึ่งข้อดีของการมีลูกเพียง 1 คนก็คือ คุณพร้อมจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้เขาอย่างเต็มที่ ทั้งเวลา การศึกษา อนาคต ในทางตรงกันข้าม การมีลูกเพียง 1 คนก็ถือเป็นความท้าทายที่คนเป็นพ่อแม่ต้องเสี่ยงแบกรับเช่นกัน เพราะเท่ากับเป็นการวัดความสามารถของคุณว่าจะสามารถส่งเสริมเขาไปได้จนถึงจุดใด
รู้จักคาแรกเตอร์ของ “ลูกโทน” กันก่อน
คาแรกเตอร์ของลูกโทนนั้นค่อนข้างน่าสนใจ โดยส่วนมาก เจ้าหนูลูกคนเดียวของพ่อแม่คนนี้จะมีลักษณะของลูกคนโตผสมกับลูกคนเล็กอยู่ในตัว ทำให้เขาพร้อมจะเป็นนักนิยมความสมบูรณ์แบบ มีทักษะในการบริหารจัดการสิ่งต่าง ๆ เป็นเยี่ยม แถมยังมีความคิดสร้างสรรค์ อันเป็นลักษณะของพี่คนโต ในขณะเดียวกัน เขาก็ชอบทำให้คนรอบข้างมีความสุข ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง รักอิสระ ซึ่งเป็นลักษณะของน้องเล็กผสมอยู่ด้วย
สำหรับเทคนิคในการกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูเจ้าหนูลูกคนเดียวให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่สุดเจ๋งนั้น ทีมงานพบเทคนิคที่น่าสนใจจากทางเว็บไซต์ more4kids.info ซึ่งได้บอกเล่าเอาไว้ 6 ข้อดังนี้ค่ะ
เทคนิคข้อที่ 1 เปิดโอกาสให้ลูกได้พบปะกับเด็กคนอื่น ๆ : ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมากข้อหนึ่งสำหรับเด็กที่เป็นลูกคนเดียว เพราะการที่เขาเติบโตขึ้นมาโดยไม่มีพี่น้องให้ได้แบ่งปันของเล่น ขนม ความรักความเอาใจใส่จากพ่อแม่นั้นจะทำให้เขาไม่รู้จักวิธีสร้างความสัมพันธ์กับเด็กคนอื่น ๆ พ่อแม่จึงควรพาเขาไปพบกับเด็กรุ่น ๆ เดียวกัน เพื่อที่เขาจะได้มีสังคม มีเพื่อน และรู้จักแบ่งปันสิ่งที่เขามีกับเพื่อน ๆ เหล่านั้น ทักษะที่เขาจะได้เรียนรู้จากการเข้าสังคมกับเพื่อน ๆ วัยเดียวกันก็คือ การรู้จักประนีประนอม เอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักแบ่งปัน สิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์กับเขาเมื่อเขาโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ และต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างแน่นอน
เทคนิคข้อที่ 2 สอนลูกให้รู้จักวางตัว : เด็กน้อยที่เป็นลูกคนเดียวของครอบครัวมีโอกาสที่จะกลายร่างเป็นจอมบงการสูง นั่นทำให้เขากลายเป็นเด็กที่พร้อมจะก้าวล่วงเข้ามาในเรื่องส่วนตัวของพ่อแม่ หรือผู้ใหญ่คนอื่น ๆ หากนิสัยนี้ติดตัวไปในอนาคต อาจทำให้เขากลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่น่าคบได้ พ่อแม่จำเป็นต้องขีดเส้นแบ่งให้ลูกได้รู้ว่า จุดใดที่ลูกไม่ควรก้าวเข้าไปยุ่มย่ามในชีวิตของคนอื่น การที่เด็กได้เรียนรู้ถึงเส้นแบ่งเหล่านี้จะทำให้เขาเข้าใจว่าชีวิตของคนอื่น ๆ ก็มีเขตที่เขาต้องให้ความเคารพด้วยเช่นกัน
เทคนิคข้อที่ 3 สอนลูกให้รับผิดชอบ : การสอนให้ลูกรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองเป็นสิ่งที่พ่อแม่พึงกระทำ ซึ่งการสอนอย่างง่าย ๆ ก็คือ การมอบงานให้ลูกรับผิดชอบ เช่น ให้เขาทำความสะอาดห้องนอนของตัวเอง หรือเลือกงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ลูกสามารถทำได้ให้เขาช่วยเหลือคุณ การที่เด็กมีหน้าที่ต้องทำ เท่ากับเป็นการสอนให้เขารู้จัก “ความรับผิดชอบ” แล้วค่ะ
เทคนิคข้อ 4 ไม่ร่วมมือกันจับผิดลูก : ในบ้านที่มีกัน 3 คนพ่อแม่ลูก หากพ่อแม่ร่วมมือร่วมใจกันจับผิดลูก เด็กน้อยคงรู้สึกหัวเดียวกระเทียมลีบ ในกรณีนี้พ่อแม่ต้องใจกว้างพอที่จะยอมรับว่า ความผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นได้ และเป็นสิ่งที่ลูกต้องเรียนรู้ อย่าทำให้ลูกรู้สึกเหมือนพ่อแม่รวมหัวกันกลั่นแกล้งเขาเลย หากพ่อแม่ต้องการวางกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก็ควรทำด้วยความรักและความเข้าใจในตัวลูก เพราะในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งเหล่านี้จะไปทำลายความมั่นใจในตัวลูกของคุณในที่สุด
เทคนิคข้อที่ 5 ระมัดระวังเรื่องการซื้อของให้กับลูก : บางครั้งเราจะเห็นเด็กที่เป็นลูกโทนรายล้อมไปด้วยของเล่นมากมายที่พ่อแม่สรรหามาปรนเปรอ การที่พ่อแม่ซื้อของเล่นให้บ่อย ๆ ตามที่ลูกเรียกร้อง อาจทำให้ลูกน้อยที่น่ารักของคุณกลายเป็นเด็กที่ไม่รู้จักพอ อยากได้ของเล่นใหม่ ๆ ตลอดเวลา จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะต้องระวังไม่ให้ความรักความทุ่มเทของตนเองกลายเป็นการสปอยด์ลูกให้เสียคนในที่สุด
ทิปข้อที่ 6 ฝึกลูกให้อยู่ได้ด้วยตัวเอง : ในเมื่อลูกไม่มีพี่น้องไว้คอยช่วยเหลือในอนาคต เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะต้องฝึกให้เขารู้จักรับผิดชอบ และช่วยเหลือตัวเองได้เมื่อโตขึ้น ซึ่งทำได้โดยการให้เขาเรียนรู้จากความผิดพลาด พ่อแม่ไม่ต้องลงไปช่วยในทุกกรณี หรือจะลงไปช่วยก็ต่อเมื่อลูกขอความช่วยเหลือ
ไม่เพียงเท่านั้น หากเกรงว่าลูกโทนตัวน้อยของคุณอาจเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว คุณยิ่งต้องสร้างความมั่นใจให้เขาด้วยการไม่ปกป้องเขาจนเกินเหตุ และเปิดโอกาสให้ลูกได้แก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ที่สำคัญ ต้องไม่ลืมเติมความสุข ความรักความผูกพันให้กับชีวิตในวัยเด็กของลูกน้อยเอาไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นภูมิคุ้มกันชั้นดีที่จะทำให้เขา “แข็งแกร่ง” มากขึ้นเมื่อต้องออกไปเผชิญโลกอันกว้างใหญ่ค่ะ
แหล่งที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
