เตือน!! ข่าวปลอมยังระบาดต่อเนื่อง : รู้เท่าทันสื่อแยกแยะ “ข่าวปลอม”

เตือน!! ข่าวปลอมยังระบาดต่อเนื่อง : รู้เท่าทันสื่อแยกแยะ “ข่าวปลอม”

ในยุคที่ข้อมูลวิ่งเข้าหาเราเร็วกว่าแสง แซงหน้าการกลั่นกรอง พายุข้อมูลกำลังถล่มหน้าฟีดอย่างบ้าคลั่ง การแยกแยะความจริงออกจากลวงจึงไม่ใช่แค่ทักษะเสริม แต่เป็น “ทักษะเอาตัวรอด” ที่สำคัญในยุคปัจจุบัน
 

เมื่อระดับความร้ายแรงอยู่แค่ปลายนิ้ว

จากการเฝ้าระวังล่าสุดของ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) พบว่าสถานการณ์ข้อมูลเท็จพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
• ตรวจพบข้อความต้องสงสัยบนสื่อออนไลน์สูงถึง 164,000 ข้อความ
• มีข้อความที่เข้าเกณฑ์อันตรายจนต้องนำมาตรวจสอบข้อเท็จจริงถึง 1,860 ข้อความ
• ใน 7 ข่าวที่คนสนใจมากที่สุด พบว่าเป็น ข่าวปลอมถึง 5 เรื่อง และเป็น ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง
 

ข่าวปลอม VS ข่าวบิดเบือน

การแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันให้ลองนึกถึงภาพถ่าย ข่าวปลอม คือภาพตัดต่อที่ไม่มีอยู่จริงเลย ส่วน ข่าวบิดเบือน คือ ฟิลเตอร์ที่ใช้กับภาพจริง แต่ปรับสีและแสงจนเพี้ยนไปจากความเป็นจริงเพื่อให้เข้าใจผิด
ข่าวปลอม (Fake News) คือ ข้อมูลที่กุเรื่องขึ้นใหม่ 100% เพื่อหลอกลวง มักเป็นเรื่องมิจฉาชีพ (Scams) เช่น รับสมัครคนไปแพ็คส้มที่ออสเตรเลีย , ทำใบขับขี่ผ่าน TikTok , SMS เรียกเก็บค่าทางด่วน ผลกระทบจากข่าวปลอม อันตรายถึงชีวิตและทรัพย์สิน และมักนำไปสู่การถูกดูดเงินหรือโดนขโมยข้อมูลส่วนตัว
ข่าวบิดเบือน (Distorted News) คือ ข้อมูลที่มีเค้าความจริงบ้าง แต่ปรุงแต่งแง่มุมให้คนสับสนหรือตื่นตระหนก เช่น ธนบัตร 100 บาทรุ่นใหม่ที่มีสีคล้ายฉบับ 1,000 บาท ผลกระทบของข่าวบิดเบือน ความสับสนในการใช้ชีวิต เสี่ยงต่อการเข้าใจผิดและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง
 

ถอดรหัสกลลวง

1.ข่าวปลอมรับสมัครคนไปแพ็คส้มที่ออสเตรเลีย หรือการรับสมัครงานที่ดูง่ายแต่เงินดีเกินจริง นี่คือเหยื่อล่อให้โอนค่าธรรมเนียม
2.ข่าวปลอมการรับทำใบขับขี่ผ่าน TikTok โดยไม่ต้องไปสอบเอง มิจฉาชีพต้องการข้อมูลสำคัญ และหลอกให้โอนค่าธรรมเนียม
3.ข่าวปลอมการส่ง SMS หลอกให้จ่ายค่าทางด่วน หรือลงทะเบียนรับเงินคืน มิจฉาชีพมุ่งเป้าไปที่การดูดเงินในบัญชี
4.กรณีธนบัตร 100 บาทรุ่นใหม่ เรื่องจริงคือมีการออกธนบัตรใหม่จริง แต่ข่าวที่ถูกบิดเบือนจะเน้นย้ำเรื่อง “สีที่เหมือนแบงก์พัน” จนเกินจริง เพื่อกระตุ้นความกังวลใจ ทำให้เกิดความวุ่นวายและการปฏิเสธรับเงินในบางพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่
 

เช็กก่อนเชื่อ แชร์อย่างรับผิดชอบ

ก่อนจะกดปุ่ม Share หรือส่งต่อข้อมูลในกรุ๊ปไลน์ ให้ทำ 3 ข้อนี้
1.เมื่อเจอข่าวที่ดูน่าตกใจหรือดีเกินจริง ให้หยุดอ่านอย่างตั้งใจ อย่าเพิ่งรีบแชร์ด้วยความเร่งรีบ
2.ตรวจสอบว่าหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงมีประกาศเรื่องนี้จริงหรือไม่ในเว็บไซต์ทางการ อย่าเชื่อแค่รูปภาพเพียงใบเดียว
3.หากไม่แน่ใจหรือพบเบาะแสที่น่าสงสัย ให้รีบแจ้งที่ สายด่วน 1111 (ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง)
 
 
———————————————–
ที่มา : Youtube News NBT2HD