โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) จัดประชุมประมวลภาพรวมการดำเนินงานโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (CONNEXT ED) ในโรงเรียนประชารัฐทั้ง 3,342 แห่ง พร้อมเปิดเวทีสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางและวางนโยบายการดำเนินโครงการในระยะต่อไป เมื่อวันพุธที่ 28 มิถุนายน 2560 ณ ห้องประชุมสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
“การประชุมครั้งนี้ นำโดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ, นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคประชาสังคม อาทิ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้บริหารสูงสุดโรงเรียนสัตยาไส, คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.วิทิต รัชชตาตะนันท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปัญญาประทีป และผู้บริหาร 12 องค์กรภาคเอกชนผู้ร่วมก่อตั้ง CONNEXT ED เข้าร่วม”
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน กล่าวถึง
ผลการดำเนินงาน CONNEXT ED ที่ผ่านมา ดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ “ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพคน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” เพื่อสร้างเยาวชนที่สามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง โดยมียุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน 10 ด้าน คือ 1) ความโปร่งใสของข้อมูลสถานศึกษา (Transparency) 2) กลไกการตลาดและการมีส่วนร่วมของชุมชน (Market Mechanism) 3) การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน (High Quality Principals and Teachers) 4) การสร้างมาตรการจูงใจด้านสิทธิประโยชน์และการมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ (Tax Incentive for Local & International Professor) 5) การพัฒนาและส่งเสริมผู้นำรุ่นใหม่ (Young Leadership) 6) ศูนย์กลางการศึกษาเทคโนโลยีแห่งอนาคตในระดับภูมิภาค (Technology Hub R&D) 7) การยกระดับทักษะความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ (English Language Capability) 8) การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะให้นักเรียน (Health & Heart) 9) หลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้เด็กนักเรียนเป็นศูนย์กลาง (Curriculum) และ 10) การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา (Digital Infrastructure)
ทั้งนี้ การดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรก ได้ให้ความสำคัญกับการรวบรวมข้อมูล เนื้อหา ตลอดจนโมเดลและ Best Practices จากการโรดโชว์ไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการวางแผนให้ได้ครอบคลุมมากที่สุด จากนั้นจึงกำหนดตัวชี้วัดโรงเรียนประชารัฐ ร่วมผู้อำนวยการโรงเรียน 42 ตัวชี้วัด พร้อมศึกษาและสำรวจปัจจัยพื้นฐาน ความพร้อม และความขาดแคลนด้านต่าง ๆ ในขณะเดียวกันภาครัฐก็พยายามเดินหน้าพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เพื่อการศึกษาให้โรงเรียนเข้าถึงได้ ทั้งเรื่องของโครงสร้าง รวมทั้งการพัฒนาและจัดหาครู ICT ประจำโรงเรียน
ส่วนของการดำเนินงานโครงการในระยะต่อไป ได้เตรียมที่จะพัฒนาปรับปรุงในหลายส่วน ได้แก่ การจัดทำสื่อการเรียนการสอนเพิ่มเติมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ, ปรับความเร็วอินเทอร์เน็ต ICT Connectivity, ขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย, จัดทำระบบเก็บข้อมูลตัวชี้วัดโรงเรียนประชารัฐและระบบประเมินผล, จัด Roadshow แบ่งปันเทคนิคการสอนโรงเรียนต้นแบบชั้นนำแก่โรงเรียนประชารัฐ, เฟ้นหาผู้นำด้านเทคโนโลยี ICT Talent ประจำโรงเรียน ตลอดจนให้มีกองทุนเพื่อการศึกษา ฯลฯ
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ กล่าวแสดงความขอบคุณทีมภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ที่ร่วมดำเนินงานโครงการ CONNEXT ED จนมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ทำให้ภาครัฐได้เห็นจุดที่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมากขึ้น และความร่วมมือในการทำงานร่วมกันครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการดำเนินงานที่เกิดจากความต้องการของระดับพื้นที่ คือ สถานศึกษา ครู นักเรียน ชุมชนและผู้ปกครองอย่างแท้จริง พร้อมทั้งทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมกับการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น โดยในส่วนของภาครัฐ จะใช้โอกาสนี้ในการทำงานเพื่อเป็นสะพานเชื่อมที่ดีและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ พร้อมกับนำข้อมูลที่ได้เรียนรู้ไปพัฒนาปรับปรุงให้มีความครบถ้วนในประเด็นต่าง ๆ เช่น
การดำเนินงานขั้นพื้นฐาน เช่น การพัฒนาผู้นำ (Leadership), โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เป็นต้น เป็นเรื่องที่ต้องจัดหาให้ครบถ้วนและแก้ไขปรับปรุงให้สามารถขับเคลื่อนแผนงานได้อย่างราบรื่น ซึ่งบางเรื่องกระทรวงศึกษาธิการเริ่มดำเนินการแล้ว เช่น การพัฒนาบุคลากร โดยนำแนวทางของ
การอบรมและพัฒนาครู ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการเตรียมจัดตั้งสถาบันคุรุพัฒนา พร้อมจัดงบประมาณสำหรับการฝึกอบรมให้แก่ครู 10,000 บาทต่อคน เพื่อเลือกเข้าอบรมด้วยตนเอง ดังนั้นภาคเอกชนสามารถนำหลักสูตรการอบรมมาเข้าสู่หลักเกณฑ์ของสถาบันคุรุพัฒนา เช่น หลักสูตรแผนการตลาด เป็นต้น เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบอบรมครู ส่วนครูก็สามารถนำชั่วโมงอบรมมาขอประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะได้ด้วย ซึ่งในเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขระเบียบ เพื่อไม่ให้ครูมุ่งทำวิทยานิพนธ์เพียงอย่างเดียว รวมทั้งเป็นการให้รางวัลแก่ครูที่สอนดีและตั้งใจที่จะพัฒนาตนเอง เป็นการสนองพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเกี่ยวกับครู ที่ว่า “ปัญหาปัจจุบันคือ ครูมุ่งเขียนงานวิทยานิพนธ์ เขียนตำราส่งผู้บริหาร เพื่อให้ได้ตำแหน่งและเงินเดือนสูงขึ้น แล้วบางทีก็ย้ายไปที่ใหม่ ส่วนครูที่มุ่งการสอนหนังสือกลับไม่ได้อะไรตอบแทน ระบบไม่ยุติธรรม เราต้องเปลี่ยนระเบียบตรงจุดนี้ การสอนหนังสือต้องถือว่าเป็นความดีความชอบ หากคนใดสอนดี ซึ่งส่วนมากคือมีคุณภาพและปริมาณ ต้องมี reward” (5 กรกฎาคม 2555)
การกำหนดตัวชี้วัดการบริหารงานในส่วนภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เกี่ยวกับการดูแลโรงเรียนประชารัฐในพื้นที่ต่าง ๆ ที่จะต้องเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับชุมชน พ่อแม่ และผู้ปกครอง เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของเด็กและเยาวชนควบคู่กับการจัดการศึกษาด้วย
จัดเตรียมกลไกการทำงานเชื่อมโยง 3 ภาคส่วน ได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดเตรียมกลไกการทำงาน เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานความร่วมมือประชารัฐ ตลอดจนดำเนินการกับข้อมูลสะท้อนจาก School Partners ที่จะทำให้มีการเชื่อมโยงการขับเคลื่อนงานตามโรดแม็ปครบทั้ง 3 ภาคส่วนต่อไป
12 ความคิดเห็นขององค์กรภาคเอกชน |
||
บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์) “ได้ดำเนินการจัดจ้าง ICT Talent เพื่อสนับสนุนการใช้ ICT ในโรงเรียน พร้อมสร้าง Learning Center และ สรรหา Local School Partners เพื่อให้การสนับสนุนโครงการ ทั้งนี้เสนอให้ภาครัฐช่วยกระตุ้นให้โรงเรียนให้ข้อมูลตัวชี้วัดโรงเรียนอย่างครบถ้วน, สนับสนุนการติดตั้งอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย UNINet พร้อมสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยขอให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมสนับสนุนการให้ความรู้และแบ่งปันประสบการณ์แก่ School Partners ตลอดจนสนับสนุนให้มีกลไกการตลาดแก่ชุมชนหรือภาคเอกชนอื่น ๆ เพื่อร่วมสนับสนุนโครงการมากขึ้น” บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการบริหาร) “ให้การสนับสนุนแผนพัฒนาโรงเรียน โดยเน้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้มากขึ้น พร้อมเสนอให้มีการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียนในการดำเนินโครงการให้มากขึ้น เพื่อสร้างความร่วมมือในการดำเนินงานและจัดกิจกรรมโครงการเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด” กลุ่มเซ็นทรัล (ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ที่ปรึกษา) “ได้เสนอให้ปรับปรุงระบบอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้ และควรส่งเสริมการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการนี้แก่ผู้บริหารโรงเรียน พร้อมทั้งเปิดโอกาสและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ปกครองให้มากขึ้น” บมจ.ปตท. (นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่) “ได้กำหนดจุดเน้นการจัดการศึกษาหลักสูตร STEM ภาษาอังกฤษ ควบคู่คุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนทักษะในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียน เช่น ความปลอดภัยในชีวิต เป็นต้น เพื่อให้ผู้เรียนมีองค์ความรู้ มีทักษะความสามารถตามมาตรฐานสากล ตลอดจนนำความรู้ไปพัฒนาท้องถิ่น ชุมชน และครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ปตท. ได้เตรียมวางแผนงานและงบประมาณสำหรับการดำเนินงานในปีต่อไปแล้ว จึงเสนอให้จัดหา School Partners ที่เป็นคนในพื้นที่มากขึ้น เพราะจะมีความเข้าใจบริบทของโรงเรียน ที่จะช่วยให้การดำเนินงานราบรื่นและถูกทิศทางมากขึ้น” บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ (นางสาวอารยา ภู่พานิช รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกิจกรรมเพื่อสังคม ภาพลักษณ์ และสื่อสารองค์กร) “โรงเรียนควรจัดการศึกษาโดยเน้นการพัฒนาศักยภาพครู ให้ครูทำได้และทำเป็น ส่วนนักเรียนเน้นให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้แบบ Active Learning และ Brain-Based Learning รวมทั้งจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ มีการจัดหาต้นแบบที่ดีให้กับครูผู้สอน โดยขอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรอัตราครูให้พอดีกับจำนวนครูที่เกษียณอายุราชการ” บมจ.ซีพี ออลล์ (นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร) “เสนอให้จัดสรรช่วงเวลาของการเรียนรู้ภาคปฏิบัติและภาคการเรียนรู้อย่างเหมาะสม โดยสนับสนุนให้มีการทำงานร่วมกันอย่างเชื่อมโยงและเกื้อกูลกัน ระหว่างชุมชน ผู้นำศาสนา ครู และสถานศึกษา โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาในพื้นที่ ที่จะต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนโรงเรียนที่มีความขาดแคลนด้วย” บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (นายอเนก บุญหนุน รองประธานคณะผู้บริหาร) “เห็นด้วยที่ชุมชน ผู้นำศาสนา ครู และสถานศึกษา จะต้องมีการทำงานเชื่อมโยงและเกื้อกูลกัน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของลูกหลานของพวกเขาเอง และสถาบันการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาจะต้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือและมีส่วนช่วยดูแลโรงเรียนที่ยังขาดแคลนในพื้นที่ของตัวเองด้วย” กลุ่มมิตรผล (นายกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่) “ได้เปิดเวทีให้โรงเรียนได้มาแลกเปลี่ยนและแบ่งปันประสบการณ์การทำงาน พร้อมสนับสนุนการผลิต Software สนับสนุนการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะนักเรียนในด้านต่าง ๆ พร้อมทั้งเสนอให้โรงเรียนพัฒนาทักษะและสมรรถนะของครู ส่วนโรงเรียนจะต้องจัดทำและเสนอแผนพัฒนาโรงเรียนขึ้นมา เพื่อภาคเอกชนจะได้ให้การสนับสนุนได้ตามความต้องการ” บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (นายชลณัฐ ญาณารณพ รองผู้จัดการใหญ่) “บริษัทได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้นำ พร้อมสร้างความเข้าใจร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียนและครู ส่วนการเรียนรู้เน้นใช้หลักสูตร Action-Based Learning เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน และสร้างการมีส่วนร่วมของครู นักเรียน และชุมชน ในการร่วมพัฒนาหลักสูตรของบริษัท เพื่อนำมาปรับใช้กับโรงเรียน ตลอดจนพัฒนาศักยภาพครู โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนด้วย ICT เพื่อการศึกษา” บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ (ดร.เอกพล ณ สงขลา ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่) “ส่งเสริมทักษะให้เด็กด้านอาชีพ เพื่อเปลี่ยนจากการ “ทำมาหากิน” เป็น “ทำมาค้าขาย” ตลอดจนสร้างโครงการ “OTOP Junior” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้เป็นเจ้าของธุรกิจ ทั้งนี้ เสนอให้มีโมเดลของการเป็น Partner เพื่อสนับสนุนการร่วมคิด ร่วมแก้ปัญหา และให้โรงเรียนมีแนวทางมุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของโรงเรียน” บมจ.ไทย ยูเนี่ยนกรุ๊ป (นางวรรัตน์ เลิศอนันต์ตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล) “เสนอให้ทุกหน่วยงานร่วมแก้ไขปัญหาเด็กออกจากโรงเรียนก่อนวัยอันควรเพื่อไปช่วยพ่อแม่ทำงานหารายได้ ซึ่งเป็นปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เป็นปัญหาเกี่ยวกับปากท้อง ที่หลายภาคส่วนต้องรวมพลังกันแก้ไขปัญหาต่อไป” |
นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวรายงานการดำเนินงานโครงการโรงเรียนประชารัฐ กระทรวงศึกษาธิการ ว่า ในปี 2559 ดำเนินโครงการในโรงเรียน 3,342 แห่ง และในปี 2560 จะขยายการดำเนินงานโครงการโรงเรียนประชารัฐ (ดีใกล้บ้าน) อีก 4,082 แห่ง ภายใต้หลักการพัฒนาสถานศึกษาที่มีคุณภาพสมบูรณ์แบบ, ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคประชาสังคมร่วมพัฒนา และให้บริการโรงเรียนลูกข่าย โดยเน้นมาตรฐานการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ใน 3 ด้านที่จำเป็น คือ
โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นเบื้องต้น เช่น ห้องเรียน สภาพดี มั่นคง ปลอดภัย และเพียงพอ, ระบบไฟฟ้ามีความเสถียร รองรับอุปกรณ์การเรียนการสอน, มีเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และให้สัญญาณครอบคลุมทั้งโรงเรียน
โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ เช่น ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ห้องพยาบาล สนามเด็กเล่น
โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้เพื่ออนาคต เช่น คอมพิวเตอร์ 1 เครื่องต่อนักเรียน 1 คน, ห้องออกอากาศ (VDO Conference) เพื่อรองรับการจัดการศึกษาทางไกล, สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กพิการหรือมีความต้องการพิเศษ
ส่วนหนึ่งของตัวแทนภาครัฐ
นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
29/6/2560




