สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์นักเรียน

     สมุด ที่นักเรียนใช้จดบันทึกในรายวิชาต่างๆ นั้น ชี้บอกให้เรารู้อะไรหลายอย่าง สิ้นปีการศึกษาแต่ละปีผู้ปกครองได้พิจารณาตรวจสอบนักเรียน หรือ ไม่ว่านักเรียนมีพัฒนาการการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ ถือเป็นหลักฐานหนึ่งที่จะทำให้ผู้ปกครองได้เห็นร่องรอยการเรียนรู้ของบุตรหลาน ดังนั้น เรามาดูกันว่าเราจะใช้สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางวิทยาศาสตร์ (Science Education) ได้อย่างไร


สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ของนักเรียนคืออะไร ?








 


มีนักวิทยาศาสตร์ศึกษา กล่าวถึงสมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ไว้น่าสนใจ ดังนั้น




    • Ruiz-Primo. (1998.อ้างอิงใน Ruiz-Primo, Li and Shavelson, 1998.) ไว้ดังนี้ สมุดบันทึกวิทยาสาสตร์ (Science Notebooks) หมายถึง การบันทึกการเรียบเรียงถ้อยคำ หรือประเด็นในบางส่วน จากการที่นักเรียนได้รับประสบการณ์จากการสอนในชั้นเรียน ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น ใน 1 หน่วยการเรียนรู้ เป็นต้น

    • Rhavelson. (2001. อ้างอิงใน Hargrove and Nesbit. 2003) กล่าวเสริมว่า สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ในชั้นเรียน โดยนักเรียนเลียนแบบการสืบค้นข้อมูลด้วยตนเอง เหมือนกับที่นักวิทยาศาสตร์จริงใช้ในการสำรวจโลก การพยากรณ์ อธิบายสิ่งที่ได้ปฏิบัติและสิ่งที่ได้เรียนรู้มาตลอด จนข้อความที่บรรยายการวาดภาพสิ่งที่สังเกตได้ กลุ่มข้อมูล แผนผัง รูปกราฟและตารางต่างๆ

    • Baxter. Bass and Glaser. (2000. อ้างอิงใน Ruiz-Primo, Li and Shavelson, 1998.) กล่าวว่า สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ จะสะท้อนให้เห็นถึงความถูกต้องเหมาะสมมาก เกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนปฏิบัติ และสิ่งที่ครูเน้นในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ เนื่องจากการจดบันทึกเกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการสอน การบันทึกหลากหลายแตกต่างกัน ตามลักษณะกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เช่น นักเรียนอาจจะบรรยายถึงปัญหาที่พยายามจะแก้ วิธีดำเนินการที่ใช้ การทำการสังเกต การสรุปผลและการสะท้อนผลที่เกิดขึ้น

สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ใช้ประเมินอะไรบ้าง ?


Hargrove and Nesbit. (2003.) ได้เสนอแนะให้ใช้สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ในด้าน




  • ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางวิทยาสาสตร์ การประเมินผลโดยใช้สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์นั้น จะทำให้รู้ว่า นักเรียนเรียนรู้อะไร อย่างไร และประสิทธิภาพการสอนเป็นอย่างไร การประเมินผลนั้น มีทั้งการประเมินผลระหว่างเรียน (Formative assessment) ซึ่งจะทำให้ครูรู้จุดอ่อนและจุดแข็งของนักเรียนในกระบวนการสอน และการประเมินผลปลายภาคเรียน (Summative assrssment) ซึ่งใช้ตัดสินผลการเรียน สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ แสดงออกถึงความคิดของนักเรียน และทำให้ครูรู้ถึงความเข้าใจของนักเรียน จึงเหมาะที่จะใช้วิธีประเมินผลระหว่างเรียนมากกว่า และการประเมินผลระหว่างเรียนมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำ ให้มีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นอีกด้วย (Black and Wiliam. 1998.)

  • ประเมินผลสัมฤทธิ์ของหลักสูตร หลักสูตรหลายโปรแกรมประสบความสำเร็จ ที่จัดเอาสมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ลงในหลักสูตร ที่เห็นได้ชัด ได้แก่







  • Magnusson and Palincsar. (2003.) ได้ใช้สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์เป็นแบบอย่างพัฒนาการเขียน โดยใช้ตำราการสืบค้นมือสอง ซึ่งรวมเอาวิธี “tink aloud” ที่กำหนดให้นักวิทยาศาสตร์จริงที่ศึกษาสำรวจโลกนั้น เป็นลักษณะมือหนึ่ง (first hand) แล้วชี้แนะให้นักเรียนเขียนบทบันทึกผลการศึกษาด้วยตัวเอง ตามแนวทางที่นักวิทยาศาสตร์จริงใช้ การที่นักเรียนได้รับมอบหมายงานจริงๆ นี้ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เกิดการประสานงาน จึงง่ายที่จะขอความร่วมมือกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นขอความร่วมมืออ่านสมุดบันทึกกับนักเรียนคนอื่น การอภิปรายปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ในกลุ่มเล็กๆ การสื่อความหมายต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นเครื่องสนับสนุนที่เห็นได้อย่างชัดเจน

    นอกจากนี้ยังมีวิธี “tink aloud” ยังส่งเสริมพัฒนาการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนด้วยในความพยายามที่จะแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์

  • ประเมินความเข้าใจแนวความคิดและความเป็นจริง ความเข้าใจความคิดเห็นของนักเรียนเป็นการแสดงออกโดยการเขียนเล่าเรื่องด้วยตัวเขาเอง เพื่อที่จะตีความหรืออธิบาย เช่น เขียนบรรยายลำดับขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงของไข่และตัวหนอน หลังการผสมพันธุ์ของแมลงวันผลไม้ เป็นต้น ส่วนความเข้าใจความเป็นจริงนั้น อาจจะแสดงออกโดยการตั้งชื่อและบรรยาย เช่น มีความเข้าใจความหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับคำศัพท์เฉพาะทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

  • ประเมินความรู้วิธีดำเนินการและกระบวนการวิทยาศาสตร์ อาจศึกษาจากประเด็นต่อไปนี้



    • คำถามที่ใช้ในการสืบค้น การพยากรณ์การสังเกต

    • บรรยายถึงวิธีดำเนินการศึกษาและอธิบายเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้

    • การวินิจฉัยและควบคุมตัวแปร

    • การนำเสนอจะจัดกระทำข้อมูล

    • การสรุปผลจากหลักฐานที่มีอยู่

  • ประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตร์


    • เจตคติของนักเรียนอาจดูได้จากความตื่นตัว ความสนใจ และความอยากรู้อยากเห็น

    • เจตคติของครู อาจดูได้จากการให้ความร่วมมือ ความอดทนต่อสิ่งที่ยังไม่มีความชัดเจน ความเป็นตัวของตัวเอง และการมีปฏิภาณไหวพริบ เป็นต้น






  • ประเมินภาพวาดของนักเรียน อาจจะประเมินในด้านต่างๆ ของภาพวาด เช่น



    • ความเหมาะสมและลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง

    • รายละเอียด สเกล และความแม่นยำ

    • วัตถุจริงการการวาดลอกเลียนแบบ

    • ความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งวัตถุและความเป็นจริง

    • ความรอบคอบและเป็นระเบียบ

ทำไมต้องใช้สมุดบันทึกในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ ?


Cilbert and Kotelman. (2005) ได้ให้เหตุผลการใช้สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ไว้ ดังนี้



  1. สมุดบันทึกเป็นเครื่องมือในการคิด เป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมให้นักเรียนใช้การเขียนจากการคิด ซึ่งจะทำให้นักเรียนมีความตื่นตัวที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง

  2. สมุดบันทึกชี้แนะการสอนของครู สมุดบันทึกจะช่วยให้ครูเข้าถึงความคิดของนักเรียน ว่าสิ่งใดที่เข้าใจและไม่เข้าใจ แนวความคิดผิดพลาดที่นักเรียนมีอยู่ ทักษะการจัดระบบการทำงานต่างๆ และยังสามารถใช้สมุดบันทึกประเมินเพื่อชี้แนะการสอนขั้นต่อไปด้วย

  3. สมุดบันทึกส่งเสริมให้เกิดทักษะต่างๆ ในการสื่อความหมาย เช่น ด้านการเขียน รูปภาพ และการรายงานปากเปล่า (Oral)

  4. สมุดบันทึกส่งเสริมการเรียนรึความแตกต่างระหว่างบุคคล สมุดบันทึกจะเกิดประโยชน์สูงสุด ถ้าตอบสนองตามความต้องการระดับความสามารถของนักเรียนอย่างหลากหลายในชั้นเรียนหนึ่งๆ

  5. สมุดบันทึกส่งเสริมการให้ความร่วมมือของครู การทำงานที่มีการประสานงานร่วมมือซึ่งกันและกันของครู เกิดเป็นกลุ่มโรงเรียนหรือชุมชนโรงเรียน (School community) จะแสดงให้เห็นคุณค่าของครูมากขึ้น
     สมุดบันทึกวิทยาศาสตร์เป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมแหล่งหนึ่ง ที่ผู้ปกครองจะใช้ตรวจสอบดูพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน การนำสมุดบันทึกวิทยาศาสตร์ไปใช้ในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ เชื่อว่านักเรียนจะมีความตื่นตัวในการเรียน มีโอกาสสืบค้นข้อมูลกับปัญหาจริงด้วยตัวเอง ผลสัมฤทธิ์ด้านต่างๆ ของหลักสูตร น่าจะเพิ่มสูงขึ้นด้วย

โดย สารัช บุญเมืองแสน

ที่มาข้อมูล : วารสารวิชาการ ปีที่ 10 ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม 2550