ร้อยมาลัยกล้วยไม้สีฟ้า งานประดิษฐ์วิทยาศาสตร์

วันหนึ่ง อิ่ม แจน ตวง นักเรียนชั้นป.5 โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ซึ่งเป็นโรงเรียนในเขตพระราชฐาน เห็นข้าราชบริพารฝ่ายในนั่งร้อยมาลัยอยู่เวรที่ประตู ซึ่งเด็กๆ ผ่านเข้าออกไปเรียนในห้องเรียน และเห็นเจ้าหน้าที่นำดอกกล้วยไม้สีต่างๆ โดยเฉพาะสีฟ้ามาด้วย

          “มีดอกกล้วยไม้สีฟ้าด้วยหรือคะ เป็นดอกไม้จริงหรือเปล่า” เด็กๆ สงสัย

          เจ้าหน้าที่ตอบว่าเป็นดอกไม้จริง แต่ใช้วิธีนำไปแช่ในน้ำสี แล้วน้ำสีจะขึ้นไปตามกิ่งและกลีบดอกให้มีสีต่างๆ ตามที่ต้องการ

          “แล้วมีวิธีทำอย่างไรคะ” เด็กๆ ซักถามต่อ

          เจ้าหน้าที่ตอบว่าไม่รู้เหมือนกัน เพราะไปซื้อที่ปากคลองตลาด เขาไม่บอกสูตรให้เพราะเป็นความลับทางการค้า ถ้าคนซื้อรู้วิธีทำแล้วก็จะเสียลูกค้า ขายกล้วยไม้ไม่ได้

          ด้วยความอยากรู้ เด็กๆ ทั้งสามจึงไปหาคำตอบในอินเตอร์เน็ต พบข้อมูลเว็บไซต์ www.rmutphysics.com บอกเกี่ยวกับการใช้สีผสมอาหารผสมกับน้ำให้มีความเข้มข้น แล้วนำกิ่งดอกไม้มาแช่ลงไปในน้ำผสมสีนั้น ทิ้งไว้ 1 คืน กลีบดอกไม้จะเป็นสีตามต้องการ

          แต่เด็กๆ ยังสงสัยว่าถ้าใช้สีย้อมผ้า กล้วยไม้จะดูดสีได้ดีเหมือนใช้สีผสมอาหารหรือไม่ จึงเป็นที่มาของโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง “กล้วยไม้ดูดสี” ผลงานของด.ญ.ณัชมน ผู้เจริญชนะชัย น้องอิ่ม ด.ญ.บริรัฐ ตุ้มเดช น้องแจน และด.ญ.ตวงพร พ่วงแสง น้องตวง โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ซึ่งเป็นโรงเรียนแกนนำของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยมีคุณครูทัศนียา บูรณะการเจริญ เป็นที่ปรึกษา และข้าราชบริพารฝ่ายในเป็นที่ปรึกษาพิเศษ

          โครงงานนี้ แสดงถึงการให้น้ำสีออสโมซิสผ่านเซลล์ต่างๆ จนไปถึงกลีบดอก เพื่อให้ได้สีตามที่ต้องการ ศึกษาเปรียบเทียบการแช่ดอกกล้วยไม้โดยใช้สีย้อมผ้ากับสีผสมอาหารประเภทใดจะดูดสีได้มากกว่ากัน แล้วนำดอกไม้สีต่างๆ ที่ได้มาใช้ร้อยมาลัยดอกไม้ด้วย

          อุปกรณ์และสารเคมีที่ใช้ ประกอบด้วย บีกเกอร์ขนาด 500 มิลลิลิตร จำนวน 2 ใบ ขวดแก้วชมพู่บีกเกอร์ หรือขวดน้ำ จำนวน 6 ขวด สีย้อมผ้าและสีผสมอาหาร จำนวน 3 สี (แดง น้ำเงิน เหลือง) แท่งแก้วคนสาร น้ำสะอาด 1 ลิตร และดอกกล้วยไม้สีขาวพันธุ์หวาย

          วิธีการทดลอง ละลายสีผสมอาหาร 1 ช้อนชา และสีย้อมผ้าลงในบีกเกอร์ โดยสีย้อมผ้าให้ใช้น้ำอุ่น ใช้แท่งแก้วคนจนสีละลาย จนครบ 3 สี ได้ 3 บีกเกอร์ นำกล้วยไม้แช่ลงในน้ำสี แล้วบันทึกการสังเกตการดูดสีทุก 6 ชั่วโมง จำนวน 4 ครั้ง

          ผลการทดลอง พบว่า สีย้อมผ้าไม่เกิดกระบวนการแพร่สีทุกสีไปยังท่อลำเลียงน้ำของกล้วยไม้ เพราะมีความเข้มข้นมาก ส่วนสีผสมอาหารนั้นละลายได้ดีและมีความเข้มข้นน้อยกว่าสีย้อมผ้า จึงลำเลียงน้ำสีจากส่วนล่างของก้านกล้วยไม้ไปยังกลีบดอกปลายช่อได้ดีกว่า ส่วนสีอ่อนเข้มนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการทำให้เกิดกระบวนการแพร่จากสีผสมอาหารไปยังเนื้อเยื่อลำเลียงน้ำ และส่งไปยังเซลล์ที่อยู่ถัดไป ซึ่งเซลล์เรียงต่อกันเป็นท่อจนถึงปลายช่อดอก

          น้องอิ่ม ณัชมน ซึ่งชอบเรียนทั้งคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาไทย บอกว่า การทำโครงงานนี้ได้เรียนรู้เนื้อหาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกระบวนการออสโมซิส ได้ฝึกการสังเกต

          น้องแจน บริรัฐ เล่าว่า การทำโครงงานนี้ต้องใช้ความอดทนเพราะมีการสังเกตทุก 6 ชั่วโมง แล้วจดบันทึกไว้ การเรียนวิทยาศาสตร์ต้องเรียนอย่างไม่เครียด สามารถพิสูจน์ได้ หลังจากที่ทำโครงงานนี้แล้วเรายังนำกล้วยไม้ที่ได้จากการดูดสีมาทำงานนฝีมือ “กระแตไต่ไม้” ซึ่งต้องใช้สมาธิมากเลยค่ะ

          ด้านน้องตวง ตวงพร ซึ่งชื่นชอบการทำงานฝีมือร้อยพวงมาลัย และทำได้สวยมาก บอกว่า ชอบเรียนโดยการทดลองจริงอย่างนี้ค่ะ การเรียนวิทยาศาสตร์ได้ความรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ อย่างเช่นทำกล้วยไม้ดูดสี ก็นำไปร้อยมาลัยต่อ การทำงานฝีมือต้องฝึกบ่อยๆ ค่ะ

          การนำดอกกล้วยไม้หรือดอกไม้ชนิดอื่นๆ มาดูดสีให้มีสีต่างๆ ได้เปรียบเสมือนว่าการให้น้ำสีไหลผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ภายในของก้านดอกไม้ นั่นหมายความว่าให้น้ำสีออสโมซิสผ่านเนื้อเยื่อต่างๆ ไปจนถึงกลีบดอก เพื่อให้ได้กลีบดอกที่มีสีตามที่เราต้องการนั่นเอง

          ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod