รางวัล ครูสอนดี




ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา – ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานกรรมการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน คนที่ ๑ เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ครูผู้รับทุนครูสอนดี ซึ่งมาจากครูสอนดีที่สอนเด็กด้อยโอกาส จำนวน ๕๔๙ คน และรางวัลจังหวัดดีเด่น โดยผู้แทนจากจังหวัด ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีระดับจังหวัด เข้าร่วมกว่า ๑,๐๐๐ คน เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๕ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ









 src=

รมว.ศธ.ได้กล่าวถึงพลังจังหวัดและท้องถิ่นในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนว่า ปัจจุบันสังคมไทยยังเผชิญปัญหาเด็กเยาวชนผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา จากข้อมูลของสารสนเทศทางการศึกษา ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงศึกษาธิการ ปี ๒๕๕๑ พบว่า ยังมีเด็กที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ประมาณ ๒-๓ ล้านคน หรือคิดเป็น ๑ ใน ๕ ของประชากรเด็กและเยาวชนไทยทั้งระบบ ตั้งแต่เด็กที่กำลังเผชิญกับปัญหาความยากจน ถูกบังคับใช้แรงงาน อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล อยู่ในสถานพินิจ ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ยังไม่รวมถึงที่มีภาวะความบกพร่องในการเรียนรู้ เช่น แอลดี สมาธิสั้น ออทิสติค ซึ่งจากข้อมูลของสถาบันรามจิตติ ในปี ๒๕๕๔ พบว่า มีจำนวนเกือบ ๒ ล้านคน ที่เป็นเด็กกลุ่มเสี่ยงแม้ยังอยู่ในระบบการศึกษาแต่เสี่ยงต่อการออกกลางคัน

รมว.ศธ.กล่าวว่า รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ควบคู่กับการยกระดับการศึกษาและการเรียนรู้สู่มาตรฐานสากลไปพร้อมกัน จึงเป็นที่น่ายินดีที่สสค. ซึ่งเป็นองค์กรเล็กๆ ที่ตั้งขึ้นมาดูแลรับผิดชอบงานด้านการดูแลเด็กด้อยโอกาสเพื่อลดช่องว่างทางคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้เป็นการเฉพาะ ได้ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จากชุมชนและจังหวัดคัดเลือกครูสอนดี ด้วยกระบวนการคัดเลือกแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน มากกว่า ๑๕๐,๐๐๐ คน แสดงให้เห็นถึงพลังของจังหวัดและท้องถิ่น ที่ทุกภาคส่วนมาร่วมมือกันในการคัดเลือก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่รัฐบาลจะพยายามสานต่อความร่วมมือให้เป็นการร่วมพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และทำให้มั่นว่าการขยายผลการทำงานในเรื่องการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนจึงน่าจะไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ด้วยเครือข่ายครูดีนับหมื่นคนที่พร้อมจะเป็นผู้ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ ในระดับชุมชนท้องถิ่น

โครงการครูสอนดี เป็นการระดมความร่วมมือจากสังคมและชุมชนท้องถิ่นเข้ามาร่วมกันคัดเลือกครูที่มีผลงานเชิงประจักษ์ จนได้ครูสอนดีจำนวนทั้งสิ้น ๑๘,๘๗๑ คน ที่อยู่ในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา ในจำนวนนี้มีครูสอนดีที่สอนเด็กด้อยโอกาส ซึ่ง สสค.ได้จัดงบประมาณ “ทุนครูสอนดี” รายละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อจัดทำโครงการขยายผลการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส ในระยะเวลา ๑๘ เดือน โดยมีครูผู้รับทุนจำนวนทั้งสิ้น ๕๔๙ คน ซึ่งจากผลสำรวจ พบว่า จำนวนเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ภายใต้การดูแลของครูสอนดี ในปี ๒๕๕๕ มีจำนวนเกือบ ๗๐,๐๐๐ คน อันดับ ๑ มาจากเด็กยากจน มีจำนวนถึง ๓๓,๕๒๓ คน ตามด้วยเด็กพิการทางร่างกายและสมอง จำนวน ๑๖,๑๑๑ คน เด็กในพื้นที่ห่างไกล ๓,๐๔๓ คน เด็กถูกทอดทิ้ง ๑,๔๘๘ คน เด็กจากสถานพินิจ ๑,๒๘๐ คน ตามลำดับ ส่วนที่เหลือจะมีทั้งเด็กติดยาเสพติด ลูกแรงงานต่างด้าว แม่วัยรุ่น ถูกบังคับค้าประเวณี และติดเชื้อ HIV โดยครูที่สอนเด็กด้อยโอกาสต้องการให้สนับสนุนการทำงานในด้านนวัตกรรมและสื่อการเรียนการสอน รวมทั้งอุปกรณ์เทคโนโลยี และสื่อ ICT มากที่สุด รองลงมาต้องการงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานรวมถึงเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส และ บุคลากร วิทยากร ครูช่วยสอน และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อเป็นที่ปรึกษาในการทำงาน ตามลำดับ

การดำเนินงานโครงการคัดเลือกครูสอนดีในปีแรกนี้ ได้มีการคัดเลือกจังหวัดและครูเข้ารับรางวัล ดังต่อไปนี้

จังหวัดที่มีกระบวนการคัดเลือกดีเด่น โดยดำเนินงานอย่างมีส่วนร่วม และมีความโปร่งใส จำนวน ๑๐ จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร จันทบุรี ชัยภูมิ น่าน เพชรบุรี ภูเก็ต ยะลา ลำพูน สุรินทร์ และอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมร่วมเป็นจังหวัดนำร่อง โดยรับงบประมาณเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และการยกระดับการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนด้วยความริเริ่มของพื้นที่ จังหวัดละ ๓ ล้านบาท

จังหวัดด้านการสื่อสารดีเด่น ที่นำเสนอเนื้อหาโครงการครูสอนดีชัดเจนต่อเนื่อง และก่อให้เกิดเครือข่ายการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง จำนวน ๗ จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ปทุมธานี สุราษฏร์ธานี ยะลา เพชรบุรี และสุพรรณบุรี

ครูสอนดี ผู้ได้รับทุนในการดูแลเด็กด้อยโอกาสในสังคม จำนวน ๕๔๙ คน เช่น นายสามารถ สุทะ ครูในห้องเรียนเรือนแพ ร.ร.บ้านก้อจัดสรร อ.ลี้ จ.ลำพูน ซึ่งสอนหนังสือให้กับลูกหลานชาวประมงบนเขื่อนภูมิพล ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึง ป.๖ โดยมุ่งบูรณาการวิถีชีวิตของเด็กที่อยู่บนเรือนแพ และใช้ชีวิตอยู่กับลูกศิษย์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และนายรังสรรค์ ธรรมวัฒนา ครูเรือนจำผู้พลิกแดนคุมขังเป็นห้องเรียน หัวหน้าฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง จ.ปทุมธานี การศึกษาที่เหมาะกับผู้ต้องขังในทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง ควรเป็นวิชาที่จะช่วยพัฒนาความคิด ทักษะและประสบการณ์ที่ตอบรับความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งได้จัดหลักสูตรที่ตรงความต้องการของผู้เรียนจัดตั้งทีมเจ้าหน้าที่ผู้คุมให้สอนในวิชาที่ถนัด และประสานเครือข่ายสถาบันการศึกษาภายนอกให้ช่วยสอนวิชาเฉพาะทาง รวมทั้ง จัดสถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนอย่างเหมาะสม

นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน


More Photos : ข่าวที่ 212/2555