รมช.กนกวรรณ ชื่นชมงานการศึกษาเอกชนสำเร็จก้าวหน้าเป็นรูปธรรม ยกย่องผู้เกษียณฯ-ผู้ให้บริการดี เป็นบุคคลทรงคุณค่าวงการศึกษาไทย

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายในการประชุมรายงานผลโครงการพัฒนาทักษะนักเรียนโรงเรียนเอกชน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ประจำปีงบประมาณ 2563 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โดยมีนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช. นายวิมล จำนงบุตร ที่ปรึกษาเลขาธิการ กช. ตลอดจนรองเลขาธิการ กช. ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ประธานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด นายกสมาคมสถานศึกษาเอกชน ข้าราชการ และผู้เกษียณอายุราชการ เข้าร่วมกว่า 250 คน

 width=

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปี กับ 2 เดือน ของการทำงานในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ทุ่มเททำงานและลงพื้นที่รับฟังปัญหาอุปสรรคใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมนำมาเป็นข้อมูลในการศึกษาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อผลักดันส่งเสริมการพัฒนาโรงเรียนเอกชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือร่วมใจจากเลขาธิการ กช. ผู้บริหาร ครู และบุคลากร ตลอดจนสมาคมโรงเรียนเอกชนอย่างดียิ่ง ซึ่งทุกคนก็เปรียบเสมือนฟันเฟืองที่สำคัญที่จะช่วยสนับสนุน เติมเต็มการพัฒนาการศึกษาของชาติ สู่เป้าหมายการสร้างคนไทยในศตวรรษที่ 21 ตามนโยบายของรัฐบาล

โดยมีผลสำเร็จและความก้าวหน้าในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ สช.อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน ที่ได้ขยายเพดานจาก 100,000 บาทต่อคนต่อปี เป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี เพื่อที่จะเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานของครูทุกคน, การพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอนของครูผู้ดูแลเด็กพิการ ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม, การส่งเสริมโครงการพัฒนาผู้บริหารและครู เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (O-NET) จำนวน 42,989 คน จาก 2,764 โรงเรียน, สร้างแอปพลิเคชัน “สช. On Mobile” เพื่อเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงการให้บริการแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สช. ที่จะเป็นการอำนวยความสะดวกด้านการติดต่อสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร การเข้าถึงข้อมูลความรู้และสวัสดิการจาก สช. ไปยังผู้บริหาร ครู และบุคลากร

นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมค่ายผู้นำเยาวชนวิถีใหม่ห่างไกลยาเสพติด สอดคล้องกับการกำหนดให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยจัดกิจกรรมค่ายทักษะชีวิตสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด และค่ายผู้นำเยาวชนวิถีใหม่ ห่างไกลยาเสพติด ทั้งยังมีการวางแผนขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ดิจิทัล “ศูนย์ Digital Leaning Center” ของ สช. ให้มีความหลากหลาย เข้าถึงทั้งนักเรียนและประชาชนมากยิ่งขึ้น เน้นครูใช้ระบบออนไลน์ได้อย่างชำนาญ พร้อม ๆ กับการพัฒนาระบบสวัสดิการกองทุนสงเคราะห์ออนไลน์ให้สมาชิกได้รับรู้ข้อมูล ความเคลื่อนไหวของกองทุนฯ และบริการอื่น ๆ ของ สช.ต่อไป

 width=  width=  width=  width=  width=  width=  width=  width=  width=

และที่สำคัญคือ การจัดกิจกรรมประชาพิจารณ์ “ความคาดหวังต่อรัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการที่มีต่อการพัฒนาการศึกษาเอกชน” โดยเลขาธิการ กช. ได้ร่วมกับ สมาคม ปส.กช. เปิดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของนักเรียนโรงเรียนเอกชน จำนวน 20 จุด เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ การพัฒนาความพร้อมและรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงสังคมปัจจุบัน ตลอดจนปลูกจิตสำนึกการมีส่วนร่วมในกิจกรรมตามวิถีแห่งประชาธิปไตย โดยมีผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชน เข้าร่วมกว่า 6,000 คน ทั้งนี้ รัฐมนตรีได้รวบรวมรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเสนอรัฐบาลต่อไป

“การดำเนินงานและโครงการของ สช. ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญต่อการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชนในทุกมิติ โดยเฉพาะการปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตปกติใหม่ (New normal) ที่ได้มีการประชุมหารือ วางแผน กำหนดเป้าหมาย และทิศทางการบริหารจัดการภายในองค์กรในหลายส่วนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงขอฝากให้มีการเชื่อมโยงงานการศึกษาเอกชนกับสำนักงานศึกษาธิการภาคทั้ง 18 ภาค ส่วนบุคลากรกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ก็ขอให้บูรณาการทำงานในระดับพื้นที่ร่วมกันอย่างสมดุลกลมกลืน ให้ตอบโจทย์การกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อดำเนินการจัดการศึกษาเอกชนให้กับเด็ก เยาวชน ประชาชนที่สนใจ จนสามารถเรียกได้ว่า “คนทุกช่วงวัย” ได้เรียนรู้ตลอดชีวิต ได้เรียนรู้ตามความสนใจ ตามความถนัด มีงานทำและมีรายได้ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึงจุดเน้นและนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับ การบริหารงานกองทุนสงเคราะห์ (ครูเอกชน) เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญ เพื่อดูแลให้เกิดสิทธิประโยชน์สูงสุดสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา

ท้ายสุดนี้ ในนามของกระทรวงศึกษาธิการ ขอยกย่องชื่นชมผู้เกษียณอายุราชการ และผู้ให้บริการดีเด่น ที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้ ซึ่งทุกท่านถือเป็นผู้ปฏิบัติราชการ ด้วยความทุ่มเทเสียสละ อุทิศทั้งแรงกาย แรงใจ และสติปัญญา เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับวงการศึกษาและหน่วยงานเป็นอย่างมาก ในนามของกระทรวงศึกษาธิการ ขอแสดงความขอบคุณและขอยกให้เป็นผู้ทรงคุณค่าแห่งวงการศึกษาเอกชนตลอดไป” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

 width=  width=  width=  width=  width=

นวรัตน์ รามสูต: สรุป/เรียบเรียง
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
24/9/2563