ม.รังสิต สร้างชื่อคว้าแชมป์ลีดเดอร์

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 มิ.ย.ที่โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ กรุงเทพฯ สมาพันธ์เชียร์ลีดดิ้งประจำประเทศไทย และมหาวิทยาลัยรังสิต ได้ร่วมกันแถลงข่าวความสำเร็จของทีมเชียร์ลีดเดอร์ ม.รังสิต ที่สามารถคว้าอันดับ 1 ในการแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งเอเชีย อินเตอร์เนลชั่นแนล โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยคว้ารางวัลกลับมาให้คนไทยได้ชื่นชมถึง 5 รางวัล ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้มีประเทศที่เข้าร่วมจำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น อเมริกา ไต้หวัน ศรีลังกา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง สิงคโปร์ และไทย
          ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี ม.รังสิต กล่าวว่า ทีมเชียร์ลีดเดอร์ ม.รังสิต กวาดรางวัลมา 5 รางวัล อาทิ การต่อตัวเป็นกรุ๊ป การเชียร์ลีดดิ้ง คะแนนรวมการแข่งขันในแต่ละวันและที่สำคัญยังได้รางวัลนักกีฬามารยาทดี ซึ่งพิจารณาตัดสินรางวัลโดยกระทรวงวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นความสำเร็จอย่างมากกับเด็กไทยที่สามารถไปสร้างชื่อเสียงให้นานาชาติเห็นว่าเด็กไทยมีความสามารถ และในอนาคตทางญี่ปุ่นก็เตรียมที่จะผลักดันให้กีฬาเชียร์ลีดดิ้งบรรจุเข้าไปสู่การแข่งขันโอลิมปิกด้วย ซึ่ง ม.รังสิต ก็มีเป้าหมายที่จะนำกีฬาเชียร์ลีดดิ้งของไทยเข้าไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเหมือนกัน
          ด้านนายเผ่าพงษ์ พ่วงรวด หัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์ ม.รังสิต กล่าวว่า ทีม ม.รังสิตชุดนี้เป็นครั้งแรกที่ไปแข่งขันในรายการนี้และรู้สึกดีใจมากที่คว้ารางวัลมาได้ เพราะเราสามารถชนะแชมป์เก่าจากไต้หวันได้ ซึ่งสาเหตุที่ชนะเนื่องจากทีมเรามีความพร้อมด้านเทคนิคการต่อตัว การโยน และสามารถเล่นท่ายาก ๆ และโลดโผนได้ดี จึงเป็นจุดที่ได้รับการชื่นชมจากผู้ชมโดยรอบสนาม หลังจากนี้ทางทีมจะต้องฝึกซ้อมอย่างหนักทั้งในด้านเทคนิคและความแข็งแรงของร่างกายเพื่อเตรียมตัวไปแข่งเวทีระดับโลกในรายการ เวิลด์ เชียร์ลีดดิ้งแชมเปี้ยนชิพ(WCC)ที่ประเทศเยอรมนีในปีหน้า ซึ่งทางทีมได้ตั้งความหวังที่จะเป็นแชมป์โลกในรายการนี้ด้วย เนื่องจากปีที่แล้วญี่ปุ่นเป็นแชมป์โลกอยู่แต่ในการแข่งขันครั้งนี้เราสามารถชนะญี่ปุ่นที่เป็นทีมแชมป์โลกอยู่
          อย่างไรก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมา ม.รังสิตเคยคว้าแชมป์โลกในการแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งของอีกสมาพันธ์หนึ่งมาแล้วเมื่อปี 2004 และการเดินทางไปแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ของทีมเชียร์ลีดเดอร์ของม.รังสิตในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยนักกีฬาทั้งสิ้น 16 คน แบ่งเป็นชาย 9 คน และหญิง 7 คน

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์