ม.มหิดล ขึ้นนำ “มหาวิทยาลัยสีเขียว” อันดับ 1 ของไทย
จากผลสำรวจ UI Green Metric World University Ranking 2012 ที่จัดทำโดย University of Indonesia มหาวิทยาลัยในอินโดนีเซีย (UI) เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ประกาศว่า มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นสถาบันการศึกษาสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดในโลก เป็นอันดับที่36ของโลก อันดับที่ 11 ของเอเชีย และอันดับ 1 ของประเทศไทย จากจำนวนมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมการจัดอันดับรวมทั้งสิ้นจำนวน 215 แห่ง โดยได้คะแนนรวมที่ 6,208.39 คะแนน จากเกณฑ์การประเมิน 6 ด้าน คือ สถานที่ตั้งและระบบสาธารณูปโภค, การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ, การจัดการขยะ, การใช้น้ำ, การจัดการระบบขนส่ง และ การศึกษา
มหาวิทยาลัย อันดับ(ของโลก) คะแนน
มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 36 (อันดับ 1 ของไทย) 6,208.39
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อันดับที่ 38 6,.138.89
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับที่ 41 6,093.24
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับที่ 44 6,003.25
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อันดับที่ 71 5,471.71
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ อันดับที่ 175 3,867.24
มหาวิทยาลัยบูรพา อันดับที่ 192 3,514.10
สำหรับ “สุดยอดมหาวิทยาลัยสีเขียว”ของโลกประจำปี 2012 ผลสำรวจครั้งนี้ คือ มหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัต ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้คะแนนจากเกณฑ์การประเมินทั้ง 6 ข้อสูงที่สุดในโลกที่ 7,569.39 คะแนนจุดเริ่มต้น “มหา’ลัยสีเขียว” ม.มหิดล
ศาสตราจารย์นายแพทย์ รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยมหิดลได้ตระหนักถึงการพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็น Green Campus มาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งเป็นสมัยของท่านอธิการบดี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่จัดทำแผนแม่บทภายใต้แนวคิด “มหาวิทยาลัยเมืองในฝัน เมืองน่าอยู่และเสริมสร้างสุขภาวะ” จากนโยบาย “A Promised Place to Live and Learn with Nature” หรือ “เราจะเรียน และเราจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติ”
“กว่าจะมาเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวนั้น เริ่มต้นจากการสร้างพื้นที่ในมหาวิทยาลัยร้อยละ 70 ให้เป็นสีเขียว ทำให้น่าอยู่ร่มรื่นเป็นห้องเรียนธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างจินตนาการและการเรียนรู้ นอกจากนี้เรายังได้สร้างมหาวิทยาลัยให้เป็นสถานที่ที่ชุมชนเพื่อนบ้านของมหาวิทยาลัยได้ร่วมใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ตลอดจนเป็นต้นแบบในด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆภายในมหาวิทยาลัย
โดยในปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยได้มีการผลักดันและสานต่อด้วยการกำหนดเป็น 1 ใน 9 ยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย คือ ยุทธศาสตร์ด้าน Harmony in Diversity โดยมีเป้าประสงค์หลักเพื่อที่จะส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็น ECO University อย่างเต็มตัวในปี 2559โดยในปี2556 นี้ นอกเหนือจากการโครงการ และกิจกรรมต่างๆ อาทิ รถรางเพื่อการอนุรักษ์, จักรยานสีขาวหรือโครงการจักก้าเซ็นเตอร์ ที่เราผลักดันให้เป็นต้นแบบของ “มหาวิทยาลัยเมืองจักรยาน” และการเปลี่ยนขยะให้เป็นรายได้ เป็นต้น นั้นคือการรณรงค์ และให้ความรู้และความเข้าใจอย่างถูกต้องในลดการใช้ไฟฟ้า น้ำ น้ำมัน และทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการนำเอาองค์ความรู้ของคณะ สถาบัน และวิทยาลัยมาประยุกต์ใช้ในการก้าวไปสู่ ECO University อย่างเต็มตัวสมดังคำปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล คือ “ปัญญาของแผ่นดิน”
ปรับนโยบาย ปรับสภาพแวดล้อม สู่ “Green Lifestyle”
ศาสตราจารย์แพทย์หญิง สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยมหิดล ให้เป็น “เมืองมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) ที่มีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ รื่นรมย์ เอื้อต่อวิถีชีวิตที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของนักศึกษา บุคลากรและชุมชนโดยรอบ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดำเนินการปรับปรุงในทุกด้านอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การพัฒนาไม่หยุดเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงทางภายภาพ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
“ขณะนี้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้มีการปรับนโยบายในการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อยกระดับความสำคัญและเอื้อต่อการทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบและสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการเดิน การปั่นจักรยาน การขนส่งสาธารณะ กิจกรรมนันทนาการ และกิจกรรมทางกายที่สร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีการสร้างสัญลักษณ์ทางการจราจรที่จดจำง่าย รวมไปถึงทางเดินในพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่อนุรักษ์ให้สำหรับชาวมหิดลศาลา และชุมชนใกล้เคียง”
ธนาคารขยะ
ศาสตราจารย์แพทย์หญิง สุวรรณา กล่าวว่า ม.มหิดลเล็งเห็นขยะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญและต้องการความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายและทุกหน่วยงานในการ่วมรณรงค์ เพื่อลดภาระให้กับสังคมและโลก
“โครงการธนาคารขยะรีไซเคิล เปิดดำเนินการทุกวันพฤหัสบดี โดยให้นักศึกษา เจ้าหน้าที่ อาจารย รวมถึงประชาชนรอบมหาวิทยาลัยสามารถเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อนำขยะมาขายให้กับโครงการ สร้างรายได้ให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยให้ปริมาณขยะในมหาวิทยาลัยลดลง จำนวนมาก หน่วยงาน บุคลากร นักศึกษาตลอดจนผู้ประกอบการร้านค้าสามารถนำขยะรีไซเคิลมาฝากขายได้ที่อาคารอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ธนาคารขยะรีไซเคิล จะออกสมุดฝากขยะรีไซเคิลและจำนวนเงินที่ฝากในวันนั้นให้ และผู้ที่นำมาฝากสามารถถอนเงินได้ทันทีหรือจะฝากไว้ถอนในวันอื่นๆก็ได้”
จักก้าเซ็นเตอร์ “Jakka Center”
ปัจจุบัน แม้จักรยานใน ม.มหิดล ศาลายามีจำนวนกว่า 3,000 คัน และภาพนักศึกษาขี่จักรยานเป็นกลุ่มในทางจักรยานมีให้เห็นชินตา ศาสตราจารย์แพทย์หญิง สุวรรณา กล่าวเพิ่มเติมถึงโครงการจักก้าเซ็นเตอร์ว่า มหาวิทยาลัยยังต้องการที่จะลดการใช้รถยนต์และจักรยาน และส่งเสริมการขี่จักรยานเพื่อเพิ่มจำนวนของผู้ขี่จักรยานภายในมหาวิทยาลัยให้มากขึ้นจากกลุ่มนักศึกษา บุคลากรรวมถึงผู้ที่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงมหาวิทยาลัย
“ม.มหิดลได้จัดสภาพแวดล้อมที่จูงใจและสะดวกต่อการขี่จักรยานให้เพิ่มมากขึ้น เช่น การปรับปรุงเส้นทางจักรยาน การจัดที่จอดรถจักรยานเพิ่มเติม การจัดระบบจักรยานสาธารณะ (จักรยานสีขาว) และได้จัดตั้งศนย์บริการจักรยานหรือ “จักก้าเซ็นเตอร์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางของการให้บริการยืม-คืนจักรยานสีขาว บริการซ่อมแซมจักรยาน และการจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้และส่งเสริมการขี่จักรยาน”
ทางจักรยาน(Bicycle Lane)
ด้วยแนวคิดที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยโดยใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีของนักศึกษาและบุคลากร ม.มหิดลจึงมีนโยบายที่จะสนับสนุนการเดินและขี่จักรยานในฐานะเป็นการสัญจรหลักภายในมหาวิทยาลัย โดยโครงการหนึ่งที่มีความสำคัญ นั่นคือ โครงการเปลี่ยนถนนของรถยนต์ให้เป็นถนนคนเดินโดยลดพื้นที่จราจรจำนวน 3 เลนจาก 6 เลน เพื่อเปลี่ยนเป็นเส้นทางเดินเท้าและทางจักรยานให้หลายๆ คนได้ออกกำลังกายด้วยการ เดิน วิ่ง และขี่จักรยาน มีโอกาสได้เดินเท้าพบปะทักทายกัน มีต้นไม้ปลูกให้ร่มเงา รวมถึงเกิด Green Lifestyle จากการมีพื้นที่ใหม่ๆ ให้จัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่เพิ่มสีสันและความหลากหลายในชีวิต
แปลงผักปลอดสารพิษ
บนพื้นที่ 4 ไร่บริเวณด้านข้างอาคารคณะเทคนิคการแพทย์ ดำเนินการปลูกผักปลอดภัยจาสารพิษ หนึ่งในโครงการ “สถานีสุขภาพแนวเศรษฐกิจพอเพียง” ของ ม.มหิดล ศาลายา ร่วมกับ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านแปรรูปสมุนไพรศาลายา และอำเภอพุทธมณฑล เพื่อผลิตผักที่มีคุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัย สำหรับบริโภคและจำหน่าย ซึ่งเป็นการปลูกผักหมุนเวียนประเภทต่างๆ ได้แก่ พืชผักสวนครัว ผักประเภทหัวใต้ดิน ผักพื้นบ้าน ผักประเภทเลื้อย และผลไม้ โดยมีเกษตรกรรับผิดชอบในการปรับพื้นที่ ขุดร่องน้ำ ทำคันดิน และปรับปรุงบำรุงดิน ส่วนทางม.มหิดลได้ให้ความอนุเคราะห์ด้านการติดตั้งระบบน้ำแบบสปริงเกอร์ โดยใช้ปุ๋ยหมักที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ จำหน่ายนักศึกษา เจ้าหน้าที่ และบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยในราคาย่อมเยา
สถานีรถราง
ปัจจุบันพื้นที่ ม.มหิดล ศาลายา มีจำนวนรถยนต์ที่เข้ามาในพื้นที่กว่า 6,000 คันต่อวัน และมีจำนวนรถยนต์สะสะมในพื้นที่ช่วงระหว่างวันเฉลี่ยประมาณ 1,600 คัน ทำให้มหาวิทยาลัยประสบปัญหาในด้านการสัญจรและการจอดรถยนต์ที่ไม่เป็นระบบ ระเบียบเกิดความแออัดบนพื้นที่ถนนสายหลักอีกทั้งก่อนให้เกิดมลพิษทางอากาศ จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์
“มหาวิทยาลัยจึงดำเนินโครงการรถรางวิ่งให้บริการรับส่งระหว่างหน่วยงานต่างๆ ภายในพื้นที่ ม.มหิดล ศาลายา โดยเป็นรถรางที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันเบนซินและก๊าซ NGV เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้รถสาธารณะลดการขับขี่รถส่วนตัวภายในมหาวิทยาลัย และเป็นการอนุรักษ์พลังงาน อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษทางอากาศอีกทางหนึ่ง โครงการรถรางมีรถรางให้บริการ 16 คัน แบ่งเป็น 4 สาย ได้แก่ สายสีแดง สายสีน้ำเงิน สายสีเขียว และสายศูนย์การเรียนรู้ -สำนักงานอธิการบดี”
นอกจากนี้ยังมี โครงการสร้างแนวรั้วสีเขียวบนเนินดินของมหาวิทยาลัยให้เป็นกำแพงดิน เพื่อสร้างทัศนียภาพที่โล่ง โปร่ง สบายตา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา รอดพ้นจากมหาอุทกภัย 2554 , โครงการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ โดยใช้วัสดุธรรมชาติภายในมหาวิทยาลัยมาผลิตเป็นปุ๋ยบำรุงรักษาพันธุ์ไม้ และปลูกหญ้าให้งอกงาม และออกจำหน่ายในส่วนที่เหลือ, โครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย เพื่อลดการปล่อยน้ำเสียภายในมหาวิทยาลัยมหิดลออกสู่ภายนอก โดยมีศักยภาพบำบัดน้ำเสียได้กว่าวันละ 3 พันลูกบาศก์เมตร อีกทั้งยังได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบบ่อบำบัดน้ำเสีย เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายอีกแห่งหนึ่งของบุคคล ทั้งภายใน และภายนอกมหาวิทยาลัย, โครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะในบริเวณมหาวิทยาลัย โดยได้แจกจ่ายให้กับนักศึกษาใช้ในหอพัก รวมถึงเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด ทดแทนการใช้สารเคมีทำความสะอาด, โครงการบ้านรักหมา เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัด โดยนำมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นสุนัขนิสัยดี พร้อมให้ผู้รักสุนัขนำไปเลี้ยงต่อไป, โครงการธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในการพระราชทานชื่อ “อุทยานธรรมชาติสิริรุกขชาติ” เป็นการจัดการพื้นที่กว่า 140ไร่ เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ให้บุคคลภายทั้งภายใน และภายนอกมหาวิทยาลัยได้มาเรียนรู้ และใช้ประโยชน์เกี่ยวกับสมุนไพร และ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบเรือนไทย สำหรับจัดกิจกรรมด้านทำนุบำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรมไทย รวมทั้งเป็นแหล่งอนุรักษ์ต้นสะแกทุ่ง และหมู่นกท้องถิ่น ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมถ่ายภาพ และเป็นที่พักผ่อนบริเวณโดยรอบได้
ปรับหลักสูตรผลิต “นักอนุรักษ์ธรรมชาติ” รุ่นใหม่
ในส่วนของการจัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม รองศาสตราจารย์ ดร. กัมปนาท ภักดีกุล คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า คณะฯ มีการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม จำนวน 67รายวิชา ปริญญาโท 28 รายวิชา และ ปริญญาเอก Doctor of Philosophy in Environment and Resource Studies
“เรามุ่งเน้นการสนับสนุนและส่งเสริมการค้นคว้าวิจัย เพื่อให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ และการวิจัยต่อเนื่องระยะยาวควบคู่ไปกับการสร้างบัณฑิต โดยมุ่งเน้นการศึกษาวิจัยแบบสหวิทยาการ (Multidisciplinary Research) ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ ช่วยพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน สร้างบัณฑิตที่มีความเป็นผู้นำทางวิชาการและสามารถนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ นับตั้งแต่การก่อตั้งคณะฯ มากว่า 30 ปี คณะฯ ได้ดำเนินการวิจัยมากกว่า 30โครงการ”
แหล่งที่มา : http://www.manager.co.th
