แต่สิ่งเหล่านี้แหละค่ะ ที่เป็นการปลูกฝังค่านิยม ทำให้เด็ก ๆ ลูกหลานของเราเติบโตขึ้นไปพร้อม ๆ กับอายุขัยของห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน ก็แหม..ห้างสรรพสินค้าก็ตอบสนองซะขนาดนั้น เรียกว่าเป็นเด็กยุคใหม่ที่โตในห้างฯ ก็ว่าได้ เราคงไม่อยากให้ลูกหลานของเราเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กแบบที่ถูกหล่อหลอมด้วยวัตถุนิยมรอบตัว สิ่งของมากมายที่ล้วนล่อตาล่อใจคนในครอบครัว ยามหิวก็เลือกร้านอาหารนานาสารพัดทั้งที่ปากก็บอกว่าเป็นอาหารขยะ แต่เมื่อคุณลูกเรียกร้องก็เอาซะหน่อยละกัน เข้าข่าย “ปากว่าตาขยิบ” นั่นแหละค่ะ เรียกว่าวันเวลาใน 1 วัน สามารถตอบสนองทุกอย่างของมนุษย์ได้หมด จนบางทีก็น่าตกใจ และเกิดคำถามเหมือนกันว่า ชีวิตของเราถูกผูกไว้ด้วยพันธนาการของห้างสรรพสินค้ากระนั้นหรือ แล้วลูกของเราได้อะไรจากห้างสรรพสินค้าบ้างล่ะ..! บางท่านอาจจะแย้งว่า ก็แหมมีสถานที่เรียนพิเศษ กวดวิชามากมาย ขณะลูกกำลังเรียน คุณพ่อคุณแม่ก็ไปชอปปิ้งรอได้ พอคุณลูกเรียนเสร็จ ก็ชวนกันรับประทานอาหารได้อย่างสะดวกสบาย วันไหนอารมณ์ดีหน่อย คุณลูกเรียกร้องของเล่น ก็ไปเดินเลือกซื้อเลือกหาได้อีกมากมาย ไม่ต้องไปตากแดดซื้อข้างนอก แล้วยังมีโรงภาพยนตร์อีกต่างหาก ดูหนังได้สะดวกสบาย สรุป ตั้งแต่ห้างฯ เปิด เราสามารถอยู่จนกระทั่งห้างฯ ปิดได้สบาย ๆ ประหยัดค่าแอร์ที่บ้านอีกต่างหาก ไม่แปลกใจหรอกค่ะ ที่หลายต่อหลายครั้ง เวลาดิฉันทำแบบสอบถาม แล้วมักจะได้รับคำตอบว่า กิจกรรมของครอบครัวที่นิยมไปในวันหยุด ผู้คนส่วนใหญ่จึงมักตอบว่าห้างสรรพสินค้า แต่อย่าลืมตั้งคำถามว่า แล้วลูกของเราได้อะไรจากห้างสรรพสินค้าบ้างล่ะ..! ภาพเด็กลงไปนอนดิ้นกับพื้น เพราะอยากได้ของเล่นราคาแพง แต่พ่อแม่ไม่อยากให้ก็เลยเดินหนี คุณพ่อคุณแม่ที่ใจอ่อนสุดท้ายก็ต้องทำตามที่ลูกร้องขอ เวลาเดิน ๆ อยู่ ก็มีเครื่องเล่นเกมอยู่ตามทางไว้หลอกล่อเด็ก ภาพเด็ก ๆ ที่ยืนเรียงราย เล่นเกมคอมพิวเตอร์มีให้เห็นอยู่ทุกวี่วัน ความเข็มแข็งในใจหรือจะต้านกิเลส ความเย้ายวนของเกม ที่ถูกคิดค้นจากผู้ใหญ่หัวใสที่พยายามคิดค้นสารพัดกลยุทธ์ว่าจะผลิตเกมแบบใดจึงจะสามารถดึงเงินจากกระเป๋าเด็กได้ เริ่มจากชั่วโมง ก็เป็นหลายชั่วโมง จากเป็นวันก็เป็นหลายวัน จากวันเสาร์ อาทิตย์ ก็เริ่มเป็นวันธรรมดา จากเด็กนักเรียนก็กลายเป็นเด็กหนีโรงเรียน ! ค่านิยมของความฟุ้งเฟ้อ และฟุ่มเฟือย ก็มีอยู่ทุกหนแห่ง มีหรือเด็กจะทานทนได้ ก็..แหม.. เห็นคุณพ่อคุณแม่เป็นตัวอย่างอยู่ทนโท่ เรื่องแหล่งเรียนรู้ดี ๆ ในบ้านเรามีมากมาย และแหล่งเรียนรู้ที่อยากจะสนับสนุนมาก ๆ เห็นจะเป็น พิพิธภัณฑ์นี่แหละค่ะ ระยะหลังดิฉันยอมรับว่าสนใจเรื่องพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างมาก เพราะพิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งเรียนรู้และองค์ความรู้ที่ดี ประหนึ่งเสมือนสถานที่ที่ย่อโลกไว้ให้ใกล้แค่เอื้อม อาจารย์เอนก นาวิกมูล ผู้ร่วมก่อตั้ง บ้านพิพิธภัณฑ์ได้กล่าวถึงพิพิธภัณฑ์ไว้อย่างน่าสนใจว่า “พิพิธภัณฑ์ เป็นเหมือนเครื่องย่อความรู้ ซึ่งจะช่วยทำให้การศึกษา การเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น เพราะพิพิธภัณฑ์เป็นที่รวมสรรพสิ่งต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งถ้าเรารวบรวมของดี ๆ ก็ถือเป็นคลังของแผ่นดิน ที่สร้างความภาคภูมิใจ และให้ได้รับรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ ควรรักษา หวงแหน สืบทอด หรือพัฒนาต่อไปในด้านต่าง ๆ ได้ ดังนั้น การไปชมพิพิธภัณฑ์ จึงก่อประโยชน์อย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่สามารถเป็นแหล่งจุดประกาย และก่อให้เกิดการต่อยอดทางความคิด เพราะได้เห็น สัมผัส สิ่งของต่าง ๆ ด้วยตัวเอง แทนการได้ดูจากภาพ หรือฟังจากเรื่องเล่าเพียงอย่างเดียว” | ||||
แหล่งที่มา : http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9480000140043 |
บทความที่น่าสนใจ
