"ด.ญ.ต้นหลิว" นักเล่านิทาน-นักเขียน Blog รุ่นจิ๋ว

“ด.ญ.ต้นหลิว” นักเล่านิทาน-นักเขียน Blog รุ่นจิ๋ว

“ต้นหลิว-ธรพชรพรรณ พูลศรี” สุดยอดนักเล่านิทานรุ่นจิ๋ว

       เพราะคุณพ่อเล่านิทานให้ฟังทุกคืน จึงเป็นแรงผลักสำคัญให้เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ น่ารักวัย 9 ขวบ ที่ชื่อ “ต้นหลิว-ธรพชรพรรณ พูลศรี” รักที่จะอ่าน และรักที่จะเล่านิทานให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียน รวมไปถึงน้องปุณณ์ น้องสุดที่รักของเธอฟัง จนในที่สุด เด็กหญิงต้นหลิวก็มีโอกาสก้าวสู่การเป็นสุดยอดนักเล่านิทานระดับประเทศในโครงการประกวดนักเล่านิทานระดับอายุ 6 – 9 ขวบ ที่ถูกการันตีด้วยรางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
       
       “ต้นหลิว” เล่าให้ฟังว่า คุณพ่อของเธอเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังตั้งแต่อายุ 2 ขวบ จนถึงตอนนี้อายุ 9 ขวบแล้ว คุณพ่อก็ยังเล่าให้ฟังอยู่ ซึ่งจะนอนฟังพร้อมกันกับน้องชายวัย 7 ขวบ และคุณแม่เป็นประจำทุกคืน ใช้เวลาเล่าประมาณ 10-20 นาที เสียงแห่งความสุขของคุณพ่อ ได้กลายเป็นต้นแบบ และทำให้เธอรักที่จะอ่าน และชื่นชอบการเล่านิทานเป็นพิเศษ เพราะพ่อจะเล่าสนุก สอดแทรกมุกตลก จนเธอเกิดแรงบันดาลใจ และอยากเล่านิทานเองบ้าง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอเข้าแข่งขันเล่านิทานตามเวทีต่างๆ ทั้งใน และนอกโรงเรียน ซึ่งก่อนการแข่งขันทุกครั้ง เธอจะมีคุณพ่อ และคุณแม่คอยเตรียมความพร้อม และคอยเป็นพี่เลี้ยงให้อยู่เสมอ
       
       “หนูเริ่มแข่งเล่านิทานตอนอายุ 2 ขวบ 10 เดือน เรื่องแรกที่เอาไปแข่งขัน เป็นเรื่องลูกสุนัข 5 ตัว แต่งโดยคุณแม่ของหนูเอง ก่อนการแข่งขันทุกครั้ง คุณพ่อจะเป็นคนช่วยในเรื่องเนื้อหา ทำให้หนูเข้าใจภาพรวมของเรื่องได้ชัดเจน รวมทั้งก่อนนอนทุกคืน คุณพ่อจะอ่านนิทานให้ฟัง ซึ่งเป็นการช่วยสร้างภาพในหัว และสามารถจำได้ง่ายขึ้นด้วย ส่วนคุณแม่จะคอยช่วยในเรื่องเทคนิคการเล่า เช่น เสียงเป็นธรรมชาติหรือไม่ เสียงสูง-ต่ำเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องหรือเปล่า และมักสอนให้แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าอยู่ตลอดเวลา หนูจึงเกิดกำลังใจ และมีความมั่นใจทุกครั้งขณะเล่านิทานอยู่บนเวทีต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก” น้องต้นหลิวเล่า

ต้นหลิว-น้องปุณณ์ 2 พี่น้องผู้น่ารัก

       สิ่งที่ได้รับจากการอ่าน และการฟังนิทาน จนเป็นผู้เล่าได้เองนั้น น้องต้นหลิวบอกว่า เธอได้รับความรักจากพ่อ-แม่ ที่นอนเล่านิทานให้ฟังตั้งแต่ยังเด็ก ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข และอบอุ่นที่สุดในโลก ขณะเดียวกัน การที่พ่อเล่านิทานให้ฟัง ช่วยให้เธอนิ่งเป็น มีสมาธิ และใจเย็นขึ้น เปรียบเหมือนการเตรียมความพร้อมที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีขณะที่ผู้อื่นกำลังเล่า และทำให้เด็กคนนี้มีสมาธิในการเรียน หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้นตามไปด้วย
       
       แต่นอกจากคุณพ่อแล้ว เด็กหญิงชั้น ป.4 คนนี้ยังมีต้นแบบนักเล่านิทานในดวงใจอย่าง “คุณพัลลภ สินธุ์เจริญ” หรือ “พี่บัวไร” ที่เธอปลื้มเมื่อครั้งดูรายการสู้เพื่อแม่ ซึ่งตอนนั้นได้เล่านิทานเรื่อง มังกรไฟไม่เรียนหนังสือ แต่งโดยคุณประภาส ชลศรานนท์ คนที่เธอบอกว่า เป็นยอดมนุษย์นักเล่านิทานที่สนุกมาก เพราะสร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ ตลอดเรื่อง ส่วนอีกคนที่เธอปลื้มไม่แพ้กันคือ “พี่โน้ส-อุดม แต้พานิช” ที่ถึงแม้จะไม่ใช่นักเล่านิทานมืออาชีพ แต่ถือเป็นต้นแบบในเรื่องการพูด การเล่นมุก เพื่อดึงคนดูได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งเธอก็เป็นแฟนพันธ์แท้เดี่ยวไมโครโฟน ของพี่โน้สกับเขาเหมือนกัน
       
       นอกจากนี้ ต้นหลิวได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมช่วยเหลือสังคมในโครงการ “หนังสือเดินเท้า เรื่องเล่าเดินทาง” ที่ทาง TKPark (อุทยานการเรียนรู้) ดำเนินการสร้างห้องสมุดขนาดเล็ก ให้เด็กในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งเธอจะเป็นตัวแทนเล่านิทานที่สวนรถไฟด้วย
       

       “คุณแม่บอกว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการไปเล่าด้วยใจ ต้นหลิวก็เลยถามคุณแม่ว่าเล่าด้วยใจมันเป็นอย่างไร คุณแม่ก็ตอบว่า ก็เล่านิทานให้เพื่อนๆ ฟังด้วยความเต็มใจ โดยไม่หวังเงินเป็นการตอบแทน หนูก็อ๋อเข้าใจแล้วค่ะ จริง ๆ แล้วต้นหลิวไม่เคยสนใจเรื่องเงินเลยค่ะ แค่ได้ไปเล่านิทานก็เหมือนเป็นรางวัลสำหรับต้นหลิวแล้ว เพราะว่าต้นหลิวชอบเล่านิทาน” ต้นหลิวบอก

ครอบครัว “พูลศรี”

       กับเรื่องนี้ “คุณแม่ตู-สุพัตรา พูลศรี” คุณแม่ของน้องต้นหลิวบอกว่า ครอบครัวไม่ได้คาดหวังอะไรลูกมาก เพียงแค่อยากให้ลูกเป็นคนดี น่ารัก และเข้าสังคมกับเพื่อนได้ก็พอ โดยเฉพาะในส่วนหลัง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เนื่องจากแม่ไม่สามารถปกป้อง หรือดูแลลูกได้ตลอด ดังนั้นต้องสนับสนุนให้เขากล้าที่จะแสดงออก และได้เจอสังคมที่หลากหลายเพื่อเรียนรู้ถึงความแตกต่าง นอกจากนี้ก็ต้องสอนให้ลูกรู้จักให้ด้วย
       
       ทุกวันนี้ ในช่วงเย็น น้องต้นหลิว น้องปุณณ์ พ่อ และแม่ จะออกไปขี่จักรยานเล่นด้วยกันบริเวณริมหาดทราย และทำอาหารกินร่วมกัน นับว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข และได้อยู่พร้อมหน้ากัน
       
       “การอ่านนิทานเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ช่วงเวลานี้ เราได้นอน ได้เล่น ได้คุยกันมากที่สุด หรือไม่ก็อาจจะนั่งดูการ์ตูน หรือดูหนังด้วยกัน สิ่งเหล่านี้เป็นเวลาอันมีค่าที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องให้ลูก” คุณแม่เล่า
       
       ส่วน “คุณพ่อป๊อก-จักรสีห์ พูลศรี” อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ สนามบินหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เล่าว่า ตอนเด็ก น้องจะไม่ชอบนอน แต่จะชอบเล่นมากกว่า จึงใช้นิทานเป็นตัวดึงให้ลูกเข้านอน ด้วยการเล่านิทานให้ลูกฟัง โดยใช้ภาพ และเสียงที่น่าสนใจ จากนั้นจะให้ลูกได้มีส่วนร่วม เช่น ถาม หรือแสดงความคิดเห็นต่อตัวละครในเรื่อง แล้วแต่จิตนาการ และความคิดของลูก ซึ่งจะช่วยให้เขากล้าที่จะคิด และแสดงความคิดเห็นในทางที่เหมาะสม
       
       “พ่อเชื่อว่า การอ่านนิทานให้ลูกฟังตั้งแต่เล็ก จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีให้กับลูก ถึงแม้จะไม่เห็นผลโดยทันที แต่ขอให้ใส่ใจในการทำ และเล่านิทานให้ลูกฟังอย่างตั้งใจ และสม่ำเสมอ นั่นจะช่วยให้ประสาทในการฟังของลูกมีประสิทธิภาพ สร้างสมาธิในการฟังที่ดี เวลาไปโรงเรียนก็จะนั่งฟังครูสอนได้อย่างตั้งใจ ไม่วอกแวก รวมถึงสรุปเรื่องที่เรียนได้อย่างเข้าใจ นี่คือสิ่งที่คุณพ่อเริ่มจากที่บ้าน นอกจากนี้การเล่านิทาน ช่วยให้พ่อแม่ได้อยู่กับลูก เข้าใจความคิดของลูก กิจกรรมตรงนี้จึงเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่เราพ่อแม่ลูกได้อยู่ร่วมกัน” คุณพ่อบอกถึงความสำคัญของการเล่านิทานให้ลูกฟังตั้งแต่เล็ก

ด้วยเกียรติของเนตรนารี “หนูสัญว่าจะเป็นคนเด็กดีค่ะ”

       นอกจากจะเป็นสุดยอดนักเล่านิทานระดับฝีมือแล้ว ต้นหลิวยังเป็นนักเขียน (Blog) ที่สะท้อนความคิดในฐานะเด็กคนหนึ่งได้ดีเยี่ยมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใน M-Blog ของ ASTV – ผู้จัดการออนไลน์ และ Blog oknation (http://www.oknation.net/blog/TonLew) ที่จะเน้นวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน หรือเล่าเรื่องราวตามประสบการณ์ที่พบเจอ โดยเธอจะมีหน้าที่เขียน ส่วนคุณแม่จะเป็นผู้นำไปลงใน Blog อีกที อย่างเรื่องล่าสุดที่เธอเขียน ชื่อว่า “ในหลวง (ของเรา)”
       
       “ต้นหลิวเคยสงสัยว่าทำไม “ในหลวง” ถึงได้เก่งมากมายขนาดนี้ เพราะ “ในหลวง” สามารถดูแลลูกๆ ทั้งหลายที่แสนจะมากที่สุดในโลกเลยค่ะ แล้ว “ในหลวง” จะไหวหรือเปล่า จะเหนื่อยมากหรือเปล่า ต้นหลิวอยากรู้จังเลยค่ะ เพราะต้นหลิว แค่ดูแล “น้องชาย 1 คนเอง” ต้นหลิวก็ไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ เพราะ “น้องชาย” ของต้นหลิวซนมากๆ ซนเหมือนกับลิง เอาแต่ใจตัวเอง และ ยังดื้ออีกด้วย แล้วแบบนี้ “ในหลวง” ต้องคอยดูแลลูกๆ เยอะแยะมากมาย มีทั้งซน ทั้งดื้อและเอาแต่ใจตัวเองอีก เป็นหลายๆ ล้านคน ต้นหลิวกับน้องปุณณ์ ขอสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีตลอดไปค่ะ เพราะจะได้ทำให้ “ในหลวง” เหนื่อยน้อยลงไปอีกนิดนึงค่ะ” นี่คือข้อความจาก Blog oknation ที่เธอเขียนเล่าเอาไว้เพื่อแสดงความรู้สึก และนำเสนอสิ่งที่อยากบอกในฐานะเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
       
       ส่วนอนาคต เธอใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักเล่านิทานผู้ใจดีของเด็กๆ และนักเปียโน เล่นดนตรีประกอบการเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้เป็นความสุข และความฝันที่แน่วแน่ของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ร่าเริง คุยเก่งที่ชื่อ “ต้นหลิว-ธรพชรพรรณ พูลศรี” สุดยอดนักเล่านิทานรุ่นจิ๋ว ผู้เป็นที่รักของครอบครัว เพื่อนๆ และครู รวมไปถึงเด็กๆ ที่ได้ฟังเสียงเจื้อยแจ้วจากการเล่านิทานของเธอ ซึ่งเธอไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงขอแค่คนฟังได้รับความสุขจากนิทานของเธอ เหมือนกับที่เธอได้รับจากพ่อก่อนนอนทุกคืนก็พอ นั่นคือความฝันสูงสุดในชีวิตของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้แล้ว

แหล่งที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ