เนคเทคประยุกต์ใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการบนชิพ สร้างชุดตรวจเนื้อหมูหาสารเร่งเนื้อแดง รองรับการปฏิบัติงานนอกสถานที่ ราคาประหยัด 1 นาทีรู้ ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยนาโนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องกลจุลภาค ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า เนคเทคพัฒนาต้นแบบชิพตรวจสารเร่งเนื้อแดง โดยใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการบนชิพ หรือ Lab-on-a-chip
แล็บออนอะชิพ หรือ Microfluidic Chip เป็นศาสตร์ใหม่ของทั่วโลก หรือเรียกว่าระบบของไหลจุลภาค (Microfluidics) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการย่อส่วนและจัดการกับของเหลวที่มีปริมาตรระดับไมโครลิตร การสร้างชิพของระบบของไหลจุลภาค จึงต้องอาศัยความรู้อย่างลึกซึ้งในเรื่องผลของการย่อส่วน วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพื้นผิว คุณสมบัติของวัสดุ เป็นต้น เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้ตามต้องการและถูกต้อง
เนคเทคพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีแล็บออนอะชิพ มากว่า 3 ปี เบื้องต้นมุ่งประโยชน์ด้านการตรวจวัดสารตกค้างในอาหาร จึงเกิดเป็นชิพตรวจสารเร่งเนื้อแดงดังกล่าว
ปัจจุบันมีเทคนิคตรวจหาสารเร่งเนื้อแดงของกรมปศุสัตว์ ที่ต้องอาศัยอุปกรณ์ขนาดใหญ่และทำในห้องแล็บเท่านั้น ขณะที่ชิพตรวจของเนคเทคมีขนาดเพียง 5 ซ.ม.แต่ประสิทธิภาพเทียบเท่าเทคนิคที่ทำในแล็บ ชิพต้นแบบนี้ พัฒนาขึ้นเพื่อตรวจสารเร่งเนื้อแดงเพียง 1 ชนิดคือ ซาลบูเทอมอล ซึ่งใช้กันมากสุด ทั้งยังใช้เป็นยาขยายหลอดลมรักษาโรคหอบหืดรวมถึงยาโด๊ปด้วย
น.ส.จันทร์เพ็ญ ครุวรรณ นักวิจัยเนคเทค กล่าวว่า ชิพต้นแบบทำงานโดยใช้เทคนิคทางเคมีไฟฟ้า อาศัยคาร์บอนนาโนทูปที่อยู่ภายในชิพเป็นตัววัดค่าความต่างศักย์ทางไฟฟ้า
ในการทดสอบชิพต้นแบบ นักวิจัยเลือกใช้ยาแก้หอบหืดที่มีสารซาลบูเทอมอลผสมอยู่ในสัดส่วนที่แน่นอน ตามข้อมูลบ่งชี้ที่ฉลากข้างขวด จึงเหมาะทดสอบความแม่นยำในการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารซาลบูทามอล โดยนำยาไปเจือจางและนำมาหยดลงไปในชิพ ผลหรือข้อมูลที่ได้จะถูกส่งไปยังเครื่องมือที่เชื่อมต่อไปยังคอมพิวเตอร์ในรูปของกราฟ เพื่อประมวลผล พบว่าชิพให้ผลแม่นยำถึง 95%
อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยต้องการต่อยอด เพื่อให้ชิพสามารถตรวจสารเร่งเนื้อแดงได้ครบ 3 ประเภทในครั้งเดียว ทั้งซาลบูทามอล เทอบูมาลีนและเคลนบิวเทอรอล คาดว่าจะต่อยอดสำเร็จภายในสิ้นปีนี้
ประโยชน์ของแล็บออนอะชิพ นอกจากตรวจหาสารเร่งเนื้อแดงแล้ว ยังช่วยลดปริมาณสารหรือน้ำยาในการวิเคราะห์ อีกทั้งแสดงผลเร็วภายใน 1 นาที ที่สำคัญยังประยุกต์ใช้ตรวจนักกีฬาที่ต้องสงสัยโด๊ปยาได้อีกด้วย เพราะเป็นสารเคมีกลุ่มเดียวกับสารเร่งเนื้อแดง
ดร.อดิสร เพิ่มเติมว่า ปี 2552 ต้นแบบชิพตรวจหาสารเร่งเนื้อแดงจะแล้วเสร็จ แต่ในการต่อยอดเชิงพาณิชย์จำเป็นต้องส่งต่อให้บริษัทเอกชน ทั้งนี้ ทีมวิจัยยังขยายไปสู่การประยุกต์ใช้งานเชิงการแพทย์ พัฒนาชิพตรวจหาปริมาณคลอเลสเตอรอล กลูโคส และไตรกลีเซอไรด์ คาดว่าจะได้ชิพต้นแบบตามมาในอีกไม่นาน
ทั้งนี้ แนวโน้มของอุตสาหกรรมจะให้ความสนใจกับแล็บออนอะชิพมากขึ้น เนื่องจากประหยัดทั้งเงินและเวลา สามารถตรวจได้หลายอย่างในครั้งเดียว
ก้าวต่อไปของเนคเทคจะเป็นการพัฒนาไปพร้อมกับเทรนด์โลกคือ การทำแล็บออนอะชิพราคาถูก ที่ไม่ใช้แก้วหรือพลาสติก แต่เป็นชิพกระดาษธรรมดา ที่ประสิทธิภาพไม่ต่างจากชิพที่ทำจากแก้วหรือพลาสติก ด้วยการใช้เทคนิคการพิมพ์แบบพิเศษ ขณะนี้ทีมวิจัยเริ่มทำแล้ว คาดว่า ใน 2-3 ปีจะได้เห็นของจริง
แหล่งที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
