จับกระแสความเร็ว 2 แชมป์สุดยอด! ทีมนักแข่งหน้าใหม่

เมื่อพูดถึงการแข่งรถ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงความเร็ว ความแรง และสมรรถภาพของรถแข่ง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณภาพและกลไกการขับเคลื่อนของรถแตกต่างกัน คือ การคิดค้น ออกแบบ และพัฒนา ดังเช่นเวทีการแข่งขัน “TSAE Auto Challenge 2010 – Student Formula” ที่ไม่ใช่แค่ท้าประลองนิสิต นักศึกษาผู้มีใจรักในความเร็วเท่านั้น หากต้องมีความสามารถสร้างสรรค์ยานยนต์ให้กลายเป็นสุดยอด “รถแข่ง” เพื่อนำมาแข่งขัน และพัฒนาวงการวิศวกรรมยานยนต์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งสามารถไปแข่งขันในระดับนานาชาติได้อีกด้วย
       

       ในปีที่ผ่านมา ทีม Optimum จากรั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) สามารถสร้างชื่อเสียงด้วยการคว้าแชมป์ “Rookie Winners” บนเวทีการแข่งขัน JSAE Student Formula 2009 จนได้รับฉายาว่า “นักแข่งหน้าใหม่” และในปีนี้ก็เช่นกันทีม Rapidamente จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของแชมป์ TSAE Auto Challenge 2010 – Student Formula ได้มีโอกาสสานต่ออดีตทีมรุ่นพี่ ด้วยการเป็นตัวแทนประเทศไทย พร้อมไปแข่งขันต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น
       
       ทั้งนี้ รศ.ดร.สุรเชษฐ์ ชุติมา ผู้จัดการอดีตแชมป์เก่า ถึงประสบการณ์ในการแข่งขันครั้งที่ผ่านมาว่า ช่วงเวลา 3 ปีที่ลงสนามแข่งขันไม่เคยได้รับรางวัลใดๆ มาก่อนเลย เพราะการเตรียมตัวไม่พร้อมเท่าที่ควรและมีเรื่องของอุปสรรคต่างๆ แต่ในปี 2552 สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขัน JSAE ที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก

       “สิ่งสำคัญที่สุด สำหรับการวางตัวนักศึกษาเข้าร่วมทีม ขออย่างเดียว คือ ขอให้มีใจที่จะทำ มีความพยายาม อุตสาหะ เพราะในการทำงานประเภทนี้ต้องใช้ทั้งเวลาและกำลัง ไม่ได้ตั้งเป็นกฎเกณฑ์ ว่าจะต้องเรียนดี แต่ตามเกณฑ์ ต้องเป็นนักศึกษาปีสุดท้าย เนื่องจากนักศึกษาปีสุดท้ายนั้น ได้เรียนรู้ทางทฤษฎีและมีวุฒิภาวะมากพอควร สำหรับการออกแบบและติดตั้งรถนั้น นักศึกษาปีสุดท้ายจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการทำงาน ส่วนนักศึกษารุ่นน้องก็จะเข้ามาช่วยในฐานะลูกทีม”
       
       
       เนื่องจากการแข่งขันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทำให้ผู้เข้าแข่งขันมีเวลาเตรียมความพร้อมประมาณ 1 ปีเท่านั้น ตั้งแต่คิดค้น ออกแบบ และผลิตยานยนต์ ซึ่งอาจจะเกิดปัญหา อุปสรรคได้

       ด้วยเหตุนี้ รศ.ดร.สุรเชษฐ์ ในฐานะผู้จัดการทีมแชมป์รุ่นพี่ ได้ให้คำแนะนำว่า ผู้เข้าแข่งขันต้องคำนึงถึงเวลา และให้ความสำคัญในการปรับแต่งเครื่องยนต์ ไม่จำเป็นว่า ยิ่งเล็ก ยิ่งเบา ยิ่งได้เปรียบ เพราะว่าในการแข่งขันจะมีเรื่องของกำลังรถ เรื่องสมรรถนะของรถ เรื่องความแรงของรถด้วย ไม่ได้แค่วัดว่าใครถึงเส้นชัยก่อนชนะ แต่จะพิจารณาด้วยว่าในแง่ของการออกแบบเป็นอย่างไร ค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร นวัตกรรมที่เอามาใส่ในตัวรถมีอะไรบ้าง
       
       ซึ่งนักศึกษาก็จะใช้สนามโกคาร์ทเป็นสนามทดลองขับเพื่อความปลอดภัยก่อนการขับจริง โดยจะซ้อมต่อเนื่องทุกเดือน ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันระหว่างนักศึกษา เพื่อต้องการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของนักศึกษา อาจจะมีคนภายนอกให้คำแนะนำได้ แต่โดยรวมกำลังสำคัญของเรา ก็คือ “นักศึกษา”

       “การแข่งขันนั้นได้มีการทดสอบสมรรถภาพรถหลายรูปแบบ เช่น การทดสอบอัตราเร่งของรถ (Acceleration) คือ วิ่งทางตรง 75 เมตร ใครเร็วที่สุด ก็จะได้ชัยชนะไป ซึ่งจะเป็นการโชว์ว่าอัตราส่วนระหว่างกำลังเครื่องยนต์กับน้ำหนักรถดีหรือไม่ ซึ่งรวมไปถึงการวัดทักษะของนักขับ เพราะเวลาแค่ 4 วินาทีจะต้องเปลี่ยนเกียร์อย่างไร ถึงจะไปได้เร็วที่สุด ต้องใช้ทักษะและการฝึกฝนจากตัวนักแข่งเอง สถิติการแข่งขันในประเทศไทยที่เราทำได้ก็ประมาณ 4 .37 วินาที”
       
       
       นอกจากนี้การขับรถของนักแข่งมีความสำคัญมาก ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับได้ เป็นสิ่งที่คนกับเครื่องจักรจะต้องทำงานร่วมกัน ในการแข่งขัน ทักษะของนักขับมีความสำคัญมาก ดังนั้น ต้องหาคนที่มีทักษะดี ซึ่งก็คัดเลือกไม่ยาก โดยให้ไปทดลองขับรถโกคาร์ท จากสนามโกคาร์ทก็ให้นักขับในสนามสอนเทคนิคในการเข้าโค้ง ในการบังคับรถ
       
       “สำหรับรถแข่งแล้ว 1 วินาที ถือว่ามีค่ามาก สามารถเปลี่ยนผลการตัดสินได้ภายในพริบตา โชคชะตาก็เป็นตัวแปรสำคัญ บางครั้งเราเตรียมพร้อมมาเต็มที่แต่เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด เช่น ขั้วแบตตารี่ตัวละแค่ 5 บาทหัก ก็มีผลทำให้เราไม่สามารถสตาร์ทรถได้”รศ.ดร.สุรเชษฐ์ กล่าว

       ปิดท้ายด้วยความพร้อมของทีม “RAPIDAMENTE” จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยผู้นำกุนซือรุ่นพี่ใหญ่อย่าง “นิกส์-พูนพัฒน์ โลหารชุน” นิสิตชั้นปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เล่าถึงการเตรียมความพร้อมในศึกการแข่งขันระดับโลกครั้งนี้ว่า ขณะนี้อยู่ที่การวางโครงการทั้งหมด โดยยึดคอนเซ็ปต์ของรถคือ น้ำหนักเบามาก และประสิทธิภาพดี เพราะใช้วัสดุที่ดีขึ้นพร้อมดีไซน์สวยในราคาที่เหมาะสม โดยวัตถุที่ใช้ออกแบบในครั้งนี้จะโครงสร้างของความปลอดภัยแข็งแรง
       
       สำหรับประเภทการแข่งขันครั้งนี้ เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่มีลักษณะเป็น Formula Car เครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ ขนาดไม่เกิน 610 CC ใช้ Gasohol 95 เป็นเชื้อเพลิง ยานยนต์ 4 ล้อ มีที่นั่งเดียว(ผู้ขับขี่) โดยทั้งหมดเป็นการแข่งขันออกแบบและสร้างทางวิศวกรรม ซึ่งเราให้ความสำคัญวัสดุเครื่องยนต์ทุกชนิดให้มีคุณภาพดี น้ำหนักเบา และแข็งแรง ขณะนี้อยู่ในการเตรียมความพร้อมวางโครงการสร้างเครื่องยนต์ เพราะต้องรีบทำรถให้เสร็จก่อนเวลาแข่งขัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับคนขับรถและเรียนรู้ทั้งประสิทธิภาพของตัวรถ และวิธีการออกรถอย่างถูกต้อง และเหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่เราได้ทำขึ้น

       นิกส์ เอ่ยทิ้งท้ายถึงจุดสำคัญอย่างการวางตัวผู้ร่วมทีมว่า ได้รวบรวมรุ่นพี่และรุ่นน้องมาร่วมแชร์ความรู้และความสามารถเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระดับโลกกลับมาพัฒนาระบบยานยนต์ของไทยให้ก้าวหน้า
       
       “ประสบการณ์ทั้ง 6 ปีที่ผ่านมา ทำให้ความมุ่งมั่นของทีมงานและการทำงานเป็นทีมเวิร์ก แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ซึ่งประสบการณ์ในการแข่งขันของประเทศไทย ทีมของเรามีสมาชิกเป็นรุ่นพี่มาโดยตลอด แต่สำหรับในปีนี้เรามีโอกาสเข้าสู่ระดับโลก จึงอยากให้ประสบการณ์ครั้งนี้มีทั้งรุ่นพี่ และรุ่นน้องมาร่วมแชร์ความรู้ ความสามารถร่วมกัน นำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศและมหาวิทยาลัย”

แหล่งที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ