ค่ายอาสาพัฒนาชนบท มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน

ค่ายอาสาพัฒนาชนบท มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน

          การศึกษาถือว่าเป็นหัวใจอันสำคัญยิ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในสังคมไทย อนาคตของชาติบ้านเมืองจะเป็นไปในทิศทางใด จะเจริญก้าวหน้าหรือจะถอยหลังเข้าคลองก็อยู่ที่ลูกหลานในสังคม การผลักดันให้พวกเขาได้รับการศึกษาที่ดี ได้รับการฝึกอบรมบ่มนิสัยกล่อมเกลาพัฒนาจิตใจที่ดี จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดขึ้นและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

          สำหรับเด็กที่มีโอกาสทางการศึกษาที่ดีอยู่แล้วก็คงไม่เป็นห่วงมากนัก แต่ถ้าเป็นเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาโดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในชนบทถิ่นทุร   กันดารแล้วยิ่งน่าจะเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือและสนับสนุนมากที่สุด

          พระมหาสมัย จินตโฆสโก เลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ กรุงเทพฯ กล่าวว่า มูลนิธิกลุ่มแสงเทียนได้มีความห่วงใยการศึกษาและอนาคตของเด็กๆ ในชนบทถิ่นทุรกันดาร จึงได้จัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือพวกเขามาอย่างต่อเนื่องทั้งทางตรงและทางอ้อม มีทั้งเข้าไปอุปการะทุนการศึกษาส่งเด็กให้ได้เรียนหนังสือตามสมควรแก่วัยจนกว่าพวกเขาจะเรียนจบในชั้นสูงสุดที่เด็กสามารถเรียนได้ก่อนที่จะออกไปประกอบอาชีพมีหน้าที่การงานอยู่ในสังคม ให้ความช่วยเหลืออาหารกลางวันเป็นข้าวปลาอาหารและปัจจัยสี่เพื่อการดำรงชีพ เข้าไปฝึกอบรมบ่มนิสัยกล่อมเกลาพัฒนาจิตใจทั้งด้านคุณธรรมและจริยธรรมให้พวกเขาได้เติบโตขึ้นมาเป็น “คนดี” ของสังคม เข้าไปจัดสร้างห้องสมุดไว้ประจำโรงเรียน สถานศึกษาต่างๆ ในชนบทเพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์ เข้าไปสนับสนุนด้านการกีฬาเพื่อให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มีสุขภาพที่แข็งแรง รู้จักและเคารพในกติกาของการแข่งขัน รวมถึงป้องกันมิให้พวกเขาไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรืออบายมุข ให้พวกเขาได้เจริญเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กและเยาวชนที่สดใสห่างไกลอบายมุขและสิ่งเสพติดทุกชนิดทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

          กิจกรรมและโครงการหนึ่งใน 13 โครงการที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปัจจุบันคือ “โครงการความรู้ สู่เด็กชนบท” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “ค่ายอาสาพัฒนาชนบท” ในรอบ 25 ปีที่ผ่านมานี้ได้จัดออก “ค่ายอาสาพัฒนาชนบท” มาแล้ว 38 ครั้งตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยที่ห่างไกลความเจริญและมีความจำเป็นต้องเข้าไปช่วยเหลือตามสมควรแก่เหตุและผล ถ้าพูดถึงค่ายอาสาพัฒนาชนบทแล้วถือว่าเป็น “อุดมการณ์” อันสำคัญยิ่งของนิสิตนักศึกษาในยุคก่อน เพราะถือว่าเป็นการนำเอาพลังของคนหนุ่มคนสาวไปบำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือการศึกษาเด็กด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ แทนที่พลังของคนหนุ่มสาวที่มีอยู่นี้จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น ไปชกต่อยทำร้ายร่างกายเพื่อนต่างสถาบัน สร้างความเสื่อมเสียให้วงการทางการศึกษาและสะท้อนให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของปัญหาเด็กและเยาวชนในสังคมไทย เป็นต้น

          สำหรับนิสิต นักศึกษาคนใดเคยผ่านการร่วมกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาชนบทมาแล้วถือว่าเป็นผู้เคยเสียสละทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมีคุณค่าสูงยิ่ง สมควรแก่การยกย่องเชิดชูให้เป็นแบบอย่างที่ดี แต่มาระยะหลังถึงแม้ว่าคุณค่าของ “ค่ายอาสาพัฒนาชนบท” จะลดความสำคัญลงไปบ้างก็ตาม แต่อุดมการณ์เพื่อการศึกษาของเด็กในชนบทก็ควรมีอยู่ในจิตใจของเยาวชนคนหนุ่มสาวต่อไป

          ล่าสุดมูลนิธิกลุ่มแสงเทียนได้จัดออก “ค่ายอาสาพัฒนาชนบท” ครั้งที่ 38 ที่โรงเรียนบ้านห้วยแห้ง ต.ห้วยแห้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี สร้างห้องน้ำ 1 หลัง จำนวน 5 ห้อง สร้างสนามเด็กเล่นให้กับโรงเรียนและจะจัดเข้าค่ายพักแรมอบรมบ่มนิสัยกล่อมเกลาพัฒนาจิตใจเด็กนักเรียน เยาวชนในพื้นที่อีก 350 คน พร้อมกับมอบหนังสือ เสื้อผ้า เครื่องเขียน ทุนการศึกษา ทุนอาหารกลางวันและอุปกรณ์การศึกษาให้กับเด็กนักเรียนและโรงเรียนต่างๆ จำนวน 6 โรงอีกด้วย

          สนใจร่วมกิจกรรมครั้งต่อไปได้ที่ มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ ซอยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ถนนอิสรภาพซอย 15 เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 โทร.0-2465-6165, 0-2466-8354

          “ค่ายอาสาพัฒนาชนบท” เป็นอุดมการณ์ที่ให้ทั้งความรู้ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมได้เดินทางมาเป็นเวลา 25 ปี รวม 38 ครั้งแล้วและจะต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาที่ดีแก่เด็กนักเรียนในชนบทถิ่นทุรกันดารอย่างมิหยุดยั้ง ตราบใดที่เด็กไทยในชนบทยังอยู่ไกลปืนเที่ยงต้องการความช่วยเหลือโอกาสทางการศึกษากันอยู่

 

          แหล่งที่มาของข่าว: http://www.matichon.co.th/khaosod