จังหวัดปัตตานี –
● การศึกษา เป็นสิ่งสำคัญและเป็นกลไกหลักที่จะทำให้คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีอนาคตที่ดี มีความก้าวหน้า เช่น ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในหลายกระทรวง และชาวมุสลิมอีกท่านหนึ่งที่ไม่ใช่คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ท่านอารีย์ วงศ์อารยะ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านทั้งสองได้รับการศึกษาที่ดี ทำให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หากเด็กและเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ อนาคตก็จะสามารถไปทำงานได้ทั่วโลก ซึ่งหลายครั้งที่ตนได้เดินทางไปประชุมกับองค์การระหว่างประเทศในต่างประเทศ ก็พบว่าในองค์กรเหล่านั้นมีคนจากทุกทวีป จากหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์ได้ทำงานสำคัญๆ ทั้งสิ้น เพราะโลกใบนี้ไม่มีขอบเขตจำกัดสำหรับคนที่มีการศึกษา
● ภาษา ในปัจจุบันคนไทยเรียนรู้หลายภาษา โดยเฉพาะนักเรียนรุ่นใหม่นอกจากจะเรียนภาษาหลัก ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น เกาหลี แล้ว ยังต้องเรียนภาษาพม่า กัมพูชา เวียดนาม หรือแม้กระทั่งภาษาบาฮาซ่า ฯลฯ เพราะเขารู้ว่าการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศจะเป็นการเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าและช่องทางในการทำงานมากขึ้น แต่ภาษาหนึ่งที่คนไทยไม่ว่าจะอยู่ในจังหวัดใดก็ตามจะต้องมีความรู้และมีความเชี่ยวชาญก็คือ ภาษาไทย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากครูจะต้องช่วยสอนภาษาถิ่นให้แก่นักเรียนตั้งแต่เล็กๆ แล้ว ครูจะต้องสอนให้นักเรียนได้รู้ภาษาไทยและภาษาอื่นๆ ด้วย โดยให้รู้และสื่อสารในระดับที่เรียกว่า ภาษาถิ่นก็แข็งแรง ภาษาไทยก็เก่ง เพื่อเปิดโอกาสในการพัฒนาตนเอง ในการศึกษาต่อระดับต่างๆ และเปิดโอกาสในการทำงานในอนาคต
● โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน รัฐบาลโดย ศธ.ได้ดำเนินการโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน มาถึง ๔ รุ่นแล้ว โดยในปีนี้ได้ปรับหลักเกณฑ์เป็น ๑ อำเภอ ๒ ทุน เปิดโอกาสให้นักเรียนจากทุกอำเภอสมัครสอบคัดเลือกเพื่อรับทุน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นนักเรียนที่มาจากครอบครัวยากไร้มีรายได้ไม่ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี อีกส่วนหนึ่งมาจากนักเรียนทั่วไปที่มีความเก่งเข้ามาสอบคัดเลือกเพื่อรับทุนไปเรียนทั้งในประเทศและต่างประเทศในระยะเวลาไม่เกิน ๗ ปี หากนักเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการศึกษาที่ดี ก็จะมีโอกาสได้รับทุนเช่นนี้ จึงต้องการชี้ให้ทุกคนเห็นว่า โอกาสมีอยู่มากมายสำหรับคนที่มีการศึกษาและมุ่งมั่นในการศึกษาเล่าเรียน
ในชีวิตที่ผ่านมา ตนผ่านเรื่องราวหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางการเมืองและการทำงาน แต่ไม่เคยเสียน้ำตา ซึ่งต้องยอมรับว่าเมื่อได้ลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ต้องเสียน้ำตาหลายครั้ง เพราะทุกครั้งที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาถูกกระทำ เมื่อได้เจอครอบครัว สามีภรรยา และบุตรของครูเหล่านั้นก็จะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะตนเข้าใจดีถึงความรู้สึกของทั้งคนที่จากไปและคนที่ยังอยู่ ทั้งคนที่ใกล้ชิด ทั้งคนที่อยู่ในโรงเรียนเดียวกัน ทั้งลูกศิษย์ลูกหา แต่เราจะหยุดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร ต้องขอวิงวอนให้ครูอาจารย์ทั้งหลายช่วยทำความเข้าใจกับพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า การศึกษาช่วยให้ลูกหลานของท่านก้าวหน้าไปได้ จะทำให้เราไม่ต้องอยู่ในวังวนของความขัดแย้ง ขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจ เพราะไม่ต้องการมีการสูญเสียเกินกว่า ๑๕๙ ชีวิตอีกแล้ว
จึงได้กล่าวสดุดีและไว้อาลัยแด่คุรุวีรชนชายแดนภาคใต้ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของคุณครูผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และทุพพลภาพไว้ ณ โอกาสนี้ พวกเราทุกคนจะจารึกและระลึกถึงคุณงามความดีของทุกท่าน ขอสดุดีวีรกรรมอันพึงสรรเสริญ จดจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นคติธรรมสอนให้คนรุ่นหลังได้ร่วมสร้างความรัก สร้างความสามัคคี ได้เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สุดท้ายขออำนาจเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้คุณครูทุกท่าน มีความสุขความเจริญ และอำนวยพรให้การจัดงานในครั้งนี้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ทุกประการ
ภายหลังพิธีเปิด รมว.ศธ.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่วงการศึกษาต้องสูญเสียครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเสียสละ ทุ่มเท ไม่ย่อท้อต่อการให้การศึกษาอบรมแก่เด็กและเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ดี คนไทยทั้งประเทศรู้สึกซาบซึ้งและระลึกคุณงามความดีของครูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหวังว่าจะไม่มีครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องเสียชีวิตอีก สำหรับความก้าวหน้าเกี่ยวกับข้อเรียกร้องเรื่องสวัสดิการและสวัสดิภาพครู ขณะนี้มีการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรี, รมว.ศธ., รมช.ศธ. นายบุญสม ทองศรีพราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้ดำเนินการผ่านไปหลายขั้นตอนแล้ว และมีข้อเสนอหลายอย่างที่ได้รับการตอบสนองในเบื้องต้นเป็นอย่างดี หากได้รับการอนุมัติตามขั้นตอนและกระบวนการแล้ว จะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันต่อไป
นอกจากนี้ รมว.ศธ.ได้กล่าวถึงการเจรจาเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ทุกฝ่ายจะได้หันหน้ามาคุยกัน เพราะความขัดแย้งประเภทนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า การเจรจา พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะทำให้มองเห็นทางออก ช่วยลดความขัดแย้งและความรุนแรงได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีเวทีให้ผู้เกี่ยวข้องได้มีโอกาสเข้ามาพบกัน การแก้ปัญหาก็จะยืดเยื้ออย่างที่เห็น
รมช.ศธ. กล่าวสดุดีว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ทำให้พี่น้องชาวไทย ทั้งที่นับถือศาสนาพุทธและอิสลาม ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม บางรายได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ มีความทุกข์ยากในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตประจำวัน บางรายเสียชีวิต โดยเฉพาะพี่น้องข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลที่ต้องปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยด้วยจิตใจและวิญญาณความเสียสละ อดทน อดกลั้น และกล้าหาญต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการศึกษาให้ก้าวไกล ให้การศึกษาเป็นเครื่องมือที่จะเสริมสร้างให้ใต้สันติสุข ร่มเย็น ข้าพเจ้าในนามของรัฐบาลผู้หนึ่ง ขอแสดงความชื่นชม และขอเป็นกำลังใจ ขอสำนึกในคุณงามความดี ความเสียสละต่อชาติบ้านเมืองของพี่น้องข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้ ณ โอกาสนี้ ขอไว้อาลัยต่อดวงวิญญาณคุรุวีรชนผู้ล่วงลับ ขออานิสงส์แห่งความดี ความเสียสละ เกื้อหนุนนำส่งดวงวิญญาณของท่านทั้งหลายไปสู่สุขคติสัมปรายภพแห่งสรวงสวรรค์นิรันดรเทอญ
นายบุญสม ทองศรีพราย กล่าวสดุดีแด่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้ง ๑๕๙ ราย ว่าพวกเราทุกคนยังคงนึกถึง ยังคงหวงหาอาลัยกับเพื่อนครูทุกคนที่ต้องพรากจากครอบครัว สามี-ภรรยา บุตร และสิ่งที่รักไป ด้วยสถานการณ์ที่พวกเราได้รับผลกระทบโดยไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุหรือเป็นผู้เริ่มต้น แต่ในฐานะความเป็นครูเราต้องรับชะตากรรมในภาวะวิกฤต เราเริ่มรักกัน รู้ใจกัน เข้าใจกัน ถึงแม้พวกท่านจะจากไป เราขอยืนยันว่า เราจะนึกถึงห่วงใยครอบครัวและทายาทของท่านทุกคน ขอให้ไปสู่สุขคติ สู่สรวงสวรรค์แห่งความดี ขอยืนยันว่าครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้รับความห่วงใยกันทั้งวันนี้และในอนาคต และจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อเรียกร้องสันติภาพกลับคืนสู่พื้นที่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
29/03/2556

