ครูพี่โอ๊ะ ตรวจเยี่ยม รร.คนตาบอดธรรมสากล พร้อมรับฟังปัญหาขาดครู-ขาดงบ-ต้นทุนผลิตสื่อสูง เร่งศึกษาหาแนวทางเพิ่มสิทธิ์รักษา-สวัสดิการแก่ครูผู้พิการสอนเด็กบกพร่องสายตา หวังทลายข้อจำกัดส่งเสริมการศึกษาเฉพาะความพิการอย่างรอบด้าน

เมื่อวันที่​ 19​ พฤศจิกายน​ 2563​ เวลา 13.30 น.นางกนกวรรณ​ วิลาวัลย์​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ พร้อมด้วย​ นายกมล​ รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ นายพะโยม​ ชิณวงศ์​ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนผู้พิการทางสายตา ณ​ โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดธรรมสากล สาขาหาดใหญ่​ จังหวัดสงขลา โดยมีนายอาคม​ สุชาติพงษ์​ ศึกษาธิการจังหวัดสตูล​ นายมูฮันมัด​ ดือราแม รอง ผอ.สช.จังหวัดสงขลา​ (รักษาการ ผอ.สช.จ.สงขลา​) นายพิพัฒน์​ เสนาพิทักษ์กุล​ ประธาน ปส.กช.จังหวัดสงขลา​ ตลอดจน ผศ.นพ.ธวัช ตันติสารศาสน์​ ประธาน คกก.ดำเนินงานมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย​ ในพระบรมราชูปถัมภ์​ สาขาสงขลา​ นายชูวิทย์​ ลิ่มสุขวรรณโณ คกก.มูลนิธิฯ และนายไพโรจน์​ คเชนทองสุวรรณ์​ ผอ.กศน.อำเภอหาดใหญ่​ คณะครูและนักเรียน ให้การต้อนรับและเข้าร่วม

 width=

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า​ มีความตั้งใจ​ที่จะมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนแห่งนี้​ และตั้งใจที่จะเดินทางไปเยี่ยมโรงเรียนของผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตาให้ครบทุกแห่ง โดยก่อนอื่นต้องขอแสดงความยกย่องและชื่นชมคณะผู้บริหาร​ ครู​ และเจ้าหน้าที่ทุกคน​ ที่จัดการศึกษาและดูแลผู้ที่มีความบกพร่อง​ทางสายตา ด้วยหัวใจอันมุ่งมั่น เน้นอัตลักษณ์ นักเรียนช่วยเหลือตัวเองได้ กล้าแสดงออก และมิเพียงรอแต่งบประมาณจากภาครัฐเท่านั้น แต่ได้มีการดำเนินงานด้วยจิตอันเป็นกุศล ช่วยเหลือสังคม ในรูปแบบของมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย​ ในพระบรมราชูปถัมภ์​ ซึ่งมีโรงเรียนในเครือกว่า 11 แห่ง

 width= width=

การลงพื้นที่ในแต่ละครั้งของครูโอ๊ะ ทำให้ได้รับทราบข้อมูล ประเด็นที่ต้องพัฒนา ปรับปรุง ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะเข้าถึงปัญหา และรวบรวมข้อมูล ข้อจำกัด นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งการขาดแคลนครู ขาดงบประมาณ และเงินอุดหนุน การเพิ่มสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล และค่าตอบแทนให้กับครูผู้พิการที่มาสอนคนพิการ เนื่องจากผู้ที่มีความพิการจะเข้าใจปัญหาของกันและกัน ตลอดจนถึงความขาดแคลนงบประมาณจัดทำสื่อการเรียนการสอนเด็กพิการทางสายตา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเรียนปกติถึง 5 เท่า เป็นต้น

 width= width= width=

ทั้งนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของข้อมูล ข้อจำกัดและประเด็นปัญหาของการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการในภาพรวมที่ชัดเจน จากนั้นนำเสนอมายังที่ปรึกษา รมช.ศธ. และประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. เพื่อดำเนินการรวมประเด็นปัญหา เสนอต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนที่ครูโอ๊ะจะนำเรียนต่อ รมว.ศธ.และนายกรัฐมนตรี ต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการศึกษา และจะถามไถ่ถึงงานการศึกษาเสมอ โดยเฉพาะการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านต่าง ๆ เพราะเกรงว่าหากกลุ่มผู้บกพร่องทางสายตาได้รับการดูแลล่าช้า อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นตามมาร่วมด้วย จึงกำชับถึงการจัดระบบคัดกรองและดูแล เพื่อนำเข้าสู่ระบบดูแลในทุกมิติได้โดยเร็ว

 width= width= width= width=

“ขอยืนยันว่า ตลอดเวลาของการทำงานจะพยายามแก้ไข ปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ เสมือนปลูกต้นไม้ให้งอกงามที่สุด เพื่อในอนาคตจะได้ส่งไม้ต่อที่งดงาม เพื่อพัฒนาความสามารถและดึงศักยภาพของผู้พิการทุกคน ออกสู่สายตาสาธารณะอย่างเต็มภาคภูมิ และขอให้สบายใจได้ว่า เมื่อมารับฟังปัญหาไปแล้ว ก็จะพยายามทำให้เสร็จสมบูรณ์ครบกระบวนการ แบบ One stop service มากที่สุด

 width= width= width=

ส่วนผู้บริหารและผู้เรียนทุกคน ก็ขอให้ยิ้มสู้กับปัญหาทุกก้าว ดังเพลง “ยิ้มสู้” ที่ได้ร่วมร้องกัน เมื่อเรายิ้มก็จะเกิดเป็นพลังให้เราก้าวไปสู่หนทางข้างหน้าอย่างมั่นใจ และแม้คนพิการจะลำบากกว่าคนปกติ โดยเฉพาะคนที่ดูแลคนพิการก็มีความยากลำบากเช่นกัน แต่กำลังใจจะเป็นสิ่งสำคัญต่อการขับเคลื่อนชีวิต จึงขอฝากกำลังใจถึงบุคลากรเหล่านี้ และขอให้กำลังใจนักเรียนทุกคน ซึ่งเชื่อว่าไม่ต้องการเป็นภาระของใคร ดังนั้น ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนพิการทางสายตาโดยยึดอัตลักษณ์ของโรงเรียน ที่มุ่งสร้างคนที่ช่วยเหลือตนเองได้ และกล้าแสดงออก จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถในการสร้างคนออกสู่สังคมอนาคตอย่างเต็มภาคภูมิ” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

 width= width=

จันทนา เชียงทอง: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
20/11/2563