"ขึ้นดอย แบกปูน สร้างห้องสมุด" ภารกิจสุดมันส์จากค่ายอาสา มกท.

ปิดเทอมนี้หนุ่มๆ สาวๆ จากชมรมค่ายอาสาพัฒนา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตัดสินใจวางตำราเรียน หาประสบการณ์ชีวิต ชักชวนเพื่อนพ้องน้องพี่แพ็คกระเป๋า สะพายเป้ ขนอุปกรณ์ก่อสร้างขึ้นดอยเยือนเมืองเหนือ วางแปลนสร้างห้องสมุดให้น้องๆ โรงเรียนบ้านแปะสามัคคี ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ระหว่าง วันที่ 2 -28 มีนาคม 2553
       
       “ไม้” ทัศชัย รตะโรจนานนท์ ประธานค่ายอาสาพัฒนา รุ่นที่ 43 เปิดเผยถึงเป้าหมายของการทำงานครั้งนี้ว่า เหตุผลที่ต้องหอบหิ้วกันมาไกลขนาดนี้ เนื่องจากมีการสำรวจพบว่าในตำบลปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีโรงเรียนประมาณ 7 โรงเรียน ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีความกันดารและความขาดแคลนเหมือนกันทุกโรงเรียน แต่ปัญหาคือ ต้องเลือกโรงเรียนที่สามารถรองรับได้ เพราะการมาค่ายครั้งนี้มีสมาชิกด้วยกันถึง 70 คน ดังนั้นโรงเรียนบ้านแปะสามัคคีจึงเป็นที่ที่เราเลือก
       

       โรงเรียนแห่งนี้เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล – ป.6 มีนักเรียน 108 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ประกอบอาชีพทำไร่ เด็กที่นี่จะตัวเล็กๆ กันทั้งนั้น ห้องสมุดที่เราสร้างมีขนาด 8 × 16 เมตร โดยได้งบประมาณจากมหาวิทยาลัย รัฐบาล และชมรม
       
       “สมาชิกทุกคนที่เข้ามาอยู่ในชมรมอาสาพัฒนาจะต้องผ่านการคัดสรร คัดเลือกจากคณะกรรมการอย่างเข้มงวด ทุกคนจะต้องมีจิตอาสาทั้งเวลา แรงกาย รวมไปถึงความกดดันต่างๆ เพราะในการออกค่ายครั้งหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย กิจวัตรของสมาชิกในค่าย เรามีการแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ อาทิ ฝ่ายโครงงาน ฝ่ายครัว ฝ่ายสวัสดิการ ฝ่ายสันทนาการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายพัสดุ และฝ่ายศึกษา ซึ่งแต่ละฝ่ายก็จะมีหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น ฝ่ายครัว และฝ่ายสวัสดิการ ก็จะต้องตื่นตี 5 เพื่อที่จะทำกับข้าวให้คนในค่ายรับประทาน และทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมด ส่วนฝ่ายอื่นๆ ก็จะตื่นกันตอน 6 โมงเช้าและเข้างาน 8 โมง ซึ่งเราจะมีอยู่ 1 คนทีทำหน้าที่เป็นฝ่ายทะเบียนคอยกำหนดบทบาทหน้าที่ของคนในค่ายเพราะสมาชิกทุกคนจะต้องเวียนกันทำหน้าที่ในแต่ละฝ่าย เพราะค่ายนี้เป็นค่ายแห่งการเรียนรู้”
       
       เนื่องจากงบประมาณที่ได้มานั้น อาจจะไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป จึงต้องมีการวางแผนการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ก่อสร้าง ทั้งนี้รวมไปถึงสุขภาพของชาวค่ายที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศของเมืองเหนือ
       
       “ เราต้องประหยัดในการใช้จ่าย เช่น การซื้อกับข้าว 1 ครั้ง ต้องคำนวณให้ใช้ได้ถึง 7 วัน เพราะว่าค่ารถที่ต้องเหมาลงไปยังในตัวอำเภอแพง เที่ยวละ 1,000 บาท หรือแม้กระทั่งการสั่งวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างก็ต้องคำนวณให้ดี เพราะการสั่งแต่ละครั้งต้องบวกค่าขนส่งที่สูงมากเนื่องจากระยะทางที่ไกล เราชินกันแล้วกับความเหนื่อย แต่สิ่งที่ลำบากครั้งนี้คือต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน ร้อนบ้าง หนาวบ้าง กว่าจะปรับตัวกันได้ก็หลายวันอยู่ ชาวบ้านที่นี่ให้ความร่วมมือดี
       
       ผมว่าการออกค่ายให้อะไรกับพวกเราเยอะมาก ทั้งในเรื่องของความอดทน การทำงานร่วมกัน นักศึกษาไม่ได้มีหน้าที่แค่เรียนอย่างเดียว ควรจะร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมบ้างอย่างน้อยจะเป็นการสร้างประสบการณ์ชีวิตให้ใช้ชีวิตในสังคมได้ดียิ่งขึ้น” ประธานค่ายอาสาพัฒนา เ
อ่ย
       
       สำหรับลูกค่ายอย่าง “แอร์” สุภาดา ชบุญราษฎร์ นักศึกษาชั้นปี 2 คณะมนุษยศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม บอกถึงประสบการณ์ใหม่จากการออกค่ายอาสาครั้งนี้ว่า สิ่งแรก คือได้ฝึกตนเองให้มีความรับผิดชอบในหน้าที่มากขึ้น ได้ทำงานต่างๆที่ไม่เคยได้ทำมาก่อนในชีวิต เช่น ทาสี ฉาบปูน โม่ปูน ขุดดิน ทำอาหารเลี้ยงเพื่อนๆ ซึ่งทักษะชีวิตด้านนี้ไม่มีสอนในห้องเรียน นับเป็นการใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์ รู้สึกปลาบปลื้มที่ได้เป็นผู้ให้ และที่สำคัญและชัดเจนที่สุดของการร่วมค่ายอาสา คือการได้รับมิตรภาพระหว่างเพื่อน พี่ และน้องๆ หากมีโอกาสจะเข้าร่วมออกค่ายอาสานี้อีกครั้ง
       
       “ความรู้สึกแอร์ก็คงไม่แตกต่างกับสมาชิกในค่าย รวมไปถึงรุ่นพี่เคยร่วมออกค่ายรุ่นเก่าๆ ที่ตอนนี้ถึงแม้จะจบการศึกษาออกไปทำงานหลายปีแล้ว ก็ยังแวะเวียนมาช่วยรุ่นน้องอยู่เสมอ”
       

       ทั้งนี้ลองมาพูดคุยกับน้องๆจากร.ร.บ้านแปะสามัคคีว่า รู้สึกอย่างไรที่เห็นพี่ๆ มาช่วยกันสร้างห้องสมุดให้ “มอส” อัครเดช ประธานเงินทอง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เผยความในใจพร้อมรอยยิ้มที่สดใสว่า ตื่นเต้นที่พี่ๆมาสร้างห้องสมุดให้ และก็ดีใจที่จะมีห้องสมุด และสิ่งที่ผมอยากให้มีให้ห้องสมุดนอกเหนือจากหนังสือแล้ว ผมและเพื่อนๆ ยังอยากได้คอมพิวเตอร์เพื่อมาเสริมด้านการเรียน ขอบคุณพี่ๆทุกคนครับ”
       
       การออกค่ายในครั้งนี้นอกจากน้องๆ ร.ร.บ้านแปะสามัคคีจะได้ห้องสมุดหลังเล็กๆแห่งใหม่แล้ว พี่ๆชาวค่ายยังได้ประสบการณ์ดีๆมาเพียบ นับเป็นห้องเรียนนอกมหาวิทยาลัยที่ให้ความรู้และประสบการณ์ที่คุ้มค่าและหาไม่ได้จากในห้อง
       

แหล่งที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ