“หญิง ศิริประภาวดี” คาราเต้สาวหน้าใส ม.หอการค้า

ภายใต้รูปลักษณ์สาวน้อยตาคม หน้าหวาน รูปร่างผอมเพรียว แถมยังเป็นนักศึกษาทุนเรียนดี แต่ใครจะรู้ว่า “หญิง” ศิริประภาวดี ลิ้มอิ่ม นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นนักคาราเต้ที่มีฝีมือดีไม่แพ้หน้าตาและการเรียน

“หญิง” ศิริประภาวดี ลิ้มอิ่ม

       Life on Campus แวะมาทักทาย “หญิง” ศิริประภาวดี ลิ้มอิ่ม ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เธอเริ่มต้นบอกเล่าเรื่องราวของการเข้ามาสู่รั้วสถาบันการศึกษาแห่งนี้ว่า
       
       “หญิงจบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสวนศรีวิทยา จังหวัดชุมพร มาสมัครเรียนที่นี่เพราะเข้าไปดูในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย พบว่าเด็กนักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่ต่ำกว่า 3.00 มีสิทธิได้รับทุนเรียนดี และเมื่อผ่านการสอบคัดเลือกเป็นนักศึกษาทุนเรียนดีได้ ก็มีเงื่อนไขเพียงแค่ต้องรักษา GPA ให้ได้ 3.00 ไปตลอดนั้นค่ะ”
       
       หญิงเปิดเผยถึงเหตุผลที่เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นว่า เพราะชื่นชอบวัฒนธรรม ชอบภาษาที่มีตัวอักษรสวยงาม สละสลวย การออกเสียงมีความนุ่มนวล แม้ไม่เคยเรียนมาก่อน แต่ด้วยความชอบเป็นทุนเดิม ก็พยายามศึกษา และยังรักษาระดับ GPA ได้ เกิน 3.00 มาตลอด ส่วนความยากของภาษาญี่ปุ่น คือ อักษรคันจิ ซึ่งได้รับวัฒนธรรมมาจากอักษรจีน จึงมีลายเส้นมาก ต้องใช้เวลาในการจำพอสมควร
       
       จากความชื่นชอบภาษาและวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมนี่เอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้หญิงเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมอีกประเภทหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น นั่นคือ ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวอย่างคาราเต้

ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวอย่างคาราเต้

       “เริ่มเล่นคาราเต้ครั้งแรกที่ ม.หอการค้าไทย ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ซึ่งปกติ หญิงเป็นคนรักกีฬาอยู่แล้วค่ะ สมัยเรียนมัธยมศึกษา เล่นมาหมดไม่ว่าจะเป็น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ตระกร้อ ฟุตบอล ซึ่งการเล่นคาราเต้ มาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา หญิงแบ่งเวลาเรียนในห้องเรียนให้เต็มที่ เมื่อซ้อมเสร็จแล้วต้องกลับไปทบทวนหนังสืออีกครั้ง โดยการซ้อมเริ่มตั้งแต่ วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ 5 โมงเย็น ถึง 2 ทุ่ม แต่หากอยู่ในช่วงใกล้แข่งขันตามรายการต่างๆ ก็ต้องซ้อมในวันเสาร์อาทิตย์ด้วยค่ะ”
       
       เมื่อถามว่าทำไมมาเลือกกีฬาประเภทการต่อสู้ ดูมีความรุนแรง หญิงตอบว่า เพราะกีฬาประเภทนี้ใช้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายนำมาใช้ประโยชน์ได้หมด ไม่ว่าจะเป็น หมัด เท้า เข่า ศอก กำปั้น นิ้ว ฯลฯ หากมีเหตุการณ์ที่จะเกิดอันตรายกับเรา ก็นำมาใช้ป้องกันตัวเองได้จริง นอกจากการเล่นเพื่อออกกำลังกาย และทำชื่อเสียงให้กับสถาบันแล้ว การเล่นคาราเต้ของหญิง ก็สามารถนำมาประยุกต์ให้เป็นประโยชน์กับการเรียนได้ เพราะภาษา คำศัพท์ที่ใช้ในกีฬาประเภทนี้ ล้วนเป็นภาษาญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน บางครั้งมีอาจารย์ชาวญี่ปุ่นมาร่วมฝึกซ้อมด้วยกัน ดังนั้น จึงไม่เพียงแค่การเล่นกีฬา แต่เป็นการฝึกฝนพัฒนาทักษะด้านภาษาไปในตัวด้วย
       
       จากความมุ่งมั่นจริงใจ จึงทำให้สาวน้อยหน้าหวานคนนี้ ประสบผลสำเร็จสามารถคว้าเหรียญติดมือกลับมาได้จากการแข่งขันหลายรายการ ได้แก่ กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 36 หัวหมากเกมส์ ในรายการ All Thailand Karate-Do Championship 2009 ได้รับ 1 เหรียญทอง และ 2 เหรียญทองแดง รายการ All Thailand Karate-Do Gujukai Championship 2009 ได้รับ 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง และการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่จังหวัดตรัง ได้ 1 เหรียญเงิน

อยากเรียนต่อโท ด้านบริหารธุรกิจ

       ก่อนจะกล่าวคำอำลา หญิงกล่าวถึงมุมมองอนาคตของตัวเองว่า ตั้งใจว่าจะเรียนต่อในระดับปริญญาโท ด้านการบริหาร โดยมองอนาคตเกี่ยวกับงานว่าจะเปิดธุรกิจส่วนตัว วางแผนกับพี่สาวว่า อยากทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยว
       
       “จากที่ได้เรียนทั้งภาษาญี่ปุ่น และหากได้เรียนปริญญาโทด้านการบริหารเพิ่มขึ้น จะนำมาใช้วางแผนไปที่กลุ่มเป้าหมายลูกค้าชาวญี่ปุ่น ให้เข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทย เพราะเราก็เรียนภาษา และวัฒนธรรมของเขามาแล้ว ต้องให้ชาวญี่ปุ่นมาเที่ยวประเทศไทยบ้างค่ะ”
       
       
       “หญิง” ศิริประภาวดี ลิ้มอิ่ม คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (นักศึกษาทุนเรียนดี)
       ชื่นชอบ : กีฬาคาราเต้
       งานอดิเรก  : ดูหนัง – ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ

แหล่งที่มาของข้อมูล หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ