เลื่อนเวลายื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๑ โดยให้เลื่อนเวลาการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน “กรรมการของหน่วยงานอื่นของรัฐผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่ากรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ” ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ พ.ศ. ๒๕๖๑ ทั้งนี้ เพื่อให้การประกาศกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังกล่าวสอดคล้องกับการบริหารงานภายในหน่วยงานของรัฐบางแห่ง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๒๘ (๓) ประกอบมาตรา ๑๐๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑”

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๑ เป็นต้นไป เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เป็นต้นไป

(๑) กรรมการของหน่วยงานอื่นของรัฐ ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๘ ดังต่อไปนี้

     ๑.๑ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในกองทุน ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๘.๑

     ๑.๒ ประธานกรรมการและกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๘.๕.๑

     ๑.๓ ประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๘.๖.๑

     ๑.๔ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ราชวิทยาลัย และสถาบันในสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๘.๗

     ๑.๕ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ ในองค์การมหาชน ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๘.๘

(๒) ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๑๐ ดังต่อไปนี้

     ๒.๑ นายกสภาและกรรมการสภาในสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๑๐.๖

     ๒.๒ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๑๐.๗

     ๒.๓ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๑๐.๘

     ๒.๔ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๑๐.๙

     ๒.๕ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๑๐.๑๐

     ๒.๖ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตามข้อ ๔ (๗) ๗.๑๐.๑๑

(๓) กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ ตามข้อ ๕”

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑
พลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ
ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ