นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือการสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) และโครงการพัฒนาผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (CONNEXT ED) พร้อมเปิดตัว
จึงขอให้ทุกคนเกิดความภาคภูมิใจกับการดำเนินงานครั้งนี้ ที่ถือเป็นประวัติศาสตร์ในการสร้างจิตสำนึกการมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาของประเทศ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อช่วยกันสร้างเด็กและเยาวชนให้มีความรู้รอบตัว มีคุณธรรม เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง และเป็นกำลังคนที่ตรงกับความต้องการของตลาดอย่างเพียงพอ
ขอขอบคุณความมุ่งมั่นตั้งใจของ School Partners จากโครงการสานพลังประชารัฐ E5 ที่เข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนาการศึกษาอย่างจริงจัง โดยขอให้มีกำลังใจเดินหน้าทำงานต่อไปด้วยความมั่นใจ พร้อมขอบคุณภาคเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ และภาคประชาสังคม ที่ทุ่มเทและเสียสละกับการทำงาน เชื่อว่าทุกฝ่ายจะช่วยสานต่อโครงการดี ๆ เช่นนี้ต่อไป
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ กล่าวว่า โครงการสานพลังประชารัฐ เริ่มต้นในปี 2559 แม้ว่าในช่วงแรกถูกจับตามองว่าเป็นเพียงการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม CSR (Corporate Social Responsibility) ของภาคเอกชนเท่านั้น แต่ระยะเวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐอย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการประเมินโรงเรียนประชารัฐ ทำให้พัฒนาได้ตรงจุดและเห็นผลเร็ว, นำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการสอนเรียนการสอน เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดผลกระทบเชิงระบบ เพราะภาครัฐได้เรียนรู้และสามารถนำไปเชื่อมโยงกับการดำเนินนโยบายอื่น ๆ เช่น นำรูปแบบการประเมินโรงเรียนประชารัฐไปใช้กับสถานศึกษาอื่น, การมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในสถานศึกษาทั่วประเทศ เป็นต้น
ส่วนการดำเนินงานในปีที่ 3 นี้ มีองค์กรภาคเอกชนเข้ามาร่วมโครงการเพิ่มเติมอีก 21 องค์กร จากเดิมที่มีองค์กรผู้ก่อตั้ง 12 องค์กร อีกทั้งคณะทำงานตั้งเป้าหมายในการขยายผลโรงเรียนประชารัฐเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวมกว่า 4,700 แห่งภายในปี 2561 โดยคาดหวังให้การศึกษาพัฒนาเด็กไทยให้มีความรู้ความสามารถ ซื่อตรง ปฏิบัติตามกฎหมาย และทันการเปลี่ยนแปลงของโลกตลอดเวลา เพราะสิ่งที่เราได้ร่วมกันทำในวันนี้จะส่งผลถึงลูกหลานของเราในอนาคตข้างหน้า
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาคเอกชน กล่าวว่า โครงการ E5 และ CONNEXT ED ได้มุ่งเน้นเรื่องความโปร่งใสและเป้าหมายที่สำคัญ 5 ด้าน คือ การกำหนดตัวชี้วัดเพื่อประเมินโรงเรียนซึ่งเปรียบเสมือนเป็นกระจกสะท้อนว่าโรงเรียนควรพัฒนาไปในทิศทางใด, การนำผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา, การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครู, การจัดการเรียนการสอนโดยให้เด็กนักเรียนเป็นศูนย์กลาง และการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการเรียนการสอน ซึ่งการดำเนินงานเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จึงขอขอบคุณที่ได้เข้ามาร่วมกันพัฒนาการศึกษาไทยในครั้งนี้
สำหรับการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคเอกชนนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่รอรับเด็กที่จบการศึกษาเข้ามาทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ในขณะนี้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการจัดการศึกษาด้วย ซึ่งตลอดเวลาที่ทำงานก็ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยการดำเนินงานหลังจากนี้ จะมุ่งเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และเชื่อมโยงการเรียนกับการทำงานมากขึ้น ที่จะส่งผลต่อการช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ของนักเรียน ตลอดจนจัดหาคอมพิวเตอร์ให้ถึงนักเรียนและผู้ปกครองให้ได้มากที่สุด
ในนามของตัวแทนภาคเอกชนที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการสานพลังประชารัฐในครั้งนี้ รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจอย่างมากที่ภาครัฐได้เปิดกว้างให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศร่วมกัน
“สำหรับภาคเอกชนที่เข้าร่วมเพิ่มเติมในระยะที่ 2 จำนวน 21 องค์กร ได้แก่ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด, บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น, บมจ. บ้านปู, บมจ.บีอีซี เวิลด์, บริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) จำกัด, บริษัท สวนอุตสาหกรรมบางกะดี จำกัด, บริษัท ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม จำกัด, บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย), บริษัท เอดู พาร์ค จำกัด, โรงเรียนเอ็นคอนเส็ปท์ อี แอคเคเดมี่, บริษัท โกลบิชอคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท เควี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด, บริษัท แอล แอนด์ ดี แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด, บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จำกัด, สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์, บริษัท โพซิทีฟ โซลูชั่น จำกัด, บริษัท เอส.เค.โพลีเมอร์ จำกัด, บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้ โลตัส) และบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์เปอเรชั่น จำกัด
อนึ่ง พิธีลงนามในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงาน อาทิ
ภาครัฐ :
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ, ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเอกชน : นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาคเอกชน และผู้บริหารองค์กรภาคเอกชนรายใหม่ 21 แห่ง และองค์กรผู้ก่อตั้ง 12 แห่ง รวมเป็น 33 แห่ง
ภาคประชาสังคม : ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา,
ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา, ศาสตราจารย์ ดร. คุณหญิง สุชาดา กีระนันทน์, ดร.วิทิต รัชชตาตะนันท์, ดร.วรภัทร ภู่เจริญ”
Photo Credit
Editor