รมว.ศีกษาธิการ ลงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่ชลบุรี หารือการจัดตั้ง “โรงเรียนเตรียมนวัตกร” ในพื้นที่ EEC พร้อมเริ่มต้นสร้าง “นักนวัตกร” ของไทยไปเรียนหลักสูตรมาตรฐาน KOSEN ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 ปีละ 80 คนเป็นเวลา 5 ปี จบแล้วกลับมาพัฒนาเด็กรุ่นหลัง ส่วนเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นแนะไทยต้องมีสถาบัน

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2561 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่
● ตรวจเยี่ยมโรงเรียนหนองรีมงคลสุขสวัสดิ์ อ.เมืองชลบุรี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ชลบุรี อ.พานทอง
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการประชุมหารือในระหว่างตรวจเยี่ยมสถานศึกษาดังกล่าวว่า มีเรื่องสำคัญ 2 ประเด็น คือ
1) การส่งนักเรียนไปเรียนหลักสูตรมาตรฐานโคเซ็นที่ญี่ปุ่น เพื่อผลิตนักนวัตกร
เนื่องจากโครงการเงินกู้ของไจก้า (องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น) ผ่านมติที่ประชุม ครม. แล้ว วงเงินประมาณ 3,500 ล้านบาท โดยเป็นของรัฐบาลไทย 800 ล้านบาท และญี่ปุ่น 2,700 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านั้นรายละเอียดการของบประมาณยังไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของไจก้านัก จึงได้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดดังกล่าวเพื่อให้งบประมาณถึงตัวเด็กโคเซ็น (KOSEN) โดยตรง ทั้งนี้เป้าหมายสำคัญของไจก้าคือต้องการทำโครงการโคเซ็นให้สำเร็จ โดยต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “โคเซ็นไม่ใช่อาชีวศึกษาขั้นสูง แต่โคเซ็นคือ การเตรียมนวัตกร”
2) ญี่ปุ่นเห็นว่าไทยควรมีสถาบันโคเซ็นเป็นของตนเอง เพื่อให้ประเทศสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง ดังนั้นขณะที่เราส่งเด็กไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น จึงควรมีการสร้างโรงเรียนเรียนเตรียมนวัตกรไว้เพื่อรองรับเด็กของเราเองด้วย โดยทางญี่ปุ่นเสนอว่า โรงเรียนเตรียมนวัตกรนั้น ควรอยู่ในพื้นที่ EEC เพื่อรับโจทย์จากพื้นที่แถบนี้ได้ง่าย
สำหรับโรงเรียนหนองรีมงคลสุขสวัสดิ์ เป็นสถานที่แรกที่ได้มาดูความพร้อม เนื่องจากอีก 2-3 ปีข้างหน้าจำนวนเด็กมัธยมปลายจะลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ปัจจัยด้านสถานที่ก็จะเอื้อให้สามารถจัดการเรียนการสอนเตรียมนวัตกรได้ วันนี้จึงมาดูว่าที่นี่เหมาะสมที่จะสร้างเป็นโรงเรียนเตรียมนวัตกรหรือไม่
ขณะที่หลายฝ่ายบอกว่าประเทศไทยมีโรงเรียนเตรียมวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว แต่โรงเรียนวิทยาศาสตร์ของเรานั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เตรียมนวัตกร เมื่อเด็กเรียนจบแล้วส่วนใหญ่จึงไปเรียนต่อแพทย์ เราต้องการโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนเตรียมนวัตกรจริง ๆ เน้นการเรียนอย่างเข้มข้น เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ดิจิทัลใหม่ ๆ การผลิต เทคโนโลยี หุ่นยนต์ เป็นต้น โดยในช่วงแรกของโรงเรียนเตรียมนวัตกร ทางญี่ปุ่นจะเข้ามาช่วยเหลือเต็มที่
ส่วนการที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น เนื่องจากทางญี่ปุ่นได้เริ่มลงทุนโคเซ็นกับสถาบันอาชีวศึกษามาแล้ว 1 ปี จำนวน 2 แห่งแห่งละ 20 คน ที่ผ่านมาพบปัญหาว่าครูเป็นครูช่างไม่ใช่ครูเตรียมนวัตกร ทำให้เด็กทั้ง 40 คนนี้แทนที่จะเป็นนักนวัตกร แต่จะกลายเป็นช่างฝีมือดีไปเสียก่อน หากไม่ต้องการให้เด็กเหล่านี้เสียของ ก็ต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไร ถ้าอาชีวศึกษาไม่สามารถหาครูเก่ง ๆ มาสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้นได้ ทางญี่ปุ่นก็อยากให้เด็กกลุ่มนี้มีทางเลือก โดยอาจจะให้มาเรียนที่โรงเรียนเตรียมนวัตกรของไทยหรือส่งไปเรียนโคเซ็นที่ญี่ปุ่น ทั้งนี้จะมีการศึกษาถึงรายละเอียดเพิ่มเติมกันต่อไป
H.E. Mr.Shiro Sadoshima เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมอย่างมาก แต่โลกก็เปลี่ยนเร็วกว่าที่เราคิดมากเช่นกัน ทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นต่างประสบความท้าทายในการรับมือความเปลี่ยนแปลง ทางญี่ปุ่นเองให้ความสำคัญกับด้านการศึกษาเป็นอย่างมากและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับประเทศไทยอย่างเต็มที่ โดยพื้นที่ EEC มีสถานประกอบการของญี่ปุ่นมาลงทุนมาก จึงน่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้มากที่สุด
พร้อมทั้งฝากข้อคิดว่า “เราต้องคิดว่าเราเปลี่ยนเพื่อใคร อย่าคิดว่าเราเปลี่ยนเพื่อตัวเราเอง แต่ทั้งหมดที่เราทำนั้นเพื่อประเทศของเรา” ไทยและญี่ปุ่นจึงต้องร่วมมือกันเตรียมความพร้อมรับเปลี่ยนแปลงและเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ





ที่





● ปาฐกถาหัวข้อ “Smart Education and Human Resource Development Policy in EEC” ณ สถาบันไทย-เยอรมัน นิคมอมตะนคร
นายวิกรม กรมดิษฐ์ กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้ เป็นโอกาสดีที่อมตะนครได้ต้อนรับ รมว.ศึกษาธิการ และเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดยในปัจจุบันมีบริษัทต่าง ๆ ตั้งอยู่ในนิคมอมตะนครกว่า 7,000 บริษัท ซึ่งส่วนมากก็เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น การสัมมนาในครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับฟังนโยบายของรัฐบาล เกี่ยวกับอนาคตด้านการศึกษาในประเทศไทย รวมทั้งแนวคิดของประเทศญี่ปุ่นเกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาไทย พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่งแสดงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่ต้องการกำลังคนที่มีประสิทธิภาพและเป็นคนดี
สำหรับอมตะนครนั้นมีความมุ่งหวังที่จะเป็น Land of Smart โดยสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญของการเป็น Land of Smart คือการทำให้อมตะเป็นเมืองแห่งการศึกษา (Education Town) ซึ่งมีแนวทางการดำเนินงานหลายประการ เช่น การปรับปรุงระบบใหม่ที่สนับสนุนการเป็นเมืองแห่งการศึกษา นำไปสู่ Land of Smart, การให้ความสำคัญกับ Demand และ Supply ที่ต้องไปในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องเชื่อมโยงกัน เป็นต้น
นอกจากนี้ ในอดีตอมตะนครมีสโลแกนว่า “One Stop Service” แต่ขณะนี้และในอนาคตเราต้องการพัฒนาให้อมตะเป็น “All Services” สำหรับทุกคน ซึ่งการศึกษาก็เป็นหนึ่งใน Service นั้นเพราะทุกคนและทุกบริษัทต่างก็ต้องการทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาการศึกษาหรือการจัดตั้งโรงเรียนเตรียมนวัตกร ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการร่วมกับญี่ปุ่นในขณะนี้ จะช่วยผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศและเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของอมตะในอนาคตด้วย
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เมื่อกล่าวถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทำให้นึกถึงข้อคิดที่ได้จากการหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 2-3 ปีก่อน ที่ได้กล่าวว่า การพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจนั้น ควรมีหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์, การแข่งขันอย่างเสรีไม่เน้นการสั่งการจากส่วนกลาง และการมีระบบการเงินการคลังที่มั่นคง
ในส่วนของการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ด้านการศึกษานั้น กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญและกำลังดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาอย่างมาก ดังนั้นต้องมีแนวทางในการพัฒนากำลังคนเพื่อให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้
ย้ำว่า หนึ่งในโครงการที่จะเสริมสร้างความสามารถด้านการแข่งขันด้วยการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ คือ ความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นในการส่งนักเรียนไทยไปเรียนที่ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 80 คนต่อปี โดยจะจัดให้มีการสอบแข่งขันสำหรับนักเรียนอายุ 15 ปี ทั่วประเทศ เพื่อเฟ้นหาเด็กที่มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี หากเด็กเหล่านี้ต้องการเป็นนวัตกรและสามารถสอบผ่านเกณฑ์ ก็จะให้ทุนการศึกษาไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น 7 ปี ตามหลักสูตร KOSEN โดยใช้งบประมาณจากเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของไจก้า เมื่อเรียนจบเด็กเหล่านี้จะกลับมาเป็นผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือเป็นครูอาจารย์สอนในสถานศึกษาพื้นที่ EEC นอกจากนี้ เพื่อการสร้างนวัตกรอย่างยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางจัดตั้งโรงเรียนเตรียมนวัตกร และสถาบัน Thai KOSEN ซึ่งจะหารือในรายละเอียดต่อไป





การลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, นายฮิโรโอะ ทานากะ หัวหน้าผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), Mr.Matsumoto Tsutomo ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-ญี่ปุ่น โคเซ็น, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายพีระ รัตนวิจิตร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น
Written by
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร
