นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ครั้งที่ 14/2561 เมื่อวันอังคารที่ 17 กรกฎาคม 2561 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร

รมว.ศึกษาธิการ ได้ย้ำถึงการสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านการศึกษาต่อสาธารณชนด้วยว่า ขอให้สื่อสารด้วยความรอบคอบ มีข้อมูลสนับสนุนที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และสื่อสารในทิศทางเดียวกัน เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและชัดเจน

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานในการจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้เป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความมุ่งหมายให้ ศอ.บต. เป็นหน่วยงานติดตามและกำกับงาน แทนการเป็นหน่วยปฏิบัติอย่างเช่นที่ผ่านมา โดยจะต้องแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ให้แล้วเสร็จ เพื่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ทันภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จากนั้นจึงจะสามารถโอนแผนงาน โครงการ และงบประมาณต่าง ๆ มาให้กระทรวงศึกษาธิการได้

ปัจจุบัน ศอ.บต. ดำเนินงานหลักในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณางบประมาณโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานหลัก ก็ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และในวันนี้ (18 ก.ค.61) ได้เสนอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับงบประมาณโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ที่มีความซ้ำซ้อนหรือคาบเกี่ยวกับโครงการของหน่วยงานหลัก ทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานอื่น ๆ เป็นต้น
ในส่วนของผลสัมฤทธิ์การจัดการศึกษาโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา มีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยนักเรียนโครงการรุ่นที่ 1 กำลังจะจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และส่วนใหญ่ได้รับทุนศึกษาต่อในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ทั้งยังมีผลงานด้านกีฬาโดดเด่นทั้งในระดับภูมิภาคและประเทศ อาทิ รางวัลเหรียญทองวิ่ง 5,000 เมตร และ 10,000 เมตร จากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งได้รับการทาบทามให้เป็นนักกรีฑาทีมชาติไทยเรียบร้อยแล้ว, ได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติไทย และรางวัลการแข่งขันกีฬาระดับภูมิภาคอีกมากมาย ทั้งยังสามารถขยายโครงการสานฝันฯ ไปสู่ “โครงการห้องเรียนกีฬา” ในทุกภูมิภาคอีก 8 โรงเรียนใน 9 จังหวัดด้วย
ในส่วนของการดำเนินงานด้านการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ขณะนี้

รมว.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า หากทุกหน่วยงานมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันจริง ๆ มีการสื่อสารระหว่างกันอย่างชัดเจน ก็จะไม่ส่งผลให้เกิดความซ้ำซ้อนของแผนงานโครงการและงบประมาณต่าง ๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นในพื้นที่ เช่น โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ การดำเนินงานของศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นต้น
ในขณะที่ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หลักการทำงานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเป็นเรื่องที่ดี ย้ำให้ทุกหน่วยงานจัดระบบการเสนอของบประมาณโครงการต่าง ๆ และระบบสื่อสารกับหน่วยงานหลักในการผลิตกำลังคน ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงาน พร้อมฝากให้องค์กรหลักตรวจสอบข้อมูลแผนงานโครงการกิจกรรมที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการ
นอกจากนี้ นพ.อุดม ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบการดำเนินโครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School)” ว่าเมื่อวันจันทร์ที่ 16 ก.ค.61 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดจุฬามณีฯ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งแรกในโครงการ จากทั้งหมด 50 โรงเรียนใน 30 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งจะมีบริษัทชั้นนำเข้ามาสนับสนุน 12 แห่ง
ทั้งนี้ ตั้งใจจะไปเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจและชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการทุกระดับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้ปกครอง และประชาชน เกี่ยวกับความเป็นอิสระในการดำเนินการ 3 เรื่อง ได้แก่ 1) อิสระในการออกแบบหลักสูตร ในสัดส่วนร้อยละ 30% เพื่อสร้างหลักสูตรเตรียมอนาคต เตรียมอาชีพ เชื่อมโยงกับชุมชนต่าง ๆ 2) อิสระในการที่ออกแบบการเรียนการสอนจากการปฏิบัติจริงและของจริง เพราะไม่ต้องการให้การเรียนอยู่ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว 3) อิสระในการบริหารจัดการ โดยขึ้นตรงกับเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และยังเป็นโรงเรียนของ สพฐ. ตลอดจนครูและผู้บริหารก็ยังทำงานร่วมเช่นเดิม รวมทั้งได้ปลดล็อคเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่คล่องตัวในหลายเรื่อง และเชื่อว่าทุกคนเข้าใจและพร้อมจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยได้ฝากให้ทุกฝ่ายช่วยดูแลและหากมีปัญหาสามารถแจ้งมาที่ส่วนกลางได้ทันที



Written by ปารัชญ์ ไชยเวช,
