คุณ​หญิง​โค้ดดิ้ง​ เปิดงาน​ฉลองสถานศึกษารางวัลพระราชทาน​ ประสานสัมพันธ์ศิษย์เก่า​ OPEN HOUSE วษท.ร้อยเอ็ด​

คุณ​หญิง​โค้ดดิ้ง​ เปิดงาน​ฉลองสถานศึกษารางวัลพระราชทาน​ ประสานสัมพันธ์ศิษย์เก่า​ OPEN HOUSE วษท.ร้อยเอ็ด​

(30​ ม.ค.​ 63) ดร.คุณ​หญิง​กัลยา​ โสภณ​พ​นิช​ รมช.ศึกษา​ธิการ​ เป็นประธานพิธี​เปิดงานฉลองสถานศึกษารางวัลพระราชทาน ประสานสัมพันธ์ศิษย์เก่า​ ​OPEN HOUSE วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด​ ณ​ โดมตุ้มโฮม​ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด​ จ.ร้อยเอ็ด​ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด​อาชีวศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะครูและนักเรียนนักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด​ เข้าร่วมงาน

สุดภูมิใจ​ วษท.ร้อยเอ็ด​ รางวัลรางวัลพระราชทาน 3 ครั้งในรอบ 10 ปี

ดร.ชาติชาย เกตุพรหม​ ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด​ กล่าว​รายงานว่า วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด​ (วษท.ร้อยเอ็ด)​ เปิดสอนระดับ ปวช. ปวส. ด้านเกษตรกรรม ช่างอุตสาหกรรม​ บริหารธุรกิจ และระดับปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีการผลิตพืช เป็นสถานศึกษาที่มีบทบาทหน้าที่หลักในการจัดการเรียนการสอนด้านวิชาชีพสู่ความเป็นเลิศ เป็นผู้นำในการให้บริการวิชาการ​ วิชาชีพด้านอาชีวศึกษาและเทคโนโลยีที่หลากหลายแก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป

วษท.ร้อยเอ็ด​ มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข​ โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาบริหารจัดการสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานศึกษาได้รับรางวัลสถานศึกษารางวัลพระราชทาน 3 ครั้งในรอบ 10 ปีการศึกษา​ คือ ปีการศึกษา 2552 ปีการศึกษา 2557 และปีการศึกษา 2561 สร้างความปลื้มปีติแก่คณะครู​ นักเรียน​ นักศึกษา​ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง​ ผู้สนับสนุน ผู้ปครองนักเรียนนักศึกษาเป็น​อย่างยิ่ง

งานฉลองสถานศึกษารางวัลพระราชทาน​ ประสานสัมพันธ์ศิษย์เก่า OPEN HOUSE ของ​ วษท.ร้อยเอ็ด​ จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายได้รับทราบข้อมูลการศึกษาต่อสายอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม​ เปิดโอกาสให้ครู นักเรียน และผู้สนใจชมผลงานที่แสดงถึงศักยภาพในการจัดการศึกษาของ​ วษท.ร้อยเอ็ด​ และเสริมสร้างทัศนคติที่ดีของบุคคลภายนอกที่มีต่อการ​จัด​การรียนการสอนด้านอาชีวศึกษา

คุณ​หญิง​ แนะสถานศึกษา​อื่นนำ วษท.ร้อยเอ็ด​ เป็นตัวอย่าง​

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช​ กล่าวในพิธี​เปิดงานว่า รางวัลสถานศึกษารางวัลพระราชทาน​ เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จ​ ความก้าวหน้าในการจัดการศึกษา โดยเฉพาะการได้รับรางวัลสถานศึกษารางวัลพระราชทาน 3 ครั้งในรอบ 10 ปี ยิ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของการจัดการศึกษา ซึ่งไม่ง่ายที่สถานศึกษาจะสามารถทำได้อย่างนี้ เนื่องจาก​เมื่อสถานศึกษาได้รับรางวัลพระราชทานในปีใดแล้ว​ ต้องเว้นช่วงไปอีก 3 ปี จึงจะสามารถสมัครเข้ารับการประเมินคัดเลือกได้อีกครั้ง​ และที่สำคัญต้องแข่งขันกับสถานศึกษาอื่นด้วย

จึงขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับความสำเร็จในครั้งนี้​ และขอชื่นชมคณะผู้บริหาร คณะครู เจ้าหน้าที่​ และนักเรียนนักศึกษา​ วษท.ร้อยเอ็ด​ ตลอดจนผู้กี่ยวข้อง​ ผู้สนับสนุนทุกคนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันในการพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพเช่นนี้

ขณะเดียวกัน​ วษท.ร้อยเอ็ด​ ก็มีจุดเด่นหลายอย่าง เช่น​ โครงการความร่วมมือกับต่างประเทศที่พัฒนาผู้เรียนให้มีความเป็นสากล มีรางวัลต่าง ๆ ที่สถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา​ คณะครูและนักเรียนนักศึกษาได้รับจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับสถานศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ มาโดยตลอด จึงถือเป็นแบบอย่างของการจัดการศึกษาที่ดี โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบท หรือ อศ.กช. ให้แก่เกษตรกรในอำเภอต่าง​ ๆ​ ของจังหวัดร้อยเอ็ด ให้ได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น เป็นการพัฒนาอาชีพของเกษตรกรของจังหวัดร้อยเอ็ด​ ให้มีการนำความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ในการประกอบอาชีพมากขึ้น สามารถสร้างรายได้ที่สูงขึ้นด้วย นับเป็นการจัดการศึกษาที่พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มใหญ่ของประเทศไทยอย่างแท้จริง

ชวนคนไทยมาเรียนเกษตร​ เรียน​ฟรี​ มีรายได้​ มีงานทำ

รมช.ศึกษา​ธิการ​ กล่าวเพิ่มเติม​ว่า​ ขณะนี้​ ศธ.มีความตั้งใจที่จะให้คนรู้ว่า​ วษท.​จำนวน 47 แห่งทั่วประเทศ มีผลงานที่ได้รับการยอมรับเป็นที่ประจักษ์​ เช่น วษท.ร้อยเอ็ด​ ที่ได้รับรางวัลสถานศึกษารางวัลพระราชทาน 3 ครั้งใน 10 ปี​ แสดงให้เห็นแล้วว่ามีผลงานดีเด่นแน่นอน ขณะเดียวกัน​ในฐานะนักวิทยาศาสตร์​ ก็จะส่งเสริม​ให้มีการใช้วิทยาศาสตร์​ เทคโนโลยี​ และนวัตกรรม​ (STI)​ เข้ามาเสริมในส่วนที่จะเสริมได้​ รวมถึง​ระบบ​ Didital​ Smart Farming​ ตามศักยภาพของแต่ละแห่ง​ ทั้งด้านการผลิตพืช​ ผลิตสัตว์​ การบริหารฟาร์มขนาดใหญ่​ เป็นต้น ทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพ ต้นทุนต่ำ​ มีรายได้ มีงานทำมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

นอกจากนี้​เรื่องการจัดการ​ศึกษา​ทวิภาคี​ ก็มีผลงานที่ดีเด่นมาก​ หรือโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนา​ชนบท (อศ.กช.) ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2527 ก็ประสบผลสำเร็จ​ชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นอกจาก​ วษท.จะพัฒนานักศึกษาแล้ว​ ยังสนับสนุน​ไปถึงเกษตรกรและประชาชนทั่วไปด้วย​ จึงอยากเชิญชวนให้ทุก​คน​ โดยเฉพาะนักเรียนมาเรียนเกษตรให้มากยิ่งขึ้น​ ซึ่งปัจจุบัน​มีตัวอย่างเกษตรกร​ที่ประสบความสำเร็จให้เห็นแล้วมากมาย​ เป็น​ที่ยอมรับว่าอาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่ทัดเทียม​กับอาชีพอื่น​ ๆ​ ได้​ ที่สำคัญ​คือเรียนฟรี ระหว่างเรียนมีรายได้ เมื่อเรียนจบแล้วมีงานทำ​ มีทักษะ​ทันสมัยที่สามารถ​เข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันที

 src=
 src=
 src=
 src=
 src=
 src=
Top