‘คุณหญิงโค้ดดิ้ง’ นำทัพผู้บริหาร ศธ.ลงพื้นที่นราธิวาส ปลื้มการจัดการศึกษาพิเศษ แนะผู้บริหารดึงภาคีเครือข่ายมาช่วยสนับสนุนด้านการศึกษา
โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นายสุรัตน์ บุญฤทธิ์ ผอ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์จำนวน 5 โรงเรียน ใน 5 จังหวัดพร้อมกัน คือ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 จังหวัดนราธิวาส, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานี, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41 จังหวัดยะลา, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 43 จังหวัดสงขลา โดยอยู่ในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจำนวน 4 โรงเรียน (ยกเว้นจังหวัดสตูล) เพื่อรองรับและจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส และเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันมีนักเรียนที่ได้รับบริการทางการศึกษาใน 4 โรงเรียน ในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนแบบอยู่ประจำ จำนวน 2,469 คน สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา มีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามหลักสูตร มีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาหลักสูตรทักษะการดำรงชีวิต หลักสูตรอิสลามศึกษา และหลักสูตรทักษะอาชีพ ที่เพิ่มเติมจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาชั้นพื้นฐาน นายนูซี มะเต็ง ผอ.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2547 เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้เด็กในพื้นที่ส่วนหนึ่งต้องสูญเสียบิดา มารดา หรือผู้ปกครองจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยรัฐบาลเห็นว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ มีทักษะพื้นฐานทางวิชาชีพ สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่ถูกต้องในการดำรงชีวิต ปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนอยู่ประจำทั้งหมด 602 คน และคณะครู บุคลากรทั้งหมด 101 คน โดยโรงเรียนได้ดำเนินการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานควบคู่หลักสูตรที่สนองนโยบายและจุดเน้นของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ. เป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น หลักสูตรการศึกษาเพื่อการทำงาน หลักสูตรอิสลามศึกษา หลักสูตรการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และทักษะการดำรงชีวิต เป็นต้น ในส่วนของปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน คือ โรงเรียนมีสภาพพื้นที่ล้อมรอบด้วยสระน้ำ จึงเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมไหลหลากทุกปี มีความเสี่ยงกับนักเรียนที่ไม่มีทักษะด้านการว่ายน้ำ ทำให้การสัญจรเข้า – ออก ลำบากในช่วงน้ำท่วม อีกทั้งโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ที่ต้องดูแลความปลอดภัยทั้งวันจึงต้องใช้กระแสไฟฟ้าและความสว่างตลอดเวลา โรงเรียนจึงมีค่าใช้จ่ายมากเป็นพิเศษ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่าเป็นบุญของแผ่นดินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชปณิธานให้ความสำคัญด้านการศึกษา ส่งผลให้เกิดการจัดตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ เพื่อดูแลเด็กด้อยโอกาส ซึ่ง ศธ.สามารถจัดการศึกษาโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จนมาถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงรักษา สืบสาน และต่อยอดด้านการศึกษาของคนทุกระดับ ทุกสถานภาพตามพระปฐมบรมราชโองการ ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านการศึกษาจะต้องจารึกรับใส่เกล้าไว้ และตั้งใจทำงานอย่างเต็มความสามารถ สำหรับผลการดำเนินงานของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ มีรางวัลหลายด้านยืนยันเป็นที่ประจักษ์ จึงขอชื่นชมผู้บริหาร ครู บุคลากรทุกคนที่ช่วยดูแลเด็กด้อยโอกาสทุกประเภท เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการดำรงชีพ พร้อมทั้งชื่นชมว่าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 มีพันธกิจที่ทันสมัยมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การบริหารจัดการ การพัฒนาครู การสร้างนวัตกรรม การเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องกับนโยบายของ ศธ.เพื่อเตรียมคนเข้าสู่ยุคศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ การจะสร้างคนให้มีคุณลักษณะตามที่ต้องการ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีภาคีเครือข่ายมาสนับสนุนโรงเรียนให้เข้มแข็งมากขึ้น ดังนั้นขอให้โรงเรียนดำเนินการตามพันธกิจที่กำหนดไว้อย่างเข้มข้น เมื่อเด็กเรียนจบไปจะเป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข มีงานทำ และทำงานเป็น ส่วนปัญหาอุปสรรคที่เสนอมานั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางกายภาพ เชื่อมั่นว่าแก้ไขได้ไม่ยาก โดยแนะนำให้หารือกับภาคสังคม ชุมชน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ให้ทราบถึงความจำเป็นและนโยบายรัฐบาลเพื่อขอความร่วมมือสนับสนุนเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายของโรงเรียน รมช.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ขอให้ตระหนักว่าเด็กทุกคน ประชาชนทุกคน ทุกอายุ ทุกอาชีพ จะต้องเรียนโค้ดดิ้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แตกต่างกันไปตามความยากง่ายของชั้นเรียนและอาชีพ เนื่องจากเราต้องสร้างคนของเราที่มีความสามารถสื่อสารกับเทคโนโลยียุคใหม่ได้ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลและ ศธ. ให้เด็กชั้นอนุบาลและประถมศึกษามีทักษะ Unplug Coding คือไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ แต่สอนให้เล่นเกมเพื่อสร้างทักษะ 5 ด้าน ได้แก่ 1) ทักษะการอ่าน สามารถเข้าใจและเชื่อมโยงสิ่งที่อ่านได้ โดย ศธ.ได้อบรมครูและนำร่องสอนโค้ดดิ้งในโรงเรียนที่มีความพร้อมเมื่อปลายปีที่แล้ว และเร็ว ๆ นี้จะมีการอบรมครูเพื่อสอนโค้ดดิ้งอีก ซึ่ง ผอ.โรงเรียนจะต้องเข้าร่วมอบรมด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจและนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ศธ.ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องการผลิตบุคลากรสายอาชีพทั้งปริมาณและคุณภาพอย่างก้าวกระโดด ซึ่งปัจจุบันมีการเชิญนักลงทุนมาลงทุนในพื้นที่ EEC โดย ศธ.จะทุ่มเทกำลังหางบประมาณมาผลิตคนด้านอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะวิชาการเป็นเลิศ เป็นคนดีมีจิตอาสา มีคุณธรรม ป้อนสู่ตลาดอุตสาหกรรม ดังนั้นหากใครมีโครงการดีที่น่าสนใจ มีความคิดดีสร้างสรรค์ สามารถนำเสนอเข้ามาได้ หากทางผู้บริหารเห็นชอบจะพยายามหางบประมาณมาสนับสนุนให้ดำเนินโครงการต่อไป
Top
|
ข่าว ศธ. 360 องศา
