มช. ค้นหาสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 จากมังคุด งา ฟ้าทะลายโจร ช่วยกระตุ้นร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต้านหวัด 2009รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเผยว่า หลังจากคณะนักวิจัยของภาควิชาเคมี ได้ค้นหาสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ต้านไวรัส influenza type A (H1N1)
นักวิจัยได้สกัดแยกบริสุทธิ์ และศึกษาคุณสมบัติต้านเชื้อโรคหวัดนี้ได้ โดยสารสกัดที่ได้จากผลไม้ได้แก่ สารแซนโธนส์จากเนื้อ และเมล็ดของมังคุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารสกัด alpha mangostin
ซึ่งในขณะนี้มีผลิตภัณฑ์ที่หน่วยวิจัยฯ มีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนา เป็นสูตรอาหารธรรมชาติ BIM (Balancing Immune) สารเซซามิน (Sesamin) จากงา และสารสกัดเอ็นโดกราฟฟาไลน์ (andrographalides) จากฟ้าทะลายโจร
ทั้งนี้การศึกษาวิจัยโดยใช้สมุนไพรไทยหลายชนิดพบว่า มีสมุนไพรไทยที่สามารถออกฤทธิ์ได้ดีกว่ายาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ โอเซลทามิเวียร์ โดยสมุนไพรไทยที่ทำการศึกษามีทั้งจาก ผลไม้ ธัญพืช และสมุนไพรที่ใช้กันอยู่ทั่วไป
การศึกษาวิจัยได้ทำการศึกษาทั้งทางด้านยับยั้งเอ็นไซม์ นิวรามินิเดส (neuraminidase) โดยใช้ supercomputer ในการประเมินผล
รวมทั้งการยับยั้งพายุไซโตคายน์ และการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อให้สามารถกำจัดไวรัสได้ดีอีกด้วย โดยพบว่าสมุนไพรสารสกัดดังกล่าวทั้งหมด มีฤทธิ์ในการจับยึดกับเอ็นไซม์นิวรามินิเดส ได้ดีกว่า โอเซลทามิเวียร์ และยังสามารถลดปริมาณของ IL-1 และ TNFalpha ที่หลั่งออกมาจากเม็ดเลือดขาวที่ถูกกระตุ้นด้วย H1N1
นอกจากนี้ ยังกระตุ้นการสร้าง และผลิต IL-2 ซึ่งเป็นไซโตคายน์ที่ผลกระตุ้นภูมิต้านทานอีกด้วย ล่าสุดคณะนักวิจัยได้มีการจดสิทธิบัตรสำหรับสารแซนโธนส์ และเซซามิน ในระดับนานาชาติ (PCT) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รศ.ปรัชญา กล่าวว่า เมื่อผู้ป่วยติดหวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อ H1N1 ซึ่งยังไม่มีภูมิต้านทาน เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย เชื้อทำการกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายเกิดการตอบสนองโดยการหลั่งสารไซโตคายน์ออกมาจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งไซโตคายน์ที่เรียกว่า Interleukin-1 (IL-1) และ Tissue necrosis factor alpha (TNFalpha)
ขณะที่ร่างกายของบางคนไม่สามารถควบคุมกลไกนี้ได้ ทำให้เกิดพายุไซโตคายน์ ที่มีการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรง ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดอาการน้ำท่วมปอด ปอดบวม และมีการทำลายของเนื้อเยื่อปอด และเป็นสาเหตุของการตายของผู้ที่ติดเชื้อหวัด H1N1
ด้าน รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต คณะบดี คณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า การค้นพบสมุนไพรที่มีกลไกต้านโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังอยู่ในขั้นตอนของการทดลองและวิจัยเบื้องต้น ยังไม่มีการต่อยอดนำไปใช้สู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งทีมนักวิจัยต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการศึกษาวิจัยต่อเนื่อง
แหล่งที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
