วิ่ง 31 ขา หัวใจหนึ่งเดียว

เข้าสู่นัดชิงแชมป์กันแล้วสำหรับการแข่งขัน “สพฐ.-ฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี” ปีที่ 3 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเด็กๆ ชั้นประถม 30 คนจะผูกขาแท็กทีมวิ่งสู้ฟัดกันในวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรุงเทพมหานคร ร่วมกับฮอนด้า จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นพลังสามัคคีของเด็กไทย

การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับภูมิภาคจัดขึ้นทั้งหมด 6 สนามทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ ภาคใต้ที่จ.ภูเก็ต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จ.อุบลราชธานี ภาคเหนือที่จ.ลำปาง ภาคกลางฝั่งตะวันออกที่จ.ชลบุรี และสนามสุดท้าย ภาคกลางฝั่งตะวันตกที่จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเฟ้นสุดยอด 30 ทีม เจ้าลมกรดที่ทำสถิติดีที่สุดจากกว่า 200 โรงเรียน ทั่วประเทศเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ

นายนภนนท์ ศรีสาคร ผู้จัดการแผนกกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ผู้ริเริ่มนำกีฬาวิ่ง 31 ขาสู่ประเทศไทย กล่าวว่า จากที่ลงไปสัมผัสการแข่งขันระดับภูมิภาคทั้ง 6 สนามรู้สึกภูมิใจในพลังความสามัคคีของเด็กๆ ทุกทีม พวกเขาหล่อหลอมเป็นใจเดียวกัน ทั้งเด็กๆ นักกีฬา โค้ช ตัวสำรอง กองเชียร์ ที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกันไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็ตาม

กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี คือกีฬาที่มีจุดเริ่มต้นมาจากกีฬาวิ่ง 3 ขา เป็นกีฬาพื้นฐานของคนทั่วโลกที่อาศัยความสามัคคีร่วมใจของคน 2 คน ในการวิ่งไปพร้อมๆ กัน จนพัฒนามาสู่กีฬาวิ่ง 31 ขา ที่ต้องอาศัยหัวใจของคน 30 คน ที่มีความสามัคคี ความพร้อมเพรียงที่เป็นหนึ่งเดียวกันในการวิ่งไปสู่จุดหมาย ร่วมกันฝึกซ้อมวิ่งผูกขาสู่เส้นชัยในระยะทาง 50 เมตรให้เร็วที่สุด พร้อมเพรียงที่สุด

6 ทีมโรงเรียนที่ทำสถิติได้ดีที่สุดในแต่ละภาค เรียงตามลำดับ 1-6 เริ่มที่ โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ จากสนามกรุงเทพฯ ด้วยเวลา 09.50 วินาที โรงเรียนแสงทองวิทยา จ.สงขลา จากการแข่งขันภาคใต้ 09.37 วินาที โรงเรียนบ้านด้ามพร้า จ.อุบลราชธานี จากการแข่งขันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 09.37 วินาที โรงเรียนดอนไชยวิทยา จ.ลำปาง จากการแข่งขันในภาคเหนือ 09.69 วินาที โรงเรียนวัดป้อมวิเชียรโชติการาม จ.สมุทรสาคร จากการแข่งขันในภาคกลางฝั่งตะวันออก 08.85 วินาที และโรงเรียนชุมชนวัดม่วง จ.สิงห์บุรี จากการแข่งขันในภาคกลางฝั่งตะวันตก 09.44 วินาที

โรงเรียนวัดป้อมวิเชียรโชติการาม จ.สมุทรสาคร อดีตแชมป์ประเทศไทยจากการแข่งขันกีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี เมื่อปีพ.ศ.2548 คราวนี้ลงสนามกลับมาประลองชัยอีกครั้ง และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วยเวลา 08.85 วินาที สถิติที่ดีที่สุดของการแข่งขันระดับภูมิภาคในปีนี้ ซึ่งสามารถทำลายสถิติของประเทศไทยที่โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ จ.นครปฐม แชมป์ประเทศไทย ทำไว้เมื่อปีที่แล้วที่ 09.32 วินาที และยังเป็นสถิติใหม่ของเด็กไทยที่สามารถทำได้ใกล้เคียงกับสถิติโลกซึ่งโรงเรียนอิชิอิ ฮิงาชิ จากประเทศญี่ปุ่น ทำไว้ที่ 08.80 วินาที

คุณครูประกอบ แก้วเนียม หัวหน้าหมวดวิชาคณิตศาสตร์ ครูผู้ฝึกซ้อมทีมโรงเรียนวัดป้อมวิเชียรโชติการาม มาตลอด 3 ปี เล่าถึงเทคนิคการฝึกซ้อมทีมว่า “สิ่งสำคัญที่เราบอกเด็กๆ คือต้องสร้างความเชื่อมั่น สร้างพลังและกำลังใจ บอกเขาให้ทำให้ดีที่สุด มีเวลาฝึกซ้อมอย่างจริงจังประมาณเดือนกว่าๆ วิ่งขึ้นตึกเรียน 4 ชั้น วันละ 3-5 รอบ ผมจะสอนให้เด็กๆ รู้จักช่วยเหลือกัน คนที่เก่งกว่าต้องมาช่วยสอนช่วยฝึกคนที่เก่งน้อยกว่า ที่มาแข่งวันนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แค่อยากให้เด็กๆ ได้รู้ถึงพลังที่พวกเขามี ถ้าเขารู้จักรักกัน ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน เขาก็จะทำได้ ซึ่งพวกเขาทำได้ยอดเยี่ยม”

สำหรับนักวิ่งเท้าไฟจากแดนใต้ โรงเรียนแสงทองวิทยา จ.สงขลา บอกว่า สิ่งที่พวกผมได้จากการแข่งขันคือความสามัคคี เพราะความสามัคคีเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราวิ่งไปด้วยกันจนครบ 50 เมตร การมาแข่งขันครั้งนี้ทำให้ผมมีเพื่อน เรารักและเข้าใจกันมากขึ้น รู้จักน้ำใจนักกีฬา และให้อภัย เวลาล้มเราจะไม่ทะเลาะกัน แต่จะรีบช่วยเพื่อน เพราะเขาล้มลงไปก็เจ็บมากแล้ว

“สิ่งสำคัญของการแข่งขันไม่ใช่ชัยชนะหรือสถิติที่เร็วที่สุด การได้เห็นความสามัคคี ช่วยเหลือกัน ก่อให้เกิดเป็นพลังของเยาวชนไทยนับว่าเป็นสิ่งสูงสุดแล้ว ผมดีใจมากที่ได้ยินเด็กที่เข้าแข่งขันคนหนึ่งพูดว่า “หนูรู้จักคำว่าสามัคคีแล้ว” ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแล้ววิ่งกอดคอเพื่อน ถึงแม้ว่าทีมเขาจะตกรอบแต่สำหรับหนูน้อยคนนั้นคว้าชัยชนะในการแข่งขันนี้แล้ว” นายนภนนท์กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมค้นหาสิ่งที่แฝงอยู่ในแววตาที่มุ่งมั่น และแข้งเล็กๆ 31 ขาที่ก้าวไปพร้อมกันท่ามกลางน้ำตาและรอยยิ้ม

ในวันเด็กแห่งชาติ เสาร์ที่ 12 ม.ค. 9 โมงเช้าเป็นต้นไป ที่สนามกีฬาธูปะเตมีย์

ที่มา : http://www.matichon.co.th/khaosod/