ปั้นกวีน้อย ตามรอยสุนทรภู่

ปั้นกวีน้อย ตามรอยสุนทรภู่

คอลัมน์ สดจากเยาวชน

คนไทยขึ้นชื่อว่า “เจ้าบท เจ้ากลอน”แต่ปัจจุบันคำประพันธ์ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เริ่มเลือนหายไป หลายหน่วยงานจึงร่วมกันจัดกิจกรรมอนุรักษ์ให้คงไว้

ล่าสุด สำนักงานวัฒนธรรม กลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จ.ระยอง ร่วมกับ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ “กวีน้อยตามรอยสุนทรภู่” จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ทางภาษาไทยกับครูและนักเรียนในจ.ระยอง เพื่ออนุรักษ์สืบสานบทกลอนให้คงอยู่

นายปฎิภล ธาดากร ผู้ช่วยรองผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กรและมวลชนสัมพันธ์ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการกวีน้อยตามรอยสุนทรภู่ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ที่โรงละครหนังใหญ่ วัดบ้านดอน อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 5-7 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นกิจกรรมตามรอยสุนทรภู่ เน้นจัดอบรมเสริมความรู้ให้ครูสอนภาษาไทยและนักเรียน โดยเชิญศิลปินแห่งชาติ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ ยุทธ โตอดิเทพย์ นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้ครูเพื่อนำความรู้ไปสอนนักเรียน จากนั้นคัดเลือกตัวแทนนักเรียนในระดับ ป.5-6 จำนวน 150 คน เข้าอบรม มีครูคอยให้ความรู้ฝึกเขียนอ่านบทกวี รวมทั้งประกวดแต่งกลอน

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นักประพันธ์ฝีมือเอก กล่าวว่า การติวเข้มให้กับครูที่เข้าอบรมเน้นเรื่องความสำคัญของบทกวีและภาษาไทยเพื่อไปถ่ายทอดให้เด็ก โดยเฉพาะการท่องจำบทอาขยาน หรือบทกวี เพราะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยมีพระราชดำรัสว่าการให้เด็กจำกาพย์กลอนที่ดีจะมีประโยชน์ ธรรมชาติของเด็กเป็นวัยจดจำอยู่แล้ว จำที่นี้ไม่ได้หมายถึงการท่องจำ การอ่านซ้ำๆ ก็ทำให้จำได้ ส่งผลให้พูดคล่อง เนื้อหาของบทกวียังช่วยให้เด็กเอาไปใช้ในการคิด

“รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี เป็นกลอนของท่านสุนทรภู่ เอาตัวรอดคืออะไร เอาตัวรอดในที่นี้หมายความว่าเอาตัวรอดจากปัญหา จากความทุกข์ จนกระทั่งชีวิตบรรลุไปสู่ความสุขสูงสุด รอดพ้นกิเลส ครูสอนภาษาไทยสำคัญมาก เพราะเป็นคนดูแลลูกหลานของเรา มีสุภาษิตว่า ทางใหญ่อย่าพึงจร เด็กอ่อนอย่าอุ้มรัด ความหมายคือทางใหญ่คือทางกิเลส อย่าไปเดินตามมัน เด็กอ่อนคือเด็กเล็กๆ ความคิดกำลังบริสุทธิ์ อย่าไปบังคับ อย่าไปจับขังใส่กรง แต่ให้อิสระในจินตนาการ บทกวีจะช่วยได้” ศิลปินแห่งชาติกล่าว

การใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง ถูกวิธี มีแบบแผน มีการสื่อสารที่ดี นับว่าเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยได้อีกทาง ยุทธ โตอดิเทพย์ ย้ำให้ครูเล็งเห็นคุณค่าภาษาไทย การสืบสานวรรณศิลป์ กวีนิพนธ์ บทร้อยกรอง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน รวมทั้งการเผยแพร่เกียรติคุณของท่านสุนทรภู่ เพราะในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ เป็นวันเกิดของสุนทรภู่

“เดี๋ยวนี้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสนใจช่วยกันส่งเสริมเรื่องการเขียนกลอน บทกวี มีทั้งกิจกรรมในลักษณะเข้าค่ายเยาวชน ค่ายการอ่าน ค่ายการเขียน การจัดประกวดแข่งขันทั่วไป เพื่อให้ทันยุคทันสมัย ทางสมาคมก็มีการประชันกลอนหรือแข่งขันกลอน เรียกว่าโครงการร้อยกรองออนไลน์ ทาง www.thaipoem.netซึ่งเป็นเว็บไซต์ของสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย

อาจารย์ฐปกรณ์ โสธนะ ศิลปินดีเด่นจังหวัดระยอง สาขาวรรณศิลป์ ด้านกวีนิพนธ์ ให้ความเห็นว่าโครงการกวีน้อยตามรอยสุนทรภู่ เป็นการอนุรักษ์กลอนเดิม ถ้าพูดถึงกลอนแล้วก็นึกถึงเพลงเก่าๆ มีอรรถรส สละสลวยในการใช้ภาษา มีสัมผัสระหว่างคำระหว่างบท สัมผัสอักษรต่างๆ มากมาย นั่นคือเพลงมาจากกวี แต่ปัจจุบันเพลงทั่วไปจะมีสัมผัสน้อยมาก หรือกลายเป็นว่าขณะนี้คนนิยมกลอนเปล่า หมายถึงกลอนที่มีสัมผัสน้อยมาก หรือไม่มีเลย จะเน้นเนื้อหามากกว่าสัมผัส เพราะฉะนั้นการเสื่อมโทรมของวงการกลอนก็จะมีมากขึ้น

สิ่งที่ควรทำให้เด็กรู้คือ หันมาเขียนกลอนให้ถูกรูปแบบ สุนทรภู่แต่งนิราศเมืองแกลงตั้งแต่อายุ 21 ปี ปัจจุบันคนรุ่นนี้ยังเขียนกลอนไม่เป็นด้วยซ้ำ จึงอยากฝากเยาวชนรุ่นใหม่ การเขียนกลอนจำเป็นต้องอ่านมาก อ่านทุกเรื่องและอ่านทุกแห่งทุกหน รู้จักฝึกให้สนุก บางทีบอกว่าเขียนกลอนน่าเบื่อ ต้องกลับมาคิดว่าเขียนกลอนเป็นเรื่องสนุก เพลงแต่ละเพลงคือบทกลอนหรือบทกวี แม้จะไม่มีรูปแบบที่สมบูรณ์แต่ถือว่าเป็นบทกวีบทหนึ่งที่ควรศึกษา

สำหรับบรรยากาศการร่วมกิจกรรม มีเด็กนักเรียนเข้าร่วม 150 คน แบ่งฐานการเรียนรู้ออกเป็น 4 ฐาน มีฐานกลอน ฐานกาพย์ ฐานบทกวีดนตรีและเพลง และฐานโคลง มีวิทยากรในแต่ละด้านให้ความรู้อย่างไม่หวงวิชา จากนั้นเด็กๆ จะมาฝึกเขียน ร่วมอ่านบทกวี ร่วมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกสนาน พร้อมจัดการแสดงเพื่อเชิดชูเกียรติครูกลอนสุนทรภู่

หนึ่งในนั้นเป็นบทกลอนของ น.ส.จันทร์จิรา นิลละออ ชั้นม.4 โรงเรียนระยองวิทยาคม ที่แต่งไว้อย่างมีความหมายและมีสัมผัสไพเราะคล้องจองว่า

“กวีน้อยตามรอยสุนทรภู่ บรมครูกวีศรีสยาม บทเพลงกาพย์กลอนโคลงอันงดงาม ได้ใจความลึกซึ้งและตรึงใจ กวีน้อยนอบน้อมสุนทรภู่ ท่านเป็นผู้ชี้ชัดขจัดสัย ให้รู้ลึกตรึกตรองมองเข้าใจ ความเป็นไทยที่ท่านได้ทำมา”

หลังเสร็จการอบรม เหล่ากวีน้อยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ความรู้เรื่องการแต่งกลอน การร้องเพลง ในทำนองกาพย์ยานี 11 กลอนแปด สิ่งสำคัญคือได้มาพบเพื่อนใหม่ ร่วมนอนห้องเดียวกัน คอยช่วยเหลือกัน

และบางครั้งก็แต่งกลอนสดพูดกัน

แหล่งที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ข่าวสด