ในหน้าประวัติศาสตร์โลก หลายคนทราบดีว่า ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (บีพี B.P.) คือผู้ให้กำเนิดลูกเสือโลก แต่รู้หรือไม่ว่า “แรงบันดาลใจ” สำคัญที่ทำให้เกิดขบวนการนี้ ไม่ได้มาจากตำราในห้องเรียน หากแต่มาจาก “เด็กชายขี่จักรยาน” กลุ่มหนึ่งที่ปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายท่ามกลางห่ากระสุนในสงครามโบเออร์ ณ เมืองมาฟอีคิง (Mafeking) ประเทศแอฟริกาใต้
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2444 ( ค.ศ. 1899 ) ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย แห่งกรุงอังกฤษ ขณะนั้นที่ประเทศแอฟริกาใต้ เกิดสงครามโบเออร์ ระหว่างทหารอังกฤษกับคนพื้นเมืองเชื้อสายดัทช์ เมืองมาฟอีคิงซึ่ง พันเอก เบเดน โพเอลล์ คุมทหารดูแลเมือง เมืองมาฟอิคิงถูกปิดล้อมโดยกองกำลังศัตรูที่มีจำนวนเหนือกว่าหลายเท่าตัว สถานการณ์ในขณะนั้นวิกฤติหนัก ทหารอังกฤษต้องประจำการอยู่ที่แนวหน้าจนขาดแคลนกำลังพลในการส่งข่าวสารและงานสนับสนุนภายในเมือง
ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ หรือ บี พี ที่เป็นผู้บัญชาการรักษาเมืองในขณะนั้น ตัดสินใจทำในสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง คือการรวบรวมเด็กชายอาสาสมัครในเมืองที่มีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป จัดตั้งเป็น “กองทหารเด็กแห่งมาฟอีคิง” (Mafeking Cadet Corps) เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยสื่อสารและผู้ช่วยทหาร โดยมีหัวหน้าหมู่อายุ 12 ปี ชื่อ กู๊ดเยียร ( Cecil Goodyear)
ภาพที่ชาวเมืองคุ้นตาในขณะนั้นคือ เด็กชายในชุดเครื่องแบบเรียบง่าย ปั่นจักรยานคู่ใจไปตามถนนเพื่อส่งจดหมายและคำสั่งการรบ ท่ามกลางเสียงระเบิดและลูกปืนที่พุ่งผ่านไปมา
มีเรื่องเล่าที่เป็นตำนาน เมื่อ บีพี เอ่ยถามเด็กชายคนหนึ่งด้วยความห่วงใยว่า “เธอไม่กลัวอันตรายจากกระสุนหรือ?” เด็กชายตอบกลับด้วยแววตาแน่วแน่ว่า “ผมขี่จักรยานเร็วมากครับท่าน พวกมันยิงผมไม่ทันหรอก!”
ความว่องไวและความรับผิดชอบของเด็ก ๆ กลุ่มนี้ ช่วยให้การสื่อสารในเมืองไม่ติดขัด และทำให้ทหารผู้ใหญ่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบได้อย่างเต็มที่ จนเมืองมาฟอีคิงสามารถยืนหยัดอยู่ได้นานถึง 217 วัน จนได้รับชัยชนะในที่สุด
ประสบการณ์จากเมืองมาฟอีคิงทำให้ บี พี ตระหนักว่า “เด็กมีความรับผิดชอบสูงเกินกว่าที่ผู้ใหญ่คิด” หากเรามอบความไว้วางใจและมีระบบการฝึกฝนที่ดี เขาจึงนำแบบแผน “ระบบหมู่” (Patrol System) ที่ให้เด็กดูแลกันเองและแบ่งหน้าที่กันชัดเจน มาพัฒนาเป็นกิจการลูกเสือ
แม้แต่ “ตราสัญลักษณ์ลูกเสือ” ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ก็มีต้นกำเนิดมาจากรูปเข็มทิศบนเหรียญรางวัลที่มอบให้แก่เด็กอาสาสมัครในเมืองมาฟอีคิงนั่นเอง
เรื่องราวของเด็กชายขี่จักรยานแห่งมาฟอีคิง ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าในอดีต แต่เป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์ว่า “ระเบียบวินัย ความกล้าหาญ และความเสียสละ” สามารถปลูกฝังได้ตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขบวนการลูกเสือทั่วโลกสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
การกระทำของเด็กชายกู้ดเยียรในการขี่จักรยานส่งจดหมายในสนามรบ เป็นการกระทำความดีตามบุญกิริยา 10 ประการในข้อ เวยยาวัจจมัย การขวนขวายช่วยเหลือในกิจการงานที่ควรทำ และตามกฎของลูกเสือข้อ 8 ลูกเสือมีใจร่าเริงและไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก
เรียบเรียงจากข้อมูล ทหารเด็กเมืองมาฟอีคิง Mafeking Cadet Corps จากหนังสือ การลูกเสือสำหรับเด็กชาย Scouting for Boys โดย เบเดน โพเอลล์ แปลภาษาไทยโดย นายอภัย จันทวิมล เมื่อ พ.ศ. 2506
อาทร จันทวิมล
ชื่อบทละคร: จักรยานมาฟอีคิง
ตัวละคร:
- บีพี (Baden Powell): นายพลอังกฤษ ดูภูมิฐานแต่ใจดี (เน้นทำท่าส่องกล้องทางไกลบ่อยๆ)
- กู๊ดเยียร์ (Goodyear): หัวหน้าหมู่เด็กชายวัย 12 ปี ท่าทางขึงขังแต่ตลก
- เด็กชายไข่ต้ม:ลูกน้องกู๊ดเยียร์ ขี้สงสัย กินเก่ง
- เด็กชายน้ำพริก:ลูกน้องกู๊ดเยียร์ สายลุยแต่กลัวระเบิด
- ทหารโบเออร์:(2 คน) ใส่ชุดพรางหน้า ทำท่าเงอะๆ งะๆ เป็นตัวตลก
[ฉากที่ 1: กลางสมรภูมิที่เมืองมาฟอีคิง แอฟริกาใต้
(บีพียืนส่องกล้องอยู่บนหอคอยจำลอง มีเสียงระเบิดดัง “ตูม! ตูม!” บีพีทำท่าเซไปมา)
บีพี: แย่แล้ว! ทหารอังกฤษของเราต้องออกไปรบกับพวกโบเออร์ อยู่แนวหน้าหมด ในเมืองไม่มีคนส่งข่าวเลย ถ้าขืนรอแบบนี้เราแพ้แน่!
กู๊ดเยียร์: (เดินนำขบวนเด็กๆ เข้ามา ทำท่าวันทยหัตถ์แบบลูกเสือ) ท่านครับ! พวกเรา “กองทหารเด็กแห่งมาฟอีคิง” พร้อมรับใช้ชาติครับ!
บีพี: (หันมามองแบบอึ้งๆ) พวกเธอเหรอ? นี่ เด็กชาย กู๊ดเยียร์ เธออายุแค่ 12 ปีเองนะ แล้วเพื่อนเธอ… (มองไปที่ไข่ต้ม) -ขี่จักรยานมา?
ไข่ต้ม: จักรยานของผมเองครับท่าน! ผมปั่นจักรยานไวเหมือนกระต่ายวิ่งเลยนะท่าน ฟิ้ววว! (ปั่นจักรยานวิ่งไปรอบกองไฟ)
บีพี: (กุมขมับ) เอาล่ะ! สงครามโบเออร์ครั้งนี้วิกฤตมาก ฉันต้องการให้พวกเธอส่งจดหมายผ่านดงระเบิดไปที่แนวหน้า กล้าไหม?
กู๊ดเยียร์: สบายมากครับท่าน พวกเราจะใช้ “ระบบหมู่” ผมเป็นหัวหน้าดูแลน้องๆ เอง!
[ฉากที่ 2: ภารกิจปั่นสะท้านโลก]
(กู๊ดเยียร์ ไข่ต้ม และน้ำพริก ปั่นจักรยานกลางเวที มีเสียง “ปิ๊งๆ” ของกระดิ่งจักรยาน)
น้ำพริก: (ตะโกน) ก้มหัวเร็ว! กระสุนมาแล้ว! (ทหารโบเออร์โผล่มาปาหมอนหรือลูกบอลเบาๆ ใส่)
ทหารโบเออร์ 1: หยุดนะเด็กน้อย! เอาจดหมายมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!
ไข่ต้ม: ฝันไปเถอะพี่ชาย! (ไข่ต้มแกล้งปั่นจักรยานวนรอบทหารโบเออร์ จนทหารมึนหัวล้มลง)
บีพี: (ตะโกนลงมาจากหอคอย) กู๊ดเยียร์! ระวัง! กระสุนปืนใหญ่มันพุ่งมาหาเธอแล้ว เธอไม่กลัวเหรอ?
กู๊ดเยียร์: (หยุดปั่นแล้วหันมาตอบอย่างหล่อ) ท่านครับ! ผมขี่จักรยานเร็วมากครับท่าน พวกมันยิงผมไม่ทันหรอก! (ทำท่าปั่นยกล้อโชว์หนึ่งที)
[ฉากที่ 3: กำเนิดลูกเสือโลก]
(สงครามสงบ เสียงระเบิดเงียบลง บีพีเดินลงมาจับไหล่เด็กๆ)
บีพี: เก่งมากทุกคน! พวกเธอพิสูจน์ให้เห็นว่า “พวกเด็กๆมีความรับผิดชอบและความสามารถสูงเกินกว่าที่ผู้ใหญ่คิด” เราชนะสงครามที่เมืองมาฟอีคิงเพราะพวกเธอปั่นจักรยานมา 217 วันเชียวนะ!
น้ำพริก: ผมได้ช่วยงานทหารตามหลัก “เวยยาวัจจมัย” ของบุญกิริยาวัตถุ ในพุทธศาสนา ตามที่พระสอนครับท่าน คือขวนขวายช่วยงานที่ควรทำ!
ไข่ต้ม: ส่วนผมก็ทำตามกฎลูกเสือข้อ 8 ครับท่าน “ลูกเสือมีใจร่าเริงและไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก”
บีพี: (ชูเหรียญรางวัลขึ้นมา) เพื่อเป็นเกียรติ ฉันขอให้เหรียญรางวัลที่มีรูป “เข็มทิศ” นี้แก่พวกเธอ และฉันจะเอาเรื่องราวของพวกเธอไปเขียนหนังสือ การลูกเสือสำหรับเด็ก “Scouting for Boys” เพื่อขยายกิจการลูกเสือไปทั่วโลก!
กู๊ดเยียร์: แล้วตราเข็มทิศนี้จะกลายเป็น “ตราลูกเสือโลก” ใช่ไหมครับท่าน?
บีพี: ถูกต้อง! และจำไว้ว่า หัวใจของลูกเสือคือ “ระเบียบวินัย ความกล้าหาญ และความเสียสละ” เหมือนที่พวกเธอปั่นจักรยานสู้ตายในวันนี้!
ผู้แสดงทุกคน: (หันมาหาคนดูและวันทยหัตถ์พร้อมกัน ร้องเพลง “เหล่าลูกเสือ ของธีรราช ทะนงองอาจ สืบชาติเชื้อพงศ์พันธ์ )….”
อาทร จันทวิมล



