นิทานแห่งความดี ชุดลูกเสือ กฎของลูกเสือ ข้อที่3 เรื่องที่ 3.1 “ปมแห่งการทำความดี”

                     หัวใจสำคัญของการเป็นลูกเสือไม่ได้อยู่ที่การเดินสวนสนาม  การกล่าวคำปฏิญาณ หรือเข้าค่ายฝึกอบรม    แต่อยู่ที่การปฏิบัติตามกฎลูกเสือข้อที่ 3 ที่ว่า “ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น  A scout’s duty is to be useful to help others

                     ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ หรือ บีพี   ผู้ให้กำเนิดลูกเสือโลกได้วางรากฐานไว้ในหนังสือ การลูกเสือสำหรับเด็ก  Scouting for Boys โดยเน้นว่าการทำความดีนอก เหนือหน้าที่ไม่ใช่เรื่องในโอกาสพิเศษ แต่ต้องอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกเสือทุกคน

                   1.ทำความดีนอกเหนือหน้าที่วันละครั้ง” (Do a Good Turn Daily)  บี.พี. กำหนดแนวทางไว้ชัดเจนว่าลูกเสือควรบำเพ็ญประโยชน์อย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง   โดยเน้นที่ “ความสม่ำเสมอ” ในการทำความดี ท่านสอนว่าหากวันใดลืมกระทำความดี  เมื่อถึงวันรุ่งขึ้นต้องทำชดเชยเป็นสองเท่า

                   เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ บี.พี. แนะนำให้ลูกเสือ “ผูกปมที่ผ้าพันคอ” หรือผ้าเช็ดหน้าไว้ทุกวันตอนเช้า วันละหนึ่งปม     เมื่อใดที่ได้ทำความดีในวันนั้นแล้วจึงค่อยแก้ปมออก

  1. ความดีนอกเหนือหน้าที่ เริ่มต้นที่สิ่งเล็กน้อย แต่ยิ่งใหญ่ที่หัวใจ หลายคนเข้าใจผิดว่าการบำเพ็ญประโยชน์ต้องเป็นเรื่องใหญ่โต ทำยาก ใช้เงินมาก   แต่ในทัศนะของบี.พี. การช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันคือการฝึกนิสัย “ความไม่เห็นแก่ตัว” ที่ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น:
  • การขยับที่นั่งให้ผู้อื่นบนรถโดยสารหรือในที่สาธารณะ
  • การเก็บเปลือกกล้วย เศษแก้ว หรือสิ่งกีดขวางบนทางเท้าเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
  • การช่วยถือของให้ผู้ที่กำลังลำบากหรือคนชรา
  • การให้คำแนะนำทางแก่ผู้ที่หลงทางด้วยความสุภาพ

             สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ต้องไม่รับรางวัลหรือสิ่งตอบแทน” เพราะลูกเสือทำความดีด้วยหน้าที่และจิตใจที่ปรารถนาดี      การรับเงินหรือรางวัลจะทำให้คุณค่าของการเป็นผู้ให้สูญเสียไป

  1. การเตรียมพร้อมเพื่อช่วยชีวิต (Saving Life) เมื่อลูกเสือเติบโตขึ้น บี.พี. สนับสนุนให้ยกระดับการบำเพ็ญประโยชน์ สู่การมีทักษะเฉพาะด้าน ท่านเน้นเรื่องการ “เตรียมพร้อม” (Be Prepared) เพื่อรับมือกับเหตุการณ์คับขัน เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยคนจมน้ำ หรือการรู้วิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดเพลิงไหม้ การทำความดีในระดับนี้ต้องใช้ทั้งความกล้าหาญและสติปัญญาซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของลูกเสือ
  2. การขยายขอบเขตสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากการช่วยคน     บี.พี. ยังสอนให้ลูกเสือมีจิตสาธารณะต่อชุมชนและธรรมชาติ:
  • ความเมตตาต่อสัตว์: การช่วยเหลือสัตว์ที่บาดเจ็บหรือติดกับดัก ถือเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ที่แสดงถึงความอ่อนโยน
  • การเป็นพลเมืองดี: การช่วยดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมือง เช่น การแจ้งเหตุเมื่อพบท่อประปาแตกหรือสายไฟชำรุด และการไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะรวมถึงช่วยเก็บขยะที่ผู้อื่นทิ้งไว้
  • ความดีที่ไม่มีใครเห็น: บี.พี. ชื่นชมการกระทำที่เรียกว่า “Hidden Good Turns” หรือการปิดทองหลังพระ ทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นโดยไม่หวังให้ใครมายกย่องสรรเสริญ
  • บีพี สอนลูกเสือของท่านว่า    “จงพยายามทิ้งโลกนี้ไว้ให้ดีกว่าตอนที่คุณเข้ามา” (Try and leave this world a little better than you found it.)
  • ในบันทึกเพิ่มเติมของบี.พี. ท่านขยายความลักษณะของ “การทำความดีนอกเหนือหน้าที่ Good Turn” ไว้ว่า
  1. ต้องเป็นสิ่งที่ “ตั้งใจ” ทำ (Intentional)  การทำความดีนอกเหนือหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ต้องเกิดจากการที่ “มองหา” โอกาส      บี.พี. บอกว่าลูกเสือควรตื่นมาตอนเช้าพร้อมกับความคิดที่ว่า “วันนี้ฉันจะช่วยใครได้บ้าง?”
  2. ไม่นับรวม “หน้าที่ปกติ”  บี.พี. อธิบายไว้ว่า การกวาดบ้านตัวเอง หรือการทำการบ้าน  ไม่นับเป็น การทำความดีนอกเหนือหน้าที่ (Good Turn) เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่การไปช่วยเพื่อนบ้านยกของ หรือการช่วยกวาดถนนหน้าบ้านคนอื่น นั่นจึงจะเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ที่แท้จริง
  3. การรักษาความลับ (The Secret)  บี.พี. ชอบสอนเรื่องการทำความดีโดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ ท่านเปรียบเทียบว่าเหมือนกับ “อัศวิน” ในสมัยก่อนที่คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งจะช่วยขัดเกลาจิตใจให้ลดละความเห็นแก่ตัวและการอยากเด่นอยากดัง

              ตัวอย่างการทำความดีนอกเหนือหน้าที่ ของลูกเสือ ใน 7 วัน

  • จันทร์: ช่วยงานบ้านที่ตามปกติไม่ได้ทำ
  • อังคาร: กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจคนรอบข้าง
  • พุธ: เก็บขยะในที่สาธารณะ หรือจัดของที่รกให้เป็นระเบียบ
  • พฤหัสบดี: แบ่งปันสิ่งของหรือขนมให้ผู้อื่น
  • ศุกร์: รดน้ำต้นไม้ในที่สาธารณะ
  • เสาร์/อาทิตย์: ฝึกการปฐมพยาบาลเพื่อช่วยคนในอนาคต

                      การสอนเรื่องการบำเพ็ญประโยชน์นั้น    ไม่ใช่เพียงการที่ครูสั่งให้เด็กไปทำความดีเท่านั้น    แต่ต้องปลูกฝัง “ดวงตาที่มองเห็นความลำบากของผู้อื่น” ครูลูกเสือควรสนับสนุนให้ลูกเสือบันทึกความดีเล็ก ๆ น้อย ๆ และชื่นชมในความตั้งใจในการทำดี เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการเป็นคนมีประโยชน์นั้นเป็นเรื่องน่าภูมิใจ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของโลกสืบไป

                                                                                    อาทร  จันทวิมล

 

 

บทละครสั้น: “ปมแห่งความดี “

ตัวละคร:

  1. ลูกเสือเอก: (ตัวเอก) มุ่งมั่น ขยันผูกปมผ้าพันคอ
  2. ลูกเสือโท: (ตัวตลก/ขี้สงสัย) ขี้เกียจ ทำดีหวังผล
  3. คุณยาย: (แบกของหนัก)
  4. คนหลงทาง: (นักท่องเที่ยว/คนต่างถิ่น)
  5. น้องหมาบาดเจ็บ: (ใช้ตุ๊กตาหรือคนแสดงเลียนแบบ)
  6. ตัวร้าย (กิเลส): (กระซิบข้างหูให้เห็นแก่ตัว – มีหรือไม่มีก็ได้)

ฉากที่ 1: ปมที่ผ้าพันคอ

(ลูกเสือเอกและลูกเสือโทเดินออกมาหน้ากองไฟ ลูกเสือเอกกำลังพยายามผูกปมที่ปลายผ้าพันคอ)

ลูกเสือโท: “เฮ้ย! เอก นายจะผูกปมผ้าพันคอทำไมเนี่ย เดี๋ยวก็ยับหมดหรอก”

ลูกเสือเอก: “นี่คือคำสอนของ บี.พี. ไง ท่านให้เราผูกปมที่ผ้าพันคอไว้เตือนสติ ถ้าวันนี้ยังไม่ได้ทำความดีนอกเหนือหน้าที่แม้แต่ครั้งเดียว ห้ามแก้ปมนี้เด็ดขาด!”

ลูกเสือโท: “โหย… ยุ่งยากจัง แค่กวาดบ้านตัวเองก็เหนื่อยแล้วนะ”

ลูกเสือเอก: “กวาดบ้านตัวเองคือหน้าที่ปกติเพื่อนรัก! ความดีของลูกเสือต้องเป็นเรื่องนอกเหนือหน้าที่   ที่เรา ‘ตั้งใจ’ มองหาเพื่อช่วยคนอื่นต่างหาก มา… ลองไปเดินหาโอกาสกัน!”

 

ฉากที่ 2: บททดสอบที่ 1 (ความดีที่มองเห็น)

(คุณยายเดินถือของพะรุงพะรังผ่านมา และมีเปลือกกล้วยวางอยู่บนพื้น)

ลูกเสือโท: “เอ๊ะ! เปลือกกล้วย ของใครทิ้งไว้เนี่ย เดี๋ยวคุณยายเหยียบเข้าคงลื่นล้มแน่” ลูกเสือเอก: (รีบวิ่งไปเก็บเปลือกกล้วยทิ้งถังขยะ และเข้าไปช่วยคุณยายถือของ) “ให้ผมช่วยนะครับคุณยาย!”

คุณยาย: “ขอบใจมากจ้ะหลานชาย เอาเงินไปซื้อขนมกินไป๊” (ยื่นเงินให้)

ลูกเสือเอก: (ยกมือไหว้ปฏิเสธ) “ไม่รับครับคุณยาย ลูกเสือทำดีด้วยหัวใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทนครับ”

ลูกเสือโท: (กระซิบ) “เสียดายจัง… ได้ค่าขนมตั้งเยอะ”

 

 

ฉากที่ 3: บททดสอบที่ 2 (ความดีที่ไม่มีใครเห็น)

(คนหลงทางทำแผนที่ตกยืนงง ลูกเสือทั้งสองเข้าไปช่วยบอกทางด้วยความสุภาพ)

คนหลงทาง: “ขอบคุณมากครับพวกเธอ ถ้าไม่ได้พวกเธอนี่ผมหลงแย่เลย”

(คนหลงทางเดินจากไป ลูกเสือเอกไปรดน้ำต้นไม้ข้างทางที่เหี่ยวเฉา)

 ลูกเสือโท: “นายจะรดน้ำทำไม ไม่มีใครเห็นสักหน่อย ”

ลูกเสือเอก: “นี่เรียกว่า การทำความดีแบบปิดทองหลังพระ ไง’Hidden Good Turns’ ทิ้งโลกนี้ไว้ให้ดีกว่าตอนที่เราเข้ามา แม้ไม่มีใครเห็น แต่ใจเราเห็น”

 

ฉากที่ 4: การเตรียมพร้อม (Be Prepared)

(มีคนวิ่งมาขอความช่วยเหลือ: “ช่วยด้วย! มีหมาโดนรถเฉี่ยวชน!”)

ลูกเสือโท: “โอ๊ย! เลือด! ฉันทำอะไรไม่ถูกแล้ว!”

ลูกเสือเอก: “ตั้งสติ! เราเรียนปฐมพยาบาลมาแล้ว ‘ต้องเตรียมพร้อม’ เสมอ”

(ลูกเสือเอกเข้าไปดูอาการ ใช้ผ้าพันคอหรืออุปกรณ์ใกล้ตัวปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างคล่องแคล่ว จนหมาปลอดภัย)

 

ฉากสุดท้าย: การแก้ปม

(ทั้งสองคนเดินกลับมาหน้ากองไฟ ลูกเสือเอกค่อยๆ แก้ปมผ้าพันคอออกด้วยรอยยิ้ม)

ลูกเสือเอก: “เห็นไหมโท วันนี้เราช่วยคุณยาย เก็บขยะ บอกทาง รดน้ำต้นไม้ และช่วยหมาบาดเจ็บ… ปมของฉันแก้ได้แล้ว!”

ลูกเสือโท: (ก้มหน้ามองผ้าพันคอตัวเองที่ว่างเปล่า แล้วรีบผูกปมทันที) “ฉันเข้าใจแล้ว! พรุ่งนี้ฉันจะผูกปมไว้ตั้งแต่ตื่นนอน และจะมองหาความดีเพิ่มเป็น 2 เท่า   เพื่อชดเชยที่ไม่ได้ทำความดีในวันนี้  เลย!”

ตัวละครทุกคนออกมาหน้าเวที และพูดพร้อมกัน:

“จงพยายามทิ้งโลกนี้ไว้ให้ดีกว่าตอนที่คุณเข้ามา… ทำดีวันละครั้ง เริ่มต้นที่สิ่งเล็กน้อย แต่ยิ่งใหญ่ที่หัวใจ!”

(ลูกเสือทุกคนร้องเพลง  “อย่าเกียจคร้าน การทำงานนะพวกเรา”   แล้วเดินกลับเข้าที่)

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการแสดง:

  • อุปกรณ์: ผ้าพันคอลูกเสือ, ถุงขยะจำลอง, เปลือกกล้วย (กระดาษ), ตุ๊กตาสุนัข
  • มุกตลก: ให้ลูกเสือโทแสดงท่าทางตลกๆ เวลาเห็นเงินหรือเวลาตกใจ จะช่วยให้เพื่อนๆ รอบกองไฟสนุกขึ้น

                                                                                 อาทร  จันทวิมล