ประเทศมัลดีฟส์เป็นหมู่เกาะทางใต้ของอินเดีย https://checkinmaldives.com/where-is-maldives-country/
ประเทศมัลดีฟส์ เป็นหมู่เกาะ 1,190 เกาะ อยู่ในมหาสมุทรอินเดียใกล้ประเทศศรีลังกา ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีครามสดใส เมื่อมองจากด้านบนจะเห็นปลา กุ้ง หอย และปะการังใต้ทะเลอันสวยงาม จนคนทั่วโลกนิยมไปท่องเที่ยว
ไจแซม ( Mohammed Jaisham Ibrahim) เป็นลูกเสือหนุ่มอายุ 15 ปีของโรงเรียน กียาสุดิน ประเทศมัลดีฟส์ เขาเป็นลูกเสือที่มีความมุ่งมั่นและภาคภูมิใจในเครื่องแบบของเขา ไจแชมจดจำคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือได้ขึ้นใจ โดยเฉพาะข้อที่ว่า “ลูกเสือเป็นมิตรกับทุกคนและเป็นพี่น้องกับลูกเสืออื่นทั่วโลก (A Scout is a friend to all and a brother to every other Scouts) และ ลูกเสือจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ (Help other people at all times)”
วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นวันที่ชาวเมืองบนเกาะโฮอาราฟูชิ (Horafushi) ตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะประธานาธิบดี มอมูน อับดุล กายูม วัย 70 ปี จะเดินทางมาร่วมชุมนุมของชนเผ่า และเยี่ยมเยียนประชาชน คนมากมายมาต้อนรับ รวมถึงไจแชมที่สวมชุดลูกเสือเต็มยศ ยืนอยู่แถวหน้าสุดด้วยความสงบเรียบร้อย
https://www.facebook.com/photo?fbid=1822356415382782&set=pcb.1822351495383274
ขณะที่ท่านประธานาธิบดีกำลังเดิน จับมือทักทายกับลูกเสือและประชาชนอย่างใกล้ชิด ทันใดนั้น ก็มีชายว่างงานอายุ 20 ปี คนหนึ่งท่าทางคล้ายทหารไว้หนวด ยืนปะปนกับประชาชนด้านหลังชองแถวลูกเสือ คนร้ายผลักตัวลูกเสือ แล้วกระโดดพุ่งพรวดออกมาจากฝูงชน ในมือของเขาซ่อนมีดทำครัวเล่มยาวไว้ใต้ธงชาติมัลดีฟส์ เขาเงื้อมือที่ถือมีด ขึ้นสุดแขนหมายจะแทงเข้าที่ท้องของท่านประธานาธิบดี พร้อมกับตะโกนว่า “อะหล่า อัคบาร์” ซึ่งเป็นภาษาอาหรับแปลว่า “พระเจ้าเป็นใหญ่ที่สุด”
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก จนคนรอบข้างตกตะลึง จนทำอะไรไม่ถูก แต่ด้วยสติและสัญชาตญาณของลูกเสือที่ฝึกฝนมาให้ “จงเตรียมพร้อม Be Prepare” ไจแชมไม่วิ่งหนี แต่พุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าท่านประธานาธิบดีไว้ แล้วใช้มือเปล่าทั้งสองข้างแย่งมีดคมกริบจากคนร้ายอย่างสุดแรง!
“โอ๊ย!” ไจแชมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงสดไหลอาบมือของเขา แต่ไจแซมไม่กลัว นิ้วมือเล็กๆ ของเขา ยังคงกำมีดของคนร้ายไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาควบคุมตัวคนร้ายไว้ได้
ประธานาธิบดีมัลดีฟ ปลอดภัยอย่างปาฏิหาริย์ มีเลือดเปื้อนเสื้อประธานาธิบดี ซึ่งไม่ใช่เลือดของท่าน แต่เป็นเลือดของลูกเสือไจแซมผู้กล้าหาญที่บาดเจ็บขณะแย่งมีดกับคนร้าย คนร้าย 4 คนถูกจับกุม ตำรวจสอบสวนได้ความว่า เป็นพวกหัวรุนแรงทางศาสนา ที่ต่อต้านการรุกรานของสหรัฐอเมริกาในอิรัก และอาฟกานิสถาน แล้วไม่พอใจที่ประธานาธิบดีกายูมสนับสนุนสหรัฐ
ท่านประธานาธิบดีหันมามองเด็กหนุ่มในชุดลูกเสือ ที่ยืนกุมมือที่บาดเจ็บด้วยความซาบซึ้งใจ ไจแชมไม่ได้ต้องการชื่อเสียงหรือรางวัล แต่เขาทำไปเพราะหัวใจที่กล้าหาญและต้องการปกป้องประธานาธิบดี ซึ่งเป็นหัวหน้าลูกเสือของมัลดีฟ ตามหน้าที่ของลูกเสือ
ไจแซมบอกว่า “เมื่อโตขึ้นผมอยากเป็นตำรวจ เพราะผมต้องการปกป้องประเทศมัลดีฟส์ของผม”
เรื่องราวของไจแชมโด่งดังไปทั่วโลก เขากลายเป็นวีรบุรุษตัวน้อยที่พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า “ความกล้าหาญไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจที่เข้มแข็งและเสียสละ” และนี่คือจิตวิญญาณที่แท้จริงของลูกเสือที่โลกไม่เคยลืม
การกระทำของลูกเสือไจแซมเป็นการทำความดีตามกฎลูกเสือข้อ 3 “ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น และเป็นการทำความดีตามหลัก บุญกิริยาวัตถุ 10 ในข้อ 6 การเสียสละ ช่วยเหลือผู้อื่น (ปัตติทานมัย) เพราะยอมเอาเลือดเนื้อของตนปกป้องชีวิตของประธานาธิบดีมัลดีฟส์
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: “การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นความดีที่โลกสรรเสริญ”
เรียบเรียงจาก รายงานของสำนักงานลูกเสือโลก ลูกเสือช่วยชีวิตประธานาธิบดีมัลดีฟจากการถูกฆาตกรรม Scout saves Maldives President from assassination https://www.scout.org/node/1781
อาทร จันทวิมล
บทละครรอบกองไฟ: ลูกเสือช่วยชีวิตประธานาธิบดีมัลดีฟส์
ตัวละคร:
- ไจแซม: ลูกเสือประเทศมัลดีฟส์หนุ่มวัย 15 ปี (ท่าทางมุ่งมั่น สง่างาม)
- ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ ชื่อ มอมูน อับดุล กายูม: (ท่าทางใจดี มีเมตตา)
- คนร้าย: (ท่าทางลึกลับ ถือธงชาติมัลดีฟส์ปิดบังมีด)
- ผู้พากย์: (เล่าเนื้อเรื่อง)
- ชาวเมืองและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย: (2-3 คน)
- ลูกเสือมัลดีฟส์เข้าแถวต้อนรับประธานาธิบดี 20-30 คน
ฉากที่ 1: ดินแดนแห่งหมู่เกาะ
(เปิดฉาก: ผู้แสดงทำท่าว่ายน้ำหรือพายเรือประกอบเสียงคลื่นเบาๆ ไจแซมยืนเด่นอยู่หน้าแถว)
ผู้พากย์: ณ ประเทศมัลดีฟส์ ดินแดนแห่งหมู่เกาะและน้ำทะเลสีครามสดใส ในมหาสมุทรอินเดีย ใกล้ประเทศอินเดียและศรีลังกา
“ไจแซม” เป็นลูกเสือหนุ่มผู้ยึดมั่นในคำปฏิญาณและกฎของลูกเสืออย่างขึ้นใจ ว่าหน้าที่ของลูกเสือคือ… “การเป็นมิตรกับทุกคน และช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ!”
ฉากที่ 2: วันแห่งประวัติศาสตร์
(ลูกเสือและชาวเมืองยืนเข้าแถวรอรับประธานาธิบดี ไจแซมยืนในชุดลูกเสือเต็มยศ ยืนตัวตรงในแถว สงบนิ่ง)
ผู้พากย์: วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2551 บนเกาะโฮอาราฟูชิ ของประเทศมัลดีฟ เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ท่านประธานาธิบดี กายูม เดินทางมาเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างใกล้ชิด
(ประธานาธิบดีเดินยิ้มแย้ม จับมือกับประชาชน ไจแซมทำความเคารพแบบลูกเสืออย่างสวยงาม)
ประธานาธิบดี: (ยิ้มและตบบ่าไจแซม) “ขอบใจมากลูกเสือ ขอบใจที่มาต้อนรับ”
ฉากที่ 3: วินาทีชีวิต
(คนร้ายพุ่งตัวแหวกออกมาจากหลังแถวลูกเสือ เผยให้เห็นมีดเล่มยาวใต้ธงชาติ)
คนร้าย: (ตะโกนก้อง) “อะหล่า อัคบาร์! ” ซึ่งแปลว่า “พระเจ้าเป็นใหญ่สุด” (แล้วเงื้อมมีดพุ่งเข้าหาท้องประธานาธิบดี)
ชาวเมือง: (ตกใจ ร้องเสียงหลง) “ว้าย! ช่วยด้วย! มีคนร้าย!”
(เหตุการณ์สโลว์โมชั่น: คนรอบข้างตะลึงจนตัวแข็ง แต่ไจแซมกระโจนเข้าขวางทันที)
ไจแซม: “หยุดนะ!” (ไจแซมใช้มือเปล่าทั้งสองข้างคว้าใบมีดคมกริบไว้แน่น)
ไจแซม: (ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่ปล่อยมือ) “โอ๊ย!… แต่ผมจะไม่ยอมให้ท่านประธานาธิบดีบาดเจ็บ!”
(เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกรูเข้ามาจับตัวคนร้ายออกไป)
ฉากที่ 4: เลือดและน้ำตาแห่งความกล้า
(ประธานาธิบดีประคองไจแซมที่กุมมือมีเลือดอาบ – ใช้ผ้าพันคอหรือสีผสมอาหารช่วย)
ผู้พากย์: เลือดสีแดงสดไหลอาบมือประธานธิบดี แต่มันคือเลือดของลูกเสือไจแซมที่ปกป้องชีวิตผู้นำประเทศ ประธานาธิบดีปลอดภัยอย่างปาฏิหาริย์!
ประธานาธิบดี: (ซาบซึ้งใจ) ” เธอช่วยชีวิตฉันไว้ ทำไมเธอถึงกล้าหาญขนาดนี้?”
ไจแซม: (ตอบด้วยเสียงหนักแน่น) “เพราะผมเป็นลูกเสือครับท่าน! หน้าที่ของผมคือช่วยเหลือผู้อื่น และปกป้องประเทศชาติ”
ไจแซม: (หันมาทางคนดู) “เมื่อโตขึ้นผมอยากเป็นตำรวจ เพราะผมต้องการปกป้องประเทศมัลดีฟส์ของผมตลอดไป!”
ฉากที่ 5: บทสรุปแห่งความดี
(ตัวละครทั้งหมดมายืนเรียงหน้ากระดาน)
ผู้พากย์: เรื่องราวของไจแซมพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “ความกล้าหาญไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจที่เสียสละ” ตรงตามกฎลูกเสือข้อที่ 3 ที่ว่า “ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น”
ทุกคนในฉาก: (พร้อมกัน) “การช่วยเหลือผู้อื่น เป็นความดีที่โลกสรรเสริญ!”
(ลูกเสือทั้งหมดร่วมร้องเพลง “ร่วมใจ เราพร้อมใจ ร่วมใจเราพร้อมใจ งานน้อยใหญ่พร้อมใจกันทำ….. – ปิดฉาก)
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรม:
- ใช้มีดกระดาษพันฟอยล์ และเตรียมสีผสมอาหารสีแดงใส่ขวดเล็กๆ บีบใส่มือตอนจับมีดจะดูสมจริงมาก
- เสียงประกอบ: ใช้เสียงกลองรัวตอนคนร้ายพุ่งตัวออกมาจะช่วยสร้างความตื่นเต้น
อาทร จันทวิมล


