นิทานแห่งความดี ชุดกฎลูกเสือข้อ 9 เรื่องที่ 9.4 “ลูกเสือช่างสังเกต”

                     ในโลกของการลูกเสือ การสังเกตไม่ได้มีไว้แค่ “ดู” ด้วยตาเท่านั้น แต่ ต้องใช้ร่างกายทุกส่วนเป็นเครื่องมือสำรวจบันทึกข้อมูล เพราะในสถานการณ์บางอย่าง ตาอาจจะมองไม่เห็น แต่จมูก หู และการสัมผัสด้วยผิวหนังนิ้วมืออาจช่วยชีวิตเราได้

  1. 1. จมูก: เครื่องตรวจจับเบาะแสที่เฉียบคม  กลิ่นคือ “ลายนิ้วมือทางอากาศ” ที่ระบุตัวตนและสถานที่ได้   นิทานในหนังสือ คู่มือลูกเสือสำรอง เรื่องโจรปล้นธนาคารที่ถูกจับได้ เพราะ “กลิ่นโรงฟอกหนัง”  เป็นบทเรียนที่สอนว่ากลิ่นบอกที่มาของคนได้

              ลูกเสือต้องแยกให้ออกระหว่าง “กลิ่นโรงพยาบาล” กับกลิ่นของ น้ำหอม   กลิ่นสนิม  กลิ่นทะเล กลิ่นน้ำนม กลิ่นกระเทียม หรือสิ่งมึนเมา เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าบุคคลตรงหน้าหรือสถานที่นั้นคืออย่างไร

  1. หู: นักถอดรหัสแห่งพงไพร เสียงรอบตัวไม่ใช่แค่เสียงหนวกหู แต่มันคือ “การสื่อสาร”

                    เสียงสัตวปีก: ลูกเสือต้องแยกแยะเสียงนกแต่ละชนิด นกเขาร้องบอกความสงบ   นกหัวจุก ร้องอย่างร่าเริง  นกขุนทอง เลียนเสียงคนได้เก่ง เสียงเหล่านี้บอกสภาพแวดล้อมได้

                      เสียงแมลงและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น เสียง จักจั่น เรไร จิ้งหรีด บอกถึงช่วงเวลาและอุณหภูมิ ส่วนเสียง กบเขียด ที่ประสานเสียงหลังฝนตก คือสัญญาณของความชุ่มชื้นและการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล

  1. 3. การสัมผัส: ดวงตาที่ปลายนิ้ว เมื่อต้อง “คลำทางในที่มืด” ลูกเสือต้องเรียนรู้ที่จะใช้มือและเท้าแทนตา ฝึกจำแนกพื้นผิว (เรียบ ขรุขระ แข็ง นุ่ม) เพื่อหาทางออกหรือระบุสิ่งของตอนกลางคืน มือมิด โดยไม่ต้องใช้ไฟฉาย ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการเคลื่อนที่อย่างเงียบกริบและไม่ให้ศัตรูรู้ตัว
  2. สัญชาตญาณสัตว์ และ ปรากฎการณ์ธรรมชาติ    ลูกเสือควรเรียนรู้จาก “ครูธรรมชาติ” เพราะสัตว์มีสัมผัสที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกมากกว่ามนุษย์ และปรากฎการณ์ธรรมชาติหลายอย่าง สามารถบอกเหตุการณ์บางอย่างได้  เช่น   หากเห็น ฟ้ามืดครึ้มแลดงว่าฝนกำลังจะตก   น้ำทะเลลดมากกะทันหัน อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ    มดขนไข่ขึ้นที่สูง แสดงว่าน้ำกำลังจะท่วมหรือฝนจะตกหนัก    นกบินขึ้นฟ้าพร้อมกันเป็นฝูงอย่างตื่นตระหนก แสดงว่ามีผู้ล่าหรือภัยร้ายกำลังใกล้เข้ามา  ปลาลอยตายเต็มแม่น้ำ แสดงว่า มีสารพิษหรือน้ำเน่าหรือโรคระบาดสัตว์น้ำ   กุ้งลอยหัวแสดงว่าออคซิเจนในน้ำไม่พอ   

                   ไก่ขัน คือนาฬิกาปลุกตอนเช้าธรรมชาติ หมาเห่าและห่านร้อง คือยามเฝ้าบ้านชั้นเลิศเมื่อมีคนแปลกหน้าเข้ามา และตามความเชื่อโบราณ เสียงหมาหอน อาจหมายถึงการสัมผัสได้ถึงสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น (ผี) หรือสิ่งผิดปกติที่เงียบเชียบเกินกว่าหูคนจะยิน

                  การสังเกตสิ่งเหล่านี้เป็นการฝึกฝนที่ตรงกับ กฎของลูกเสือ ข้อที่ 8: ลูกเสือมีใจร่าเริง และไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก    เพราะการที่ลูกเสือ “เป็นคนช่างสังเกต”  จะทำให้เขารู้เท่าทันเหตุการณ์ ไม่ตื่นตระหนกเมื่อเจอภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน สามารถยิ้มรับอุปสรรคได้เพราะเขามีข้อมูลในมือ (จากหู จมูก และตา) ที่จะใช้วางแผนแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างใจเย็น

                 “จงมองให้กว้าง (Look Wide)”  เป็น คำขวัญสั้นๆของลูกเสือ  ที่หมายถึงการสังเกตทุกรายละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมอยู่เสมอ (Be Prepared)

                  เรียบเรียงจากหนังสือ   คู่มือลูกเสือสำรอง Wolf Cups Handbook  ของลอร์ด เบเดน โพเอลล์  แปลเป็นไทยโดย นายอภัย จันทวิมล เมื่อ พ.ศ. 2508

                                                                                 อาทร  จันทวิมล

 

 

บทละครสั้น : ลูกเสือช่างสังเกต

ฉาก: รอบกองไฟยามค่ำคืน ลูกเสือทุกคนล้อมวงนั่งฟัง

ตัวละคร

  • ผู้นำลูกเสือ (หัวหน้าหมู่) – ผู้เล่าเรื่องและชี้แนะ
  • ลูกเสือ 3–4 คน – ผู้แสดงบทเรียนการสังเกต
  • เสียงธรรมชาติ – ใช้การเลียนเสียงหรือเครื่องดนตรีประกอบ

บทละคร

ผู้นำลูกเสือ: (ยืนขึ้นข้างกองไฟ)
“ลูกเสือทั้งหลาย… กฎข้อ 9 สอนเราว่า ลูกเสือเป็นคนมัธยัสถ์  หรือประหลัด  วันนี้เราจะเล่าเรื่องนิทานแห่งความดี ที่ทำให้เราเข้าใจว่า การสังเกต คือวิธีการหาความรู้ที่ประหยัด   ไม่ต้องใช้เงินซื้อหา   แต่ไม่ใช่แค่ใช้ตา ต้องใช้ทั้งจมูก หู มือ และหัวใจ”

ฉากที่ 1 – จมูก: เครื่องตรวจจับเบาะแส   ลูกเสือคนหนึ่งเดินเข้ามา ทำท่าดมกลิ่นรอบตัว

ลูกเสือ 1:  “อืม… กลิ่นนี้เหมือนโรงฟอกหนัง! เหมือนเรื่องโจรปล้นธนาคารที่ถูกจับได้เพราะกลิ่นติดตัว”

ผู้นำลูกเสือ:  “ถูกต้อง! กลิ่นคือร่องรอยที่บอกที่มา เราต้องแยกให้ออกว่ากลิ่นนั้นคืออะไร เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์”

ฉากที่ 2 – หู: นักถอดรหัสแห่งพงไพร   ลูกเสืออีกคนทำท่าเงี่ยหูฟัง พร้อมมีเสียงนกและแมลงจากเพื่อนๆ เลียนเสียงประกอบ

ลูกเสือ 2:  “เสียงนกเขา… บอกถึงความสงบ เสียงกบเขียดร้องพร้อมกันหลังฝนตก… บอกว่าพรุ่งนี้โลกจะชุ่มชื้น”

ผู้นำลูกเสือ:   “เสียงคือภาษาของธรรมชาติ ถ้าเราฟังเป็น เราจะรู้เวลาและสภาพแวดล้อมโดยไม่ต้องดูนาฬิกา”

ฉากที่ 3 – การสัมผัส: ดวงตาที่ปลายนิ้ว  ลูกเสืออีกคนทำท่าเดินในความมืด ใช้มือคลำพื้นและสิ่งของ

ลูกเสือ 3: “แม้มืดสนิท แต่ผมรู้ว่านี่คือพื้นหินแข็ง ไม่ใช่ดินนุ่ม เราจึงรู้ว่าทางนี้ปลอดภัย”

ผู้นำลูกเสือ:  “การสัมผัสช่วยให้เรารอดในที่มืด และเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ”

ฉากที่ 4 – สัญชาตญาณสัตว์และปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ลูกเสือหลายคนแสดงท่าทางสัตว์ เช่น มดขนไข่ขึ้นสูง นกบินหนี หรือหมาเห่า

ลูกเสือ 4:  “ดูสิ! มดขนไข่ขึ้นที่สูง แสดงว่าฝนกำลังจะตกหนัก”

ผู้นำลูกเสือ:  “ธรรมชาติคือครูยิ่งใหญ่ ถ้าเราสังเกต จะรู้ทันภัยพิบัติและเตรียมตัวได้”

ปิดท้าย

ผู้นำลูกเสือ:  “ลูกเสือทั้งหลาย… การสังเกตคือเกราะป้องกันภัย และเป็นเพื่อนแท้ของความดี จงจำคำขวัญของเราไว้– มองให้กว้าง เพื่อพร้อมรับทุกสถานการณ์อย่างร่าเริงและไม่ย่อท้อ”

ลูกเสือทุกคนพร้อมกัน:    “Be Prepared! ลูกเสือพร้อมเสมอ!”

ทุกคนร่วมร้องเพลง   เราสู้

            บทละครนี้สามารถใช้แสดงจริงรอบกองไฟ โดยให้ลูกเสือแต่ละคนรับบทสั้นๆ ใช้เสียงธรรมชาติประกอบ

                                                                          อาทร  จันทวิมล