นิทานแห่งความดี ชุดกฎของลูกเสือ ข้อ 8 เรื่องที่ 8.5 “ลูกใครเอ่ย”

                      กาลครั้งหนึ่ง ราว 3,000 ปีมาแล้ว ก่อนสมัยพระพุทธเจ้า     ที่ กรุงเยรูซาเล็ม ประเทศอิสราเอล  ซึ่งปกครองโดย กษัตริย์โซโลมอน ผู้เป็นกษัตริย์ที่ชาญฉลาด   ท่านมีสติปัญญาอันล้ำเลิศเพื่อใช้ในการตัดสินคดีความและดูแลประชาราษฎร์ให้ได้รับความยุติธรรม

                      วันหนึ่ง มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น เมื่อหญิง สองคนเดินทาง มาเฝ้ากษัตริย์พร้อมกับทารกน้อยเพียงคนเดียว ทั้งคู่ต่างร้องไห้อ้างว่าเด็กคนนี้คือลูกของตน

                  หญิงคนแรกกราบทูลว่า “ข้าพเจ้ากับผู้หญิงคนนี้อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน เราต่างก็คลอดลูกในเวลาใกล้เคียงกัน แต่เมื่อคืนนี้ลูกของนางเสียชีวิตเพราะนางนอนทับ นางจึงแอบสลับตัวเด็ก เอาลูกที่ตายแล้วมาวางไว้ข้างตัวข้าพเจ้า และขโมยลูกของข้าพเจ้าไป!”

             หญิงคนที่สองรีบค้านทันที “ไม่จริง เด็กที่ยังมีชีวิตอยู่คือลูกของข้าพเจ้า ส่วนเด็กที่ตายไปแล้วนั่นต่างหากคือลูกของนาง!”

             หญิงทั้งสองโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ต่างฝ่ายต่างยืนกรานความสิทธิ์ในตัวเด็ก จนไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าใครคือแม่ที่แท้จริง เนื่องจากไม่มีพยานในที่เกิดเหตุ

              กษัตริย์โซโลมอนทรงนิ่งฟังครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งการให้ทหารนำ “ดาบ” มาให้ท่าน ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าขุนนาง ท่านประกาศก้องว่า:

               “ในเมื่อเจ้าทั้งสองต่างก็อ้างว่าเป็นแม่เด็ก และไม่มีใครยอมจำนน เพื่อความยุติธรรม ข้าจะสั่งให้เอาทารกนี้ไปมัดไว้ให้ดิ้นไม่ได้ แล้วตัดแบ่งทารกนี้ออกเป็นสองส่วน แบ่งให้เจ้าไปคนละครึ่ง!”

             ทันทีที่ทหารเงื้อดาบขึ้น     หญิงคนที่สอง นิ่งเฉยและกล่าวว่า “ยุติธรรมดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเป็นของข้าหรือของนาง แบ่งกันไปคนละครึ่งเถิด”

  ฝ่ายหญิงคนแรก กลับร้องไห้แทบขาดใจ นางทรุดตัวลงกับพื้นและอ้อนวอนว่า

“โปรดอย่าผูกมัด  หรือฆ่าเด็กน้อยเลย      โปรดยกเด็กนี้ทั้งคนโดยไม่ต้องตัดแบ่งให้หญิงผู้นั้นไปเถิด ขอเพียงให้ลูกของข้าพเจ้ามีชีวิตรอดก็พอ!”

            เมื่อได้ยินดังนั้น กษัตริย์โซโลมอนจึงยิ้มออกมาและสั่งให้ทหารลดดาบลง ท่านชี้ไปที่หญิงคนแรกที่ยอมสละลูกและตรัสว่า “มอบเด็กให้แก่หญิงคนนี้ เพราะนางคือแม่ที่แท้จริง สัญชาตญาณของแม่ย่อมยอมเสียสละทุกอย่าง แม้กระทั่งสิทธิ์ของตน เพื่อรักษาชีวิตลูกไว้”

                ข่าวการตัดสินคดีนี้แพร่สะพัดไปทั่วอาณาจักร ราษฎรต่างสรรเสริญในความยุติธรรมและสติปัญญาของกษัตริย์โซโลมอน ท่านไม่ได้ใช้เพียงตัวบทกฎหมาย แต่ใช้ “ความเข้าใจในหัวใจของมนุษย์” เพื่อหาความจริง

               การตัดสินคดีนี้ เป็นการทำความเห็นให้ตรง (ทิฏฐชุกัมม์)  ตามบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ      

              นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  ความรักแท้คือการเสียสละ: แม่ที่แท้จริงยอมสูญเสียสิทธิ์ครอบครอง ดีกว่าเห็นลูกต้องได้รับอันตรายหรือถูกผูกมัดให้ได้รับความยากลำบาก     

                 เรียบเรียงจากคัมภีร์ไบเบิล ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament)  บทที่ 3 ข้อที่ 16-28 (1 Kings 3:16-28)   เรื่อง  การตัดสินของกษัตริย์โซโลมอน  The Judgement of Solomon

                                                                                             อาทร  จันทวิมล

 

https://en.wikipedia.org/wiki/Judgement_of_Solomon

 

บทละครสั้น ลูกเสือแสดงรอบกองไฟ    เรื่อง: ลูกใครเอ่ย

ฉาก: รอบกองไฟ มีบัลลังก์กษัตริย์อยู่ตรงกลาง ขุนนางและทหารยืนรายล้อม

ตัวละคร

  • ผู้บรรยาย
  • กษัตริย์โซโลมอน  ใส่มงกุฎ
  • หญิงคนแรก  ใส่เสื้อสีน้ำเงิน
  • หญิงคนที่สอง  ใส่เสื้อสีแดง
  • ทหาร  ถือดาบคมกริบ
  • เด็กทารก (ใช้ตุ๊กตา)

บทละคร

ผู้บรรยาย:
เมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว ณ กรุงเยรูซาเล็ม  ที่ปัจจุบันเป็น ประเทศอิสราเอล ภายใต้การปกครองของกษัตริย์โซโลมอน ผู้ทรงพระปรีชาสามารถ วันหนึ่งมีหญิงสองคนพาทารกน้อยมาเฝ้า ต่างอ้างว่าเด็กนี้เป็นลูกของตน…

 

หญิงคนแรกใส่เสื้อสีน้ำเงิน (เสียงสั่นเครือ):   ข้าแต่พระราชา เด็กนี้เป็นลูกของข้าพเจ้า! นางผู้นี้ทำลูกของตนตาย แล้วแอบสลับเอาลูกของข้าไป!

หญิงคนที่สองใส่เสื้อสีแดง (โต้ทันที):  ไม่จริง! เด็กที่ยังมีชีวิตอยู่คือลูกของข้า ส่วนเด็กที่ตายไปแล้วต่างหากเป็นลูกของนาง!

ผู้บรรยาย: ทั้งสองโต้เถียงกันไม่หยุด ไม่มีพยานใดจะยืนยันได้ว่าใครคือแม่ที่แท้จริง…

กษัตริย์โซโลมอน (นิ่งคิด แล้วสั่ง):  ทหาร! จงนำเชือกและดาบมา!  (ทหารยื่นดาบ)
ในเมื่อเจ้าทั้งสองต่างอ้างสิทธิ์ ข้าจะสั่งให้เอาเชือกมัด  อุดปากเด็กไม่ไห้ดิ้นไม่ให้ร้อง  แล้วเอาดาบตัดแบ่งเด็กนี้  ออกเป็นสองส่วน ให้ไปคนละครึ่ง!

ขุนนาง (ตกใจ):  โอ พระราชา…!

หญิงคนที่สอง ใส่เสื้อสีแดง (พูดเรียบเฉย):   ดีแล้ว แบ่งกันไปคนละครึ่ง ยุติธรรม!

หญิงคนแรก ใส่เสื้อสีน้ำเงิน  (ร้องไห้ลั่น ล้มลงคุกเข่า):   โปรดอย่าฆ่าเด็กเลย พระราชา! ยกเด็กคนนี้ให้แก่นางไปเถิด ขอเพียงลูกข้ารอดชีวิตก็พอ!

ผู้บรรยาย:  เมื่อได้ยินเช่นนั้น กษัตริย์โซโลมอนจึงยิ้มและตรัสว่า…

กษัตริย์โซโลมอน (ชี้ไปที่หญิงคนแรก ที่ใส่เสื้อสีน้ำเงิน):   มอบเด็กให้หญิงผู้นี้ นางคือแม่ที่แท้จริง เพราะแม่แท้ย่อมยอมเสียสละทุกสิ่งเพื่อรักษาชีวิตลูกไว้!

ผู้บรรยาย: ข่าวการตัดสินนี้แพร่ไปทั่วอาณาจักร ประชาชนต่างสรรเสริญในพระปรีชาของกษัตริย์โซโลมอน ที่ใช้หัวใจมนุษย์ค้นหาความจริง…

บทสรุป      “ความรักแท้คือการเสียสละ ผู้ที่ยอมให้ลูกมีชีวิตรอด แม้ต้องสูญเสียสิทธิ์ครอบครอง คือแม่ที่แท้จริง”

                   บทละครนี้สามารถจัดแสดงรอบกองไฟได้ง่าย ใช้ตัวละครไม่มาก และเน้นการสื่อสารด้วยอารมณ์ น้ำเสียง และท่าทาง เพื่อให้ลูกเสือเข้าใจบทเรียนเรื่อง ความรัก ความเสียสละ และความยุติธรรม  (ลูกเสือร่วมร้องเพลง  ความรักอันใด)

                                                                                     อาทร  จันทวิมล