ที่สหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1607 (พ.ศ. 2150 สมัยอยุธยาตอนกลาง) กัปตันจอห์น สมิธ ผู้นำกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอังกฤษในเมืองเจมส์ทาวน์ รัฐเวอร์จิเนีย เดินทางสำรวจแม่น้ำชิกกาโฮมินี แต่เขาถูกนักรบเผ่าพาวฮะทัน (Powhatan) จับตัวได้ เพื่อนร่วมทางของเขาถูกสังหาร ส่วนสมิธถูกนำตัวไปยังหมู่บ้านเพื่อรับโทษประหารชีวิตตามคำสั่งของ หัวหน้าเผ่าพาวฮะทัน เพราะเป็นศัตรูที่มาแย่งชิงแผ่นดิน
ในขณะที่เขากำลังถูกกดศีรษะลงบนหินก้อนใหญ่ และเหล่านักรบเงื้อไม้กระบองขึ้นเพื่อจะทุบหัวสังหาร โพคาฮอนตัส บุตรสาววัยเยาว์ของหัวหน้าเผ่า ซึ่งในขณะนั้นอายุประมาณ 10 ปี ได้วิ่งออกมาเอาตัวเข้าขวาง โดยนำศีรษะของเธอวางทับบนศีรษะของสมิธ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาถูกทำร้าย เพราะมิตรภาพและบุญคุณที่เคยมีมาก่อน ความใจเด็ดของเธอทำให้หัวหน้าเผ่ายอมไว้ชีวิตสมิธ
หลังจากการรอดชีวิต หัวหน้าเผ่าได้ทำพิธีรับสมิธเข้าเป็นสมาชิกของเผ่า และตกลงที่จะปล่อยเขากลับไปยังเมืองเจมส์ทาวน์ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ เมื่อกลับไปถึงแล้ว สมิธต้องส่งปืนใหญ่ 2 กระบอก และแท่งเหล็ก มาให้เป็นค่าตอบแทน
เมื่อกัปตันจอห์น สมิธ กลับถึงเจมส์ทาวน์ เขาเผชิญกับบททดสอบสำคัญ โดยแรงกดดันจากพวกเดียวกัน ที่เพื่อนชาวอังกฤษมองว่า ไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดกับ “คนป่า” การมอบอาวุธร้ายแรงให้ศัตรูถือเป็นเรื่องอันตรายและโง่เขลา
แต่สมิธถือว่าเขาให้ “คำสัตย์” ไว้แล้ว เขาจึงยืนยันที่จะทำตามสัญญา สมิธจัดหาปืนใหญ่และแท่งเหล็กตามที่สัญญาไว้ แต่เขาเลือก ปืนใหญ่เดมิ-กุลเวริน (Demi-culverins) ซึ่งมีน้ำหนักมาก (ประมาณกระบอกละ 2 ตัน) แล้วเชิญให้ผู้นำสารของพาวฮะทันมายกกลับไป
เมื่อฝ่ายอินเดียนแดงพบว่าปืนใหญ่นั้น หนักเกินกว่าจะขนย้ายผ่านป่าข้ามแม่น้ำไปได้ พวกเขาจึงยอมรับของกำนัลอื่นที่เป็นประโยชน์มากกว่าแทน แต่ประเด็นสำคัญคือ สมิธได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาพร้อมจะส่งมอบของตามสัญญา เขาไม่ได้ผิดคำพูด และไม่ได้แสดงความตระบัดสัตย์
ความสัมพันธ์ระหว่างสมิธและโพคาฮอนตัสกลายเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพ โพคาฮอนตัสมักจะนำอาหารมาช่วยชาวอังกฤษในเจมส์ทาวน์ในช่วงที่เกิดความอดอยาก และในเวลาต่อมาเธอได้แต่งงานกับชาวอังกฤษชื่อ จอห์น โรลฟ์ (John Rolfe) และเดินทางไปยังอังกฤษ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่โด่งดังไปทั่วโลก
นิทานเรื่องนี้ นิยมใช้ในการฝึกอบรมลูกเสือ ในเรื่อง กฎลูกเสือข้อที่ 4 การเป็นมิตรของคนทุกคน
เรียบเรียงจากเรื่อง กัปตันสมิธและโพคาฮอนตัส The Story of Captain John Smith and Pocahontas จากเอกสารของลูกเสืออเมริกัน
อาทร จันทวิมล
บทละครรอบกองไฟ: เจ้าหญิงโพคาฮอนตัสกับมิตรภาพไร้พรมแดน
ตัวละคร:
- กัปตันจอห์น สมิธ: (สุภาพบุรุษ กล้าหาญ รักสัจจะ)
- เจ้าหญิงโพคาฮอนตัส: (จิตใจดี เด็ดเดี่ยว)
- หัวหน้าอินเดียนแดงเผ่าพาวฮะทัน: (น่าเกรงขาม ดุดัน)
- กลุ่มนักรบอินเดียนแดง: (2-3 คน ทำท่าทางฮึกเหิม)
- กลุ่มชาวอังกฤษ: (2-3 คน ท่าทางดูถูกคนอื่น)
- ผู้บรรยาย: (เสียงดังฟังชัด)
ฉากที่ 1: การเผชิญหน้าและการเสียสละ
(เปิดฉาก: กัปตันสมิธเดินสำรวจป่า ทันใดนั้นเหล่านักรบวิ่งออกมาล้อมจับตัวเขาไว้)
ผู้บรรยาย: ณ ดินแดนเวอร์จิเนีย ในทวีปอเมริกาเหนือ ปี ค.ศ. 1607 (พ.ศ. 2150 สมัยอยุธยาตอนกลาง) กัปตันจอห์น สมิธ นักสำรวจชาวอังกฤษ ถูกพวกอินเดียนแดงเผ่าพาวฮะทัน จับตัว เขาถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการทุบหัว เพราะถูกเป็นศัตรูผู้บุกรุก ดินแดนอินเดียนแดง!
หัวหน้าเผ่า: (ตะโกน) “เจ้าคนผิวขาว! เจ้าจะมาแย่งชิงแผ่นดินเรา”
เขาตะโกนสั่งนักรบ… “กดหัวมันลงบนแท่นหิน! เตรียมไม้กระบอง!”
(นักรบกดตัวสมิธลง สมิธพยายามขัดขืนแต่สู้ไม่ได้ นักรบเงื้อไม้ขึ้นสูง เตรียมจะทุบ)
เจ้หญิงโพคาฮอนตัส: (วิ่งถลาออกมา) หยุดนะท่านพ่อ!
(เธอเอาตัวเข้าขวาง และวางศีรษะทับบนหัวของสมิธ)
“หากท่านจะฆ่าเขา ท่านต้องฆ่าลูกก่อน!.
หัวหน้าเผ่า: (ตกใจ) “โพคาฮอนตัส! เจ้าทำอะไร? เขาเป็นศัตรูนะ!”
โพคาฮอนตัส: “เขาคือเพื่อนมนุษย์ค่ะท่านพ่อ มิตรภาพไม่มีแบ่งแยกสีผิว หากเราเริ่มด้วยการฆ่า สงครามจะไม่มีวันจบสิ้น โปรดไว้ชีวิตเขาเถิด!”
หัวหน้าเผ่า: (นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะลดอาวุธลง) “เพื่อเห็นแก่ความกล้าหาญและความรักของเจ้า… ข้าจะละเว้นชีวิตเขา! …….แต่เจ้าสมิธ… เจ้าต้องส่งปืนใหญ่ 2 กระบอกและแท่งเหล็กมาแลกกับการเป็นอิสระ!”
ฉากที่ 2: บททดสอบคำสัญญา
(ที่เมืองเจมส์ทาวน์ สมิธยืนอยู่กับกลุ่มชาวอังกฤษที่มีท่าทางหยิ่งยโส)
ชาวอังกฤษ 1: “กัปตัน! ท่านบ้าไปแล้วหรือ? จะส่งปืนใหญ่ให้พวกคนป่านั่นเนี่ยนะ?” ชาวอังกฤษ 2: “ใช่! เราแค่โกหกพวกมันก็ได้ ใครจะไปสนคำพูดที่ให้ไว้กับพวกนั้นล่ะ!”
จอห์น สมิธ: (เสียงแข็ง) “ไม่ได้! ข้าให้ “สัญญา” ไว้แล้ว….. ความเป็นมิตรต้องเริ่มต้นด้วยความซื่อสัตย์ ข้าจะส่งปืนใหญ่ให้ตามสัญญา!”
(สมิธสั่งให้คนลากปืนใหญ่จำลองที่ดูหนักมากออกมา)
จอห์น สมิธ: (หันไปบอกผู้นำสารอินเดียนแดง) “นี่คือปืนใหญ่ตามที่สัญญา แต่มันหนักมากนะ หากพวกท่านยกไหว ก็เชิญนำกลับไปได้เลย”
ผู้นำสาร: (ลองผลัก ลองยก แล้วส่ายหน้า) “โอ้มันหนักเหลือเกิน! พวกเราเอาข้ามป่าข้ามน้ำไปไม่ได้หรอกกัปตัน… เช่นนั้นเราขอเปลี่ยนเป็นของกำนัลอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการทำมาหากิน เช่นจอบเสียมเหล็ก แทนเถิด!”
ฉากที่ 3: บทสรุปและแง่คิด
(ตัวละครทั้งหมดออกมายืนเรียงหน้ากระดาน ชาวอังกฤษมอบจอบเสียมให้โพคาฮอนตัส โพคาฮอนตัส มอบผลไม้ให้ตอบแทน)
ผู้บรรยาย: กัปตันสมิธไม่ได้ผิดคำพูด เขาแสดงความจริงใจจนได้รับความไว้วางใจ ส่วนโพคาฮอนตัสก็กลายเป็นสะพานมิตรภาพที่คอยช่วยเหลือชาวอังกฤษ
โพคาฮอนตัส: (ยิ้ม) มิตรภาพเริ่มต้นที่การให้โอกาสและเห็นอกเห็นใจกันค่ะ
จอห์น สมิธ: และการเป็นมิตรที่แท้จริง คือการรักษาคำพูดและให้เกียรติทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม
พร้อมกันทุกคน: “ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคน และเป็นพี่น้องกับลูกเสืออื่นทั่วโลก!”
(ทำความเคารพแบบลูกเสือและจบการแสดง)
คำแนะนำสำหรับการแสดง:
- อุปกรณ์: ปืนใหญ่จำลอง (ใช้กล่องกระดาษพ่นสีดำ), ไม้พลองลูกเสือ (แทนไม้กระบอง), ตะกร้าใส่ผลไม้ปลอม
- การแต่งกาย: ฝ่ายอินเดียนแดงใช้ผ้าโพกศีรษะติดขนไก่ ฝ่ายอังกฤษใส่หมวกปีกกว้างหรือชุดลูกเสือ
- มุกตลก: ในช่วงที่นักรบอินเดียนแดงลองยกปืนใหญ่ที่หนักมาก อาจจะทำท่าทางตลกๆ เช่น ตัวสั่นพะงาบๆ หรือทำท่าเหมือนโดนปืนทับเท้า เพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม
อาทร จันทวิมล

