กาลครั้งหนึ่งในป่าลึกของประเทศอินเดีย มีลูกหมาป่าตัวน้อยนามว่าเขี้ยวขาว เขาถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับสัญชาตญาณของนักล่าที่แข็งแกร่ง วันหนึ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก เขาได้คลานเตาะแตะออกจากถ้ำเพียงลำพังเพื่อออกไปสำรวจโลกกว้าง ในตอนแรกเขี้ยวขาวคิดว่าการจับสัตว์ที่เล็กกว่าเป็นเรื่องน่าสนุก เขาพยายามจะวิ่งไล่จับกระต่ายที่วิ่งหนีขึ้นต้นไม้ และพยายามจะตะครุบไก่ป่าด้วยความคึกคะนอง แต่เขาก็ต้องพบกับบทเรียนแรกเมื่อถูกไก่ป่าจิกเข้าที่จมูกจนเจ็บระบม ทำให้เขาเริ่มเข้าใจว่าสัตว์ทุกชีวิตต่างก็รักชีวิตของตนเองและพร้อมจะสู้เพื่อปกป้องตัวเองทั้งสิ้น
ต่อมาแม่หมาป่าได้สอนให้ลูกหมาป่าเขี้ยวขาว รู้จักศิลปะการล่าอย่างจริงจัง ทั้งการหมอบคลานเข้าหาศัตรูให้เงียบที่สุดและการจู่โจมที่รวดเร็ว จนกระทั่งเขาได้พบกับเม่นตัวหนึ่งที่ขดตัวกลมเพื่อป้องกันภัย ในใจของเขี้ยวขาวจำคำสอนของแม่ได้ว่าต้องรอให้เม่นเหยียดตัวออกแล้วจึงกัดลงไปตรงส่วนที่ไม่มีขนแหลมคมปกป้อง แต่เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าเม่นตัวนั้นกำลังสั่นด้วยความหวาดกลัว เขี้ยวขาวกลับชะงักและนึกถึงความเจ็บปวดที่จมูกของตัวเองขึ้นมา เขาจึงตัดสินใจไม่ทำร้ายเม่นและเดินจากไปอย่างสงบ
ต่อมาเขี้ยวขาวถูกชาวพื้นเมืองอินเดียจับไปเลี้ยง เขาได้รับความเมตตาจากมนุษย์และเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน จนกระทั่งเกิดภาวะข้าวยากหมากแพงทำให้เขาต้องถูกปล่อยกลับคืนสู่ป่าใหญ่อีกครั้ง ขณะที่หมาในเมืองส่วนใหญ่ที่ถูกปล่อยมักจะอดตายเพราะหาอาหารเองไม่เป็น แต่เขี้ยวขาวซึ่งเป็นลูกหมาป่าที่รู้จักการเอาตัวรอดและมีหัวใจที่เข้มแข็งสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย เขาไม่ได้ใช้เขี้ยวเล็บที่มีไว้เพื่อการเข่นฆ่าตามอำเภอใจ แต่ใช้เพื่อป้องกันตัวและดำรงชีวิตอย่างมีขอบเขต เขี้ยวขาวจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งที่มาพร้อมกับความอ่อนโยน
เบเดน โพเอลล์ เล่านิทานเรื่องหมาป่าเขี้ยวขาว White Fang แต่งโดย แจ๊ค ลอนดอน ในหนังสือ คู่มีอลูกเสือสำรอง Wolf Cups Handbook แปลภาษาไทยโดย นายอภัย จันทวิมล เมื่อ พ.ศ. 2508
อาทร จันทวิมล
