นิทานแห่งความดี ชุด กฎลูกเสือ ข้อ 8 8.1“การพายเรือฝ่าคลื่นลมชีวิต”

                ในบรรดาหนังสือที่หล่อหลอมจิตวิญญาณของลูกเสือ ที่เป็นผลงานการเขียนของ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ หรือ บีพี เมื่อกว่าร้อยปีก่อน  คงไม่มีเล่มใดสำคัญไปกว่า “Rovering to Success” หรือ “การท่องเที่ยวสู่ความสำเร็จ” ซึ่งท่านบีพี เปรียบเปรยการดำเนินชีวิต เหมือนการพายเรือแคนูไปตามสายน้ำที่เต็มไปด้วยโขดหินอันตราย

                    บีพี กล่าวถึงเบื้องหลังในการหนังสือ”การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จว่า:   “ข้าพเจ้ารู้สึกเสมอว่า  เป็นเรื่องชอบกลที่ เวลาคนตายจากไป  เขาก็จะเก็บเอาความรู้ทั้งหมดที่เขาได้รับตลอดชีวิตไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาเที่ยวเสเพลหรือเรื่องที่เขาประสบความสำเร็จ  และเขาก็จะปล่อยให้ลูกหรือน้องของเขา  ต้องผ่านเรื่องต่างๆเหล่านี้อีกครั้งหนึ่ง โดยเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง   ทำไมเขาจึงไม่สอนลูกหรือน้องของเขา  ให้มีความรู้อันเป็นประโยชน์ดังที่เขามีอยู่เสียก่อน  ทั้งนี้ เพื่อลูกหรือน้องของเขาจะได้ก้าวต่อไปทันที  ถึงขั้นมีสมรรถภาพและความรู้จักผิดชอบที่กว้างขวางยิ่งขึ้น”

                   หนึ่งในตัวอย่างที่ บีพี หยิบยกมาอ้างถึง คือเรื่องราวจากหนังสือชื่อ “ป่าดงพงไพร” “The Forest” เขียนโดยชาวอเมริกันชื่อ นาย สจ๊วต อี ไวท์  Stewart Edward White ซึ่งถ่ายทอดเหตุการณ์การพายเรือโต้คลื่น  ได้อย่างลึกซึ้ง และเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของ กฎลูกเสือข้อที่ 8  ลูกเสือมีใจร่าเริง และไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก  A scout smiles and whistles under all difficulties.  ซึ่งหมายความว่าลูกเสือจะร่าเริง/อดทน มองโลกในแง่ดี ไม่ท้อแท้ เมื่อเจออุปสรรคหรือความลำบาก

              นายไวท์  ได้เล่าถึงประสบการณ์การพายเรือแคนู  ท่ามกลางทะเลสาบที่บ้าคลั่ง คลื่นลูกใหญ่ซัดสาด  จนดูเหมือนจะกลืนกินเรือลำเล็กๆ ได้ทุกเมื่อ ในสถานการณ์ที่ความเป็นและความตายห่างกันเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด สิ่งที่ นายไวท์ ค้นพบและ บีพี นำมาเน้นย้ำไม่ใช่แค่เทคนิคการใช้พาย แต่คือ “สภาวะจิตใจ”

               บีพี อธิบายว่า หากคนพายเรือเต็มไปด้วยความกลัวและความวิตกกังวล ร่างกายจะเกร็ง การตัดสินใจจะผิดพลาด และนั่นนำไปสู่หายนะ แต่หากคนพายสามารถ “ยิ้มและผิวปาก” ให้กับความน่ากลัวของคลื่นลมได้ จิตใจจะเกิดความสงบ มีสมาธิ และสามารถบังคับเรือให้โต้ไปตามจังหวะของน้ำได้อย่างปลอดภัย

                 การนำตัวอย่างจาก หนังสือป่าดงพงไพร (The Forest) มาสอนลูกเสือนั้น   ไม่ได้หมายถึงการที่จะให้ลูกเสือเป็นคนสนุกสนานจนไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่เป็นการสอนเรื่อง ความกล้าหาญที่ร่าเริง ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก:

  1. การมองโลกในแง่ดี (Optimism) คือ มองว่าอุปสรรคหรือ “คลื่น” คือบททดสอบที่ทำให้เราเก่งขึ้น ไม่ใช่กำแพงที่มากั้นขวาง
  2. การควบคุมตนเอง (Self-Control) คือการยิ้มหรือผิวปาก ในยามวิกฤต เป็นอุบายในการควบคุมสมาธิ ไม่ให้ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำ
  3. ความยืดหยุ่น (Resilience) คือเมื่อเรือเจอคลื่นแรง  หรือชีวิตผจญปัญหาใหญ่หลวง   ต้องไม่อวดเก่งไม่อวดดี  บุกเข้าไปปะทะตรงๆ แต่ต้องรู้จักโอนอ่อนและหาจังหวะโต้กลับด้วยใจที่เบิกบาน

                 การที่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ สอนเรื่องกฎลูกเสือข้อที่ 8 โดยใช้ตัวอย่างการพายเรือของ นายไวท์  จะช่วยให้เด็กๆ เห็นภาพชัดเจนว่า “รอยยิ้ม” ของลูกเสือนั้น ไม่ใช่เครื่องหมายของความอ่อนแอหรือการมองข้ามปัญหา แต่มันคือ “อาวุธทางจิตวิทยา” ที่ทรงพลังที่สุดในการเอาชนะอุปสรรค

               ผู้สนใจหนังสือเรื่อง “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ” ภาษาไทย  สามารถเปิดอ่านได้ฟรีจากอีบุ๊ค ในเวปของกระทรวงศึกษาธิการ   https://www.moe.go.th/e-book/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/

                                                                                    

บทการแสดงรอบกองไฟ ของลูกเสือ

เรื่อง: การพายเรือฝ่าคลื่นลมชีวิต

ฉาก: รอบกองไฟกลางคืน มีเรือจำลองทำจากกระดาษกล่อง ลูกเสือแต่งชุดเต็มยศ บางคนถือพาย บางคนทำเสียงคลื่นลมด้วยเครื่องดนตรีหรืออุปกรณ์ประกอบฉาก

ตัวละคร

  • ผู้บรรยาย (เล่าเรื่องและเชื่อมโยงกับกฎลูกเสือข้อที่ 8)
  • ลูกเสือ 1 (คนพายเรือที่หวาดกลัว)
  • ลูกเสือ    2 (คนพายเรือที่ร่าเริงและมีสติ)
  • ลูกเสืออื่นๆ (ช่วยทำเสียงคลื่นลมและร่วมพายเรือ)

บทละคร

ผู้บรรยาย:   ชีวิตก็เหมือนการพายเรือในทะเลที่เต็มไปด้วยคลื่นลมแรง… หากใจเราหวั่นไหว เรือก็อาจคว่ำ แต่หากใจเรามั่นคงและร่าเริง เราจะฝ่าคลื่นไปได้อย่างปลอดภัย

ลูกเสือ 1: (ทำท่ากลัว จับพายแน่น)  โอ้โห! คลื่นใหญ่มาก!  ฉันกลัวเหลือเกิน!

ลูกเสือ 2: (ยิ้มและผิวปากเบาๆ)   ไม่เป็นไรหรอก

ลูกเสือ 1:แต่ถ้าเรือคว่ำล่ะ?

ลูกเสือ 2: ถ้าเรือคว่ำ เราก็หงายเรือขึ้นใหม่ได้   เราว่ายน้ำเป็น… ลูกเสือไม่ย่อท้อ! เราจะพายไปด้วยความร่าเริงและความหวัง

ผู้บรรยาย:    นี่แหละคือกฎลูกเสือข้อที่ 8 — ลูกเสือมีใจร่าเริง ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ยิ้มและผิวปากแม้ในยามวิกฤต เพื่อควบคุมใจและหาจังหวะโต้คลื่น

ลูกเสือทั้งหมด: (พร้อมกันร้องเพลง   ร่วมใจ เราพร้อมใจ  ร่วมใจเราพร้อมใจ งานน้อยใหญ่พร้อมใจกันทำ   พวกเราลูกเสือไทย  ต่างพร้อมใจสามัคคี…..) 

https://www.youtube.com/watch?v=6zBsxKp49oQ

(ทุกคนพายเรือไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียง เสียงคลื่นค่อยๆ เบาลง แสงไฟจากกองไฟส่องสว่างเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ)

ข้อคิดปิดท้าย

ผู้บรรยาย:  รอยยิ้มของลูกเสือไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คืออาวุธทางจิตใจที่ทำให้เราฝ่าฟันอุปสรรคได้… เหมือนเรือเล็กที่โต้คลื่นใหญ่ด้วยหัวใจที่เบิกบาน

บทละครนี้สามารถเล่นได้ภายใน 5–7 นาที เหมาะสำหรับการแสดงรอบกองไฟ โดยใช้เสียงและท่าทางช่วยสร้างบรรยากาศให้เด็กๆ เข้าใจบทเรียนเรื่อง “ความกล้าหาญที่ร่าเริง” อย่างชัดเจน

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

These documents created by  “Sema Pattana Cheevit Club, Thai Scouts Promotion Foundation”.