นิทานแห่งความดี ชุด กฎของลูกเสือ ข้อ ที่ 7 เรื่องที่ 7.5 “สงครามบัวร์” เบื้องหลังที่ทำให้เกิด “ลูกเสือโลก”

                 เมื่อเราเปิดตำราการลูกเสือโลก  หรืออ่านประวัติของ ลอร์ด เบเดน-โพเอลล์ (บีพี)     มักจะเจอคำว่า “ชาวบัวร์” (Boers) และสงครามบัวร์  อยู่เสมอ หลายคนอาจสงสัยว่าพวกเขาคือใคร? และเหตุใดศัตรูในสนามรบกลุ่มนี้ ถึงได้กลายเป็น “แรงบันดาลใจ” สำคัญที่ทำให้ บีพี  สร้างกิจการลูกเสือขึ้นมา

  1. ใครคือชาวบัวร์? (The People of the Veldt)    คำว่า “บัวร์ Boer” ในภาษาดัตช์แปลว่า “กสิกร” หรือ “ชาวนา” ชาวบัวร์ ไม่ใช่คนพื้นเมืองผิวดำในแอฟริกา แต่เป็นคนผิวขาวเชื้อสายดัตช์ (เนเธอร์แลนด์) ที่อพยพมาจากดินแดนอากาศหนาวที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ในทวีปยุโรป มาตั้งถิ่นฐานในดินแดนอบอุ่นและอุดมสมบูรณ์ในแอฟริกาใต้ ใกล้แหลมกู้ดโฮป ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2195 (สมัยอยุธยาตอนกลาง)

                   พวกบัวร์เป็นกลุ่มคนที่รักอิสระ เคร่งศาสนา และมีวิถีชีวิตอยู่กับธรรมชาติกลางทุ่งกว้างที่เรียกว่า “เฟลด์” (Veldt)      ชาวบัวร์ต้องสู้กับทั้งสัตว์ร้ายและภัยธรรมชาติ ทำให้พวกเขากลายเป็นพรานป่าที่เก่งกาจโดยสัญชาตญาณ มีทักษะการยิงปืนที่แม่นยำ และการสะกดรอยที่เป็นเลิศ  บางคนแต่งงานกับชาวพื้นเมืองแอฟริกันทำให้เกิดลูกครึ่งชาวบัวร์จำนวนหนึ่ง

  1. ชนวนเหตุแห่งสงคราม: ทองคำและเสรีภาพ สงครามบัวร์ (ค.ศ. 1899 – 1902  สมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย) เป็นช่วงเวลาที่บีพี ซึ่งเป็นนายทหารอังกฤษจากอินเดียถูกส่งไปทำงานในแอฟริกา   มีบทบาทสำคัญ เกิดจากสาเหตุหลัก 3 ประการ:
  • การขยายอำนาจของอังกฤษ: อังกฤษต้องการรวมแอฟริกาใต้ให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้เครือจักรภพ   คือเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ  เพื่อควบคุมเส้นทางเดินเรือรอบแหลมกู๊ดโฮป
  • ขุมทรัพย์ใต้ดิน: มีการค้นพบเหมือง ทองคำ และ เพชร จำนวนมาก ในดินแดนของชาวบัวร์ ใกล้เมืองทรานสวาล   (Transvaal)  อังกฤษอ้างว่าคนของตนที่เข้าไปขุดทอง  ถูกชาวบัวร์กดขี่และไม่มีสิทธิเลือกตั้งในแอฟริกา
  • การรักษาเอกราช: ชาวบัวร์ ไม่ต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ จึงเกิดการสู้รบที่ดุเดือดระหว่าง “มหาอำนาจโลก” (อังกฤษ) กับ “เหล่านักรบเกษตรกร” (ชาวบัวร์)
  1. มาฟอีคิง: จุดเริ่มต้นของ “เด็กชายผู้ช่วยรบ”

                     เหตุการณ์สำคัญคือ การล้อมเมืองมาฟอีคิง (Siege of Mafeking) บีพีในฐานะผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารอังกฤษ ถูกล้อมโดยกองทัพบัวร์นานถึง 217 วัน แต่ทหารอังกฤษมีน้อยเกินไปบีพี จึงฝึกเด็กชายชาวอังกฤษในเมืองให้เป็น “กองทหารเด็ก” (Mafeking Cadets)    เด็กๆ เหล่านี้ทำหน้าที่ส่งข่าว คอยสังเกตการณ์ และช่วยเหลือหน่วยพยาบาล พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นว่า “เด็กๆสามารถรับผิดชอบงานใหญ่ได้ หากได้รับความไว้วางใจ” นี่คือเมล็ดพันธุ์แรกที่กลายมาเป็นกฎลูกเสือข้อที่ 1 “ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้”

  1. มรดกจากชาวบัวร์สู่ชุดเครื่องแบบลูกเสือ

                    แม้ชาวบัวร์จะเป็นคู่สงคราม แต่ บีพีกลับชื่นชมทักษะของพวกเขาอย่างมาก และนำมาดัดแปลงเป็นหลักสูตรลูกเสือหลายประการ:

  1. ทักษะการพรางตัวและการแกะรอย: ชาวบัวร์เป็นพรานป่าที่เก่งกาจ คำว่า “Scout” ที่แปลว่า “ผู้สอดแนม” หรือ “พราน” ถูกหยิบมาใช้เป็นชื่อลูกเสือ  เพราะ บีพี อยากให้เด็กชายมีทักษะการเอาตัวรอดในป่าเหมือนนักรบชาวบัวร์    
  2. ชุดลูกเสือสีกากีและหมวกปีก เดิมทหารอังกฤษสวมชุดสีแดงสดจนเป็นเป้าสายตา แต่ชาวบัวร์สวมชุดสีดิน (กากี) เพื่อพรางตัว ให้กลมกลืนกับธรรมชาติบีพี จึงนำมาใช้เป็นสีชุดลูกเสือจนถึงปัจจุบัน และหมวกปีกกว้างแบบคาวบอย ที่ลูกเสือไทยใช้อยู่ บีพี ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทหารชาวบัวร์ในสงครามครั้งนี้
  3. ความอดทน: ชาวบัวร์สามารถมีชีวิตรอดในที่ทุรกันดารได้ด้วยเสบียงเพียงเล็กน้อย ซึ่ง บีพี นำมาใส่ไว้ในบทเรียนเรื่องการใช้ชีวิตกลางแจ้ง (Pioneering and Woodcraft)

                    สงครามบัวร์ จบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายอังกฤษ โดยชาวบัวร์ ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ ในปี ค.ศ.1902   ทำให้ดินแดนของพวกเขาถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพอังกฤษ  แต่ก็เป็นการชนะที่ยากลำบากและสูญเสียมหาศาลที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์กองทัพอังกฤษ    สงครามบัวร์ เป็นจุดที่ทำให้บีพีได้เริ่มคิด “กิจการลูกเสือ”  เพราะชาวบัวร์และชาวพื้นเมืองแอฟริกัน    สอนให้ บีพี รู้จักคุณค่าของการใช้ชีวิตกลางแจ้ง การพึ่งพาตนเอง และความกล้าหาญ ส่วนเรื่องเด็กชายขี่จักรยานแห่งเมืองมาฟอีคิง  ทำให้บีพี คิดได้ว่าเด็กๆ มีพลังมหาศาลหากได้รับการฝึกฝนที่ถูกต้อง

                  “ชาวบัวร์ หรือชาวนาเนเธอรแลนด์ที่ไปตั้งรกรากในแอฟริกาใต้   ไม่ใช่เพียงชื่อในประวัติศาสตร์ แม้จะพ่ายแพ้ในการสู้รบ  แต่คือต้นแบบของการเชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาต่อสู้กับทหารอังกฤษ ด้วยความกล้าหาญ   ตาม กฎลูกเสือข้อ 7  และ บุญกิริยาวัตถุ ข้อ 5  การขวนขวายทำสิ่งที่ถูกที่ควร (เวยยาวัจจมัย)

                     เรียบเรียงจากหนังสือ  “การลูกเสือสำหรับเด็กชาย Scouting for Boys” ของเบเดน  โพเอลล์ แปลเป็นภาษาไทยโดย  นายอภัย จันทวิมล

                                                                          อาทร  จันทวิมล

บทละครสั้นรอบกองไฟ  : สงครามบัวร์ – เบื้องหลังการเกิดลูกเสือโลก

ฉาก: รอบกองไฟกลางคืน ลูกเสือแต่งชุดสีกากี มีผู้บรรยาย และนักแสดงแบ่งเป็น 3 กลุ่ม: ทหารอังกฤษ, ชาวบัวร์, และเด็กชายมาฟอีคิง

ตัวละคร

  • ผู้บรรยาย
  • บีพี (ลอร์ด เบเดน-โพเอลล์)
  • ชาวบัวร์ (2–3 คน)
  • ทหารอังกฤษ (2–3 คน)
  • เด็กชายมาฟอีคิง (2–3 คน)

บทละคร

ผู้บรรยาย:   (เสียงหนักแน่น)
“ครั้งหนึ่งในแอฟริกาใต้… ชาวบัวร์ ผู้เป็นชาวนาผู้รักอิสระ จากเนเธอร์แลนด์ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในทวีปแอฟริกา  ต้องต่อสู้กับมหาอำนาจอังกฤษ เพื่อรักษาเสรีภาพของตน สงครามนี้เรียกว่า สงครามบัวร์ และเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการลูกเสือโลก”

ฉากที่ 1: ชาวบัวร์ในทุ่งกว้าง   (ชาวบัวร์ถือปืนไม้ เดินอย่างระมัดระวัง)

ชาวบัวร์ 1: “เราจะไม่ยอมให้ใครมายึดครองแผ่นดินที่เรามาบุกเบิกไว้ในแอฟริกา!”
ชาวบัวร์ 2: “เรามีเพียงความกล้าหาญและความเชื่อมั่น… แต่เราจะสู้จนถึงที่สุด”

ผู้บรรยาย:
“ชาวบัวร์เป็นนักรบเกษตรกร พรานป่าผู้เก่งกาจ พวกเขาสอนโลกให้รู้จักการแกะรอย การพรางตัว และความอดทน”

ฉากที่ 2: การล้อมเมืองมาฟอีคิง   (ทหารอังกฤษนั่งอย่างเหนื่อยล้า บีพีเดินเข้ามา)

บีพี:  “ทหารอังกฤษมีน้อย… แต่เรายังมีเด็กชายในเมือง พวกเขาสามารถช่วยได้ หากเราเชื่อมั่นในความรับผิดชอบของเขา”

เด็กชาย 1: (ยกมือทำความเคารพสามนิ้ว)
“เราจะทำหน้าที่ส่งข่าวและช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังครับ!”

ผู้บรรยาย:
“นี่คือ  เด็กชายอังกฤษแห่งเมืองมาฟอีคิง ผู้กล้าหาญ พิสูจน์ว่าเยาวชนก็มีพลังมหาศาล หากได้รับความไว้วางใจ”

ฉากที่ 3:  การพัฒนาสู่ลูกเสือโลก (บีพีถือหมวกปีกกว้างและชุดสีกากี)

บีพี: “จากสงครามบัวร์ครั้งนี้ เราได้เรียนรู้ว่า … ต้องมีทักษะการเอาตัวรอด ความอดทน และความเชื่อฟังคำสั่ง เพื่อสร้างสันติภาพ ไม่ใช่สงคราม”

ทหารอังกฤษและชาวบัวร์ (พร้อมกัน):
“แม้เราจะเป็นศัตรู แต่ความกล้าหาญและความถูกต้อง คือสิ่งที่โลกต้องจดจำ”

ฉากสุดท้าย: รอบกองไฟ
(ลูกเสือทุกคนยืนล้อมกองไฟ  ร้องเพลง  ลูกเสือเขาไม่จับมือขวา )

ผู้บรรยาย:
“สงครามบัวร์จบลงด้วยชัยชนะของอังกฤษ แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือเมล็ดพันธุ์แห่งลูกเสือโลก… กฎข้อที่ 7 เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา ด้วยความเคารพ    และบุญกิริยาวัตถุข้อที่ 5 การขวนขวายทำสิ่งที่ถูกที่ควร (เวยยาวัจจมัย)”

ลูกเสือทั้งหมด:  “เราจะเป็นลูกเสือที่เชื่อฟัง กล้าหาญ และทำสิ่งที่ถูกต้อง!”

บทละครนี้สามารถเล่นได้ภายใน 10–15 นาที ใช้เครื่องแต่งกายง่าย ๆ เช่นชุดลูกเสือ หมวกปีกกว้าง และอุปกรณ์ไม้แทนปืน เพื่อสร้างบรรยากาศรอบกองไฟ

  อาทร  จันทวิมล