เมื่อเราเปิดตำราการลูกเสือโลก หรืออ่านประวัติของ ลอร์ด เบเดน-โพเอลล์ (บีพี) มักจะเจอคำว่า “ชาวบัวร์” (Boers) และสงครามบัวร์ อยู่เสมอ หลายคนอาจสงสัยว่าพวกเขาคือใคร? และเหตุใดศัตรูในสนามรบกลุ่มนี้ ถึงได้กลายเป็น “แรงบันดาลใจ” สำคัญที่ทำให้ บีพี สร้างกิจการลูกเสือขึ้นมา
- ใครคือชาวบัวร์? (The People of the Veldt) คำว่า “บัวร์ Boer” ในภาษาดัตช์แปลว่า “กสิกร” หรือ “ชาวนา” ชาวบัวร์ ไม่ใช่คนพื้นเมืองผิวดำในแอฟริกา แต่เป็นคนผิวขาวเชื้อสายดัตช์ (เนเธอร์แลนด์) ที่อพยพมาจากดินแดนอากาศหนาวที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ในทวีปยุโรป มาตั้งถิ่นฐานในดินแดนอบอุ่นและอุดมสมบูรณ์ในแอฟริกาใต้ ใกล้แหลมกู้ดโฮป ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2195 (สมัยอยุธยาตอนกลาง)
พวกบัวร์เป็นกลุ่มคนที่รักอิสระ เคร่งศาสนา และมีวิถีชีวิตอยู่กับธรรมชาติกลางทุ่งกว้างที่เรียกว่า “เฟลด์” (Veldt) ชาวบัวร์ต้องสู้กับทั้งสัตว์ร้ายและภัยธรรมชาติ ทำให้พวกเขากลายเป็นพรานป่าที่เก่งกาจโดยสัญชาตญาณ มีทักษะการยิงปืนที่แม่นยำ และการสะกดรอยที่เป็นเลิศ บางคนแต่งงานกับชาวพื้นเมืองแอฟริกันทำให้เกิดลูกครึ่งชาวบัวร์จำนวนหนึ่ง
- ชนวนเหตุแห่งสงคราม: ทองคำและเสรีภาพ สงครามบัวร์ (ค.ศ. 1899 – 1902 สมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย) เป็นช่วงเวลาที่บีพี ซึ่งเป็นนายทหารอังกฤษจากอินเดียถูกส่งไปทำงานในแอฟริกา มีบทบาทสำคัญ เกิดจากสาเหตุหลัก 3 ประการ:
- การขยายอำนาจของอังกฤษ: อังกฤษต้องการรวมแอฟริกาใต้ให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้เครือจักรภพ คือเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ เพื่อควบคุมเส้นทางเดินเรือรอบแหลมกู๊ดโฮป
- ขุมทรัพย์ใต้ดิน: มีการค้นพบเหมือง ทองคำ และ เพชร จำนวนมาก ในดินแดนของชาวบัวร์ ใกล้เมืองทรานสวาล (Transvaal) อังกฤษอ้างว่าคนของตนที่เข้าไปขุดทอง ถูกชาวบัวร์กดขี่และไม่มีสิทธิเลือกตั้งในแอฟริกา
- การรักษาเอกราช: ชาวบัวร์ ไม่ต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ จึงเกิดการสู้รบที่ดุเดือดระหว่าง “มหาอำนาจโลก” (อังกฤษ) กับ “เหล่านักรบเกษตรกร” (ชาวบัวร์)
- มาฟอีคิง: จุดเริ่มต้นของ “เด็กชายผู้ช่วยรบ”
เหตุการณ์สำคัญคือ การล้อมเมืองมาฟอีคิง (Siege of Mafeking) บีพีในฐานะผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารอังกฤษ ถูกล้อมโดยกองทัพบัวร์นานถึง 217 วัน แต่ทหารอังกฤษมีน้อยเกินไปบีพี จึงฝึกเด็กชายชาวอังกฤษในเมืองให้เป็น “กองทหารเด็ก” (Mafeking Cadets) เด็กๆ เหล่านี้ทำหน้าที่ส่งข่าว คอยสังเกตการณ์ และช่วยเหลือหน่วยพยาบาล พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นว่า “เด็กๆสามารถรับผิดชอบงานใหญ่ได้ หากได้รับความไว้วางใจ” นี่คือเมล็ดพันธุ์แรกที่กลายมาเป็นกฎลูกเสือข้อที่ 1 “ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้”
- มรดกจากชาวบัวร์สู่ชุดเครื่องแบบลูกเสือ
แม้ชาวบัวร์จะเป็นคู่สงคราม แต่ บีพีกลับชื่นชมทักษะของพวกเขาอย่างมาก และนำมาดัดแปลงเป็นหลักสูตรลูกเสือหลายประการ:
- ทักษะการพรางตัวและการแกะรอย: ชาวบัวร์เป็นพรานป่าที่เก่งกาจ คำว่า “Scout” ที่แปลว่า “ผู้สอดแนม” หรือ “พราน” ถูกหยิบมาใช้เป็นชื่อลูกเสือ เพราะ บีพี อยากให้เด็กชายมีทักษะการเอาตัวรอดในป่าเหมือนนักรบชาวบัวร์
- ชุดลูกเสือสีกากีและหมวกปีก เดิมทหารอังกฤษสวมชุดสีแดงสดจนเป็นเป้าสายตา แต่ชาวบัวร์สวมชุดสีดิน (กากี) เพื่อพรางตัว ให้กลมกลืนกับธรรมชาติบีพี จึงนำมาใช้เป็นสีชุดลูกเสือจนถึงปัจจุบัน และหมวกปีกกว้างแบบคาวบอย ที่ลูกเสือไทยใช้อยู่ บีพี ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทหารชาวบัวร์ในสงครามครั้งนี้
- ความอดทน: ชาวบัวร์สามารถมีชีวิตรอดในที่ทุรกันดารได้ด้วยเสบียงเพียงเล็กน้อย ซึ่ง บีพี นำมาใส่ไว้ในบทเรียนเรื่องการใช้ชีวิตกลางแจ้ง (Pioneering and Woodcraft)
สงครามบัวร์ จบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายอังกฤษ โดยชาวบัวร์ ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ ในปี ค.ศ.1902 ทำให้ดินแดนของพวกเขาถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพอังกฤษ แต่ก็เป็นการชนะที่ยากลำบากและสูญเสียมหาศาลที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์กองทัพอังกฤษ สงครามบัวร์ เป็นจุดที่ทำให้บีพีได้เริ่มคิด “กิจการลูกเสือ” เพราะชาวบัวร์และชาวพื้นเมืองแอฟริกัน สอนให้ บีพี รู้จักคุณค่าของการใช้ชีวิตกลางแจ้ง การพึ่งพาตนเอง และความกล้าหาญ ส่วนเรื่องเด็กชายขี่จักรยานแห่งเมืองมาฟอีคิง ทำให้บีพี คิดได้ว่าเด็กๆ มีพลังมหาศาลหากได้รับการฝึกฝนที่ถูกต้อง
“ชาวบัวร์ หรือชาวนาเนเธอรแลนด์ที่ไปตั้งรกรากในแอฟริกาใต้ ไม่ใช่เพียงชื่อในประวัติศาสตร์ แม้จะพ่ายแพ้ในการสู้รบ แต่คือต้นแบบของการเชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาต่อสู้กับทหารอังกฤษ ด้วยความกล้าหาญ ตาม กฎลูกเสือข้อ 7 และ บุญกิริยาวัตถุ ข้อ 5 การขวนขวายทำสิ่งที่ถูกที่ควร (เวยยาวัจจมัย)
เรียบเรียงจากหนังสือ “การลูกเสือสำหรับเด็กชาย Scouting for Boys” ของเบเดน โพเอลล์ แปลเป็นภาษาไทยโดย นายอภัย จันทวิมล
อาทร จันทวิมล
บทละครสั้นรอบกองไฟ : สงครามบัวร์ – เบื้องหลังการเกิดลูกเสือโลก
ฉาก: รอบกองไฟกลางคืน ลูกเสือแต่งชุดสีกากี มีผู้บรรยาย และนักแสดงแบ่งเป็น 3 กลุ่ม: ทหารอังกฤษ, ชาวบัวร์, และเด็กชายมาฟอีคิง
ตัวละคร
- ผู้บรรยาย
- บีพี (ลอร์ด เบเดน-โพเอลล์)
- ชาวบัวร์ (2–3 คน)
- ทหารอังกฤษ (2–3 คน)
- เด็กชายมาฟอีคิง (2–3 คน)
บทละคร
ผู้บรรยาย: (เสียงหนักแน่น)
“ครั้งหนึ่งในแอฟริกาใต้… ชาวบัวร์ ผู้เป็นชาวนาผู้รักอิสระ จากเนเธอร์แลนด์ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในทวีปแอฟริกา ต้องต่อสู้กับมหาอำนาจอังกฤษ เพื่อรักษาเสรีภาพของตน สงครามนี้เรียกว่า สงครามบัวร์ และเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการลูกเสือโลก”
ฉากที่ 1: ชาวบัวร์ในทุ่งกว้าง (ชาวบัวร์ถือปืนไม้ เดินอย่างระมัดระวัง)
ชาวบัวร์ 1: “เราจะไม่ยอมให้ใครมายึดครองแผ่นดินที่เรามาบุกเบิกไว้ในแอฟริกา!”
ชาวบัวร์ 2: “เรามีเพียงความกล้าหาญและความเชื่อมั่น… แต่เราจะสู้จนถึงที่สุด”
ผู้บรรยาย:
“ชาวบัวร์เป็นนักรบเกษตรกร พรานป่าผู้เก่งกาจ พวกเขาสอนโลกให้รู้จักการแกะรอย การพรางตัว และความอดทน”
ฉากที่ 2: การล้อมเมืองมาฟอีคิง (ทหารอังกฤษนั่งอย่างเหนื่อยล้า บีพีเดินเข้ามา)
บีพี: “ทหารอังกฤษมีน้อย… แต่เรายังมีเด็กชายในเมือง พวกเขาสามารถช่วยได้ หากเราเชื่อมั่นในความรับผิดชอบของเขา”
เด็กชาย 1: (ยกมือทำความเคารพสามนิ้ว)
“เราจะทำหน้าที่ส่งข่าวและช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังครับ!”
ผู้บรรยาย:
“นี่คือ เด็กชายอังกฤษแห่งเมืองมาฟอีคิง ผู้กล้าหาญ พิสูจน์ว่าเยาวชนก็มีพลังมหาศาล หากได้รับความไว้วางใจ”
ฉากที่ 3: การพัฒนาสู่ลูกเสือโลก (บีพีถือหมวกปีกกว้างและชุดสีกากี)
บีพี: “จากสงครามบัวร์ครั้งนี้ เราได้เรียนรู้ว่า … ต้องมีทักษะการเอาตัวรอด ความอดทน และความเชื่อฟังคำสั่ง เพื่อสร้างสันติภาพ ไม่ใช่สงคราม”
ทหารอังกฤษและชาวบัวร์ (พร้อมกัน):
“แม้เราจะเป็นศัตรู แต่ความกล้าหาญและความถูกต้อง คือสิ่งที่โลกต้องจดจำ”
ฉากสุดท้าย: รอบกองไฟ
(ลูกเสือทุกคนยืนล้อมกองไฟ ร้องเพลง ลูกเสือเขาไม่จับมือขวา )
ผู้บรรยาย:
“สงครามบัวร์จบลงด้วยชัยชนะของอังกฤษ แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือเมล็ดพันธุ์แห่งลูกเสือโลก… กฎข้อที่ 7 เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา ด้วยความเคารพ และบุญกิริยาวัตถุข้อที่ 5 การขวนขวายทำสิ่งที่ถูกที่ควร (เวยยาวัจจมัย)”
ลูกเสือทั้งหมด: “เราจะเป็นลูกเสือที่เชื่อฟัง กล้าหาญ และทำสิ่งที่ถูกต้อง!”
✨ บทละครนี้สามารถเล่นได้ภายใน 10–15 นาที ใช้เครื่องแต่งกายง่าย ๆ เช่นชุดลูกเสือ หมวกปีกกว้าง และอุปกรณ์ไม้แทนปืน เพื่อสร้างบรรยากาศรอบกองไฟ
อาทร จันทวิมล

