ขณะที่แผ่นดินสุวรรณภูมิหรือประเทศไทยในอดีต เมื่อราว พ.ศ. 943 – 1143 กำลังรุ่งเรืองด้วยอารยธรรม “ทวารวดี” ผู้คนเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและเริ่มรู้จักหลัก “บุญกิริยาวัตถุ” คือการทำดีด้วยความอ่อนน้อมและการแบ่งปัน
ขณะนั้น ในอีกซีกโลกหนึ่ง ณ เกาะอังกฤษอันห่างไกล ท่ามกลางเสียงดาบและควันไฟจากสงครามแย่งชิงอำนาจ กษัตริย์หนุ่มนามว่า อาเธอร์ (King Arthur) ได้อุบัติขึ้นพร้อมภารกิจยิ่งใหญ่ คือการเปลี่ยน “ศัตรู” ให้กลายเป็น “มิตร”
กำเนิดอัศวินโต๊ะกลม (The Round Table)
กษัตริย์อาเธอร์ ไม่ได้ปกครองด้วยการบังคับ ให้เกิดความเกรงกลัว แต่ปกครองด้วย “ความเท่าเทียม” ท่านมีเหล่าทหารนักรบขี่ม้าสวมเกราะเหล็กที่กล้าหาญเรียกว่า “อัศวิน” (Knights) โดย เพื่อไม่ให้เกิดการแก่งแย่งชิงดีว่าใครสำคัญกว่าใคร อาเธอร์จึงสั่งให้สร้างโต๊ะประชุมเป็น “รูปวงกลม” ไม่ใช้โต๊ะสี่เหลี่ยมเช่นที่นิยมกระทำกันทั่วโลก
“ที่โต๊ะกลมนี้จะไม่มีหัวโต๊ะ และไม่มีหางโต๊ะ ทุกคนที่นั่งลงคือมิตรแท้ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน”
นี่คือที่มาของ “อัศวินโต๊ะกลม” (Round Table Knights) ผู้ซึ่งไม่ได้มีดีแค่การรบ แต่ต้องมี “หัวใจ” ที่ประเสริฐ พวกเขาต้องปฏิบัติตามกฎเหล็กคือ: ต้องเป็นคนดี มีสัมมาคารวะ และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ
จากอัศวิน สู่ การลูกเสือ
หลายร้อยปีต่อมา ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (B.P.) ผู้ก่อตั้งลูกเสือโลก ได้ศึกษาเรื่องราวของอัศวินเหล่านี้ ท่านเล็งเห็นว่าจิตวิญญาณของอัศวินโต๊ะกลมคือต้นแบบที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการสร้างเยาวชน ท่านจึงได้นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนากิจการลูกเสือ
กฎลูกเสือข้อที่ 4: “ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคน และเป็นพี่น้องกับลูกเสืออื่นทั่วโลก” คือภาพสะท้อนของโต๊ะกลมของกษัตริย์อาเธอร์ เป็นการบอกลูกเสือทั้งหลายว่า ไม่ว่าเราจะเจอลูกเสือจากชาติไหน ศาสนาใด หรือฐานะต่างกันเพียงไร เมื่อเราก้าวเข้ามาอยู่ในวงล้อมลูกเสือ เราทุกคนคือพี่น้องกัน
เชื่อมโยงธรรมะในพุทธศาสนา: “บุญกิริยาวัตถุ”
การเป็นอัศวินโต๊ะกลมหรือลูกเสือที่ดี ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะสวมเครื่องแบบ เดินแถวสวนสนาม หรือเข้าค่ายพักแรม แต่ต้องอาศัยการฝึกตนตามหลักที่พุทธศาสนาสอนไว้ในบุญกิริยาวัตถุ คือ:
- อปจายนมัย (ความอ่อนน้อม): ไม่จองหอง รู้จักกาลเทศะและให้เกียรติผู้อื่น
- เวยยาวัจจมัย (การช่วยเหลือ): ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เหมือนคติพจน์ลูกเสือ “ทำความดีวันละครั้ง”
- ทานมัย (การแบ่งปัน): การมอบน้ำใจไมตรีและสิ่งของให้กัน สร้างความรักความผูกพันดุจพี่น้อง
ไม่ว่าจะเป็นอัศวินโต๊ะกลม ในอังกฤษเมื่อพันปีก่อน หรือลูกเสือไทยในปัจจุบัน หัวใจสำคัญไม่เคยเปลี่ยน คือการสร้าง “โต๊ะกลมแห่งมิตรภาพ” ให้เกิดขึ้นในใจ เมื่อเรามองคนอื่นเป็นพี่น้อง ความขัดแย้งจะกลายเป็นความเข้าใจ และนั่นคือภารกิจที่แท้จริงของลูกเสือทุกคน
อาทร จันทวิมล
บทละครสั้น: อัศวินโต๊ะกลมกับภารกิจแห่งมิตรภาพ
ตัวละคร:
- ผู้เล่าเรื่อง: (ลูกเสือ 1 คน)
- กษัตริย์อาเธอร์: (ลูกเสือ 1 คน)
- เซอร์ลานเซลอต: (ลูกเสือ 1 คน)
- เซอร์กาลาฮัด: (ลูกเสือ 1 คน)
- เซอร์กาแวน: (ลูกเสือ 1 คน)
- เซอร์เพอร์ซิวัล: (ลูกเสือ 1 คน)
- ชาวบ้าน 1 จากภาคเหนือ (ชาย): (ลูกเสือ 3 คน อู้กำเมืองภาษาเหนือ)
- ชาวบ้าน2 จากภาคใต้ (หญิง): (ลูกเสือ 3 คน แหลงใต้ ภาษาใต้)
- เด็กหญิงคนป่วย : (ลูกเสือ 1 คน)
ฉาก: ข้างกองไฟ มีโต๊ะกลมตั้งอยู่ตรงกลาง หรือใช้การจัดเก้าอี้นั่งให้เป็นวงกลมของลูกเสือก็ได้ ด้านหลังอาจมีฉากปราสาทจำลอง หรือเขียนรูปปราสาทบนกระดานดำ
(เริ่มต้น)
ผู้เล่าเรื่อง: (ยืนหน้ากองไฟ) สวัสดีครับพี่น้องลูกเสือทุกคน! คืนนี้ เราจะมาเดินทางย้อนเวลากลับไปยังสมัยที่เมืองไทยตรงกับยุคทวารวดี ก่อนการสถาปนากรุงสุโขทัย ที่ดินแดนประเทศอังกฤษอันไกลโพ้น ท่ามกลางยุคอัศวิน ที่มีหัวใจอันกล้าหาญมุ่งสร้าง “มิตรภาพ” ให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้…
(แสงไฟสว่างขึ้นที่ “โต๊ะกลม” กษัตริย์อาเธอร์นั่งอยู่ตรงกลาง มีอัศวินคนอื่นๆ เดินเข้ามานั่งรอบโต๊ะ)
กษัตริย์อาเธอร์: (มองไปยังอัศวินแต่ละคนด้วยแววตาจริงจัง) ท่านอัศวินผู้กล้าหาญแห่งโต๊ะกลมทุกท่าน… วันนี้เรามาประชุมกันในเรื่องที่สำคัญยิ่งต่ออาณาจักรของเรา
เซอร์ลานเซลอต: (ผายมือ) กระหม่อมพร้อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ขอให้กระหม่อมได้ออกไปปฏิบัติภารกิจรับใช้
เซอร์กาลาฮัด: (พยักหน้า) ข้าเองก็พร้อมเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ ความดีงามและความยุติธรรมคือหนทางของเรา
เซอร์กาแวน: (กุมดาบที่เอว) หากมีศัตรูที่คิดร้ายต่ออาณาจักร ขอให้บอกมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ ข้าพร้อมฟันฝ่า!
เซอร์เพอร์ซิวัล: (พูดอย่างสงบ) เราทุกคนคือพี่น้อง ผู้ซึ่งผูกพันกันด้วยคำปฏิญาณแห่งโต๊ะกลม
กษัตริย์อาเธอร์: (ยิ้มเล็กน้อย) ดีมาก… จิตใจอันกล้าหาญของพวกท่านคือหัวใจของอาณาจักรเรา แต่ภารกิจในวันนี้ ไม่ใช่การออกไปสู้รบกับศัตรู แต่เป็นการสร้างสะพานแห่งมิตรภาพ
(มีเสียงโวยวายจากด้านข้าง “เวที” ลูกเสือที่แสดงเป็นชาวบ้าน 1 จากภาคเหนือ และ ชาวบ้าน 2 จากภาคใต้ เดินเข้ามาพร้อมเด็กหญิงที่กำลังร้องไห้)
ชาวบ้าน 1 จากภาคเหนือ: (วิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก) ท่านอัศวิน! มีปัญหาใหญ่แล้ว พวกชาวบ้านจากภาคใต้จะมาขอยาจากชาวบ้านภาคเหนือ แต่เราไม่ให้
ชาวบ้าน 2 จากภาคใต้ : (พยุงเด็กหญิง) ลูกสาวของข้าป่วยหนัก และหมู่บ้านจากภาคเหนือ ไม่ยอมแบ่งปันยาให้เลย! พวกเขาบอกว่าเราไม่ใช่พวกเดียวกัน!
เด็กหญิง: (ร้องไห้) ท่านพ่อ ท่านแม่ หนูเจ็บเหลือเกิน…
กษัตริย์อาเธอร์: (ลุกขึ้นยืน) เกิดอะไรขึ้นกันแน่!
ชาวบ้าน 1 จากภาคเหนือ : (เล่าด้วยความคับแค้นใจ) พวกเขาเป็นคนแปลกหน้า มีภาษาต่างออกไป “อู้กำเมืองบ่ได้” !
กษัตริย์อาเธอร์: (หันไปหาอัศวิน) ท่านอัศวินทั้งหลาย นี่คือความท้าทายของเรา! เราจะเอาชนะความไม่เข้าใจ และสร้าง “มิตรภาพ” ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
เซอร์ลานเซลอต: (คิดอยู่ครู่หนึ่ง) กระหม่อมจะนำกำลังทหารไปปราบปรามพ่ะย่ะค่ะ!
เซอร์กาลาฮัด: (ส่ายหน้าเบาๆ) การใช้กำลังอาจไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุด เราต้องใช้ “หัวใจ” ในการเข้าหา
เซอร์กาแวน: (ตบไหล่ชาวบ้าน 1) อัศวินกาลาฮัดพูดถูก การรบไม่ใช่คำตอบเสมอไป
เซอร์เพอร์ซิวัล: (เดินไปหาเด็กหญิงและย่อตัวลง) เจ้าหนู ไม่ต้องกลัวนะ พวกเราจะช่วยเจ้าเอง
กษัตริย์อาเธอร์: (ยิ้มอย่างพึงพอใจ) ถูกต้องแล้ว! “อัศวินโต๊ะกลม” ไม่ได้มีดีแค่การรบ ด้วยกำลังอาวุธ แต่ต้องมีหัวใจที่พร้อมช่วยเหลือผู้อื่น และรู้จัก “แบ่งปัน”
กษัตริย์อาเธอร์: (หันไปมองอัศวิน) เซอร์กาลาฮัด ท่านคือผู้มีจิตใจเมตตาที่สุด ข้าขอให้ท่านเป็นผู้นำภารกิจนี้ ท่านจะทำอย่างไร?
เซอร์กาลาฮัด: (ลุกขึ้นยืนด้วยความมุ่งมั่น) กระหม่อมจะนำสิ่งของจำเป็น อาหาร น้ำสะอาด ไปมอบให้กับหมู่บ้านภาคเหนือก่อนพ่ะย่ะค่ะ เพื่อแสดงถึง “น้ำใจ” และ “ความปรารถนาดี” ของเรา
เซอร์ลานเซลอต: (พยักหน้า) ข้าจะขี่ม้าติดตามท่านไป เพื่อดูแลความปลอดภัย
เซอร์กาแวน: (ยิ้ม) ข้าจะช่วยท่านขนเสบียงและของขวัญมากมาย!
เซอร์เพอร์ซิวัล: (เดินไปจับมือเด็กหญิง) และข้าจะนำหมอหลวงไปรักษาเด็กหญิงด้วย
(อัศวินทั้งสี่คนและกษัตริย์อาเธอร์เดินออกไปทางด้านหลัง “เวที” พร้อมกับชาวบ้านและเด็กหญิง)
ผู้เล่าเรื่อง: (ออกมาอีกครั้ง) และแล้วเหล่าอัศวินแห่งโต๊ะกลมก็ได้ออกเดินทางไปพร้อมกับหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตา พวกเขาไม่ได้นำดาบและโล่ไปทำศึก แต่พวกเขานำ “น้ำใจ” และ “ความเข้าใจ” ไปมอบให้กับเพื่อนมนุษย์
(ฉากเปลี่ยนเป็น อัศวินทั้ง 4 ยืนอยู่หน้า “หมู่บ้านภาคเหนือ” อัศวินกำลังยื่นถุงอาหารและจอบเสียมให้)
ชาวบ้าน 1 (จากภาคเหนือ): (รับของด้วยความลังเล) นี่พวกท่านมาทำอะไรกัน?
เซอร์กาลาฮัด: (ยิ้มอย่างอ่อนโยน) เรานำความปรารถนาดีและของขวัญมามอบให้ท่าน เราได้ข่าวว่าเด็กในหมู่บ้านภาคใต้ไม่สบาย เราอยากขอยาจากภาคเหนือไปช่วยภาคใต้
ชาวบ้าน 1 (จากภาคเหนือ) เมื่อท่านดีต่อพวกเรา เราก็จะทำดีต่อชาวบ้านภาคใต้
ชาวบ้านภาคเหนือ นำยาไปให้ชาวบ้านภาคใต้
ชาวบ้าน 2 (จากภาคใต้): (มองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ) ขอบคุณ ขอบคุณ
เซอร์เพอร์ซิวัล: (ช่วยปฐมพยาบาลเด็กหญิง) เราคือ “อัศวินโต๊ะกลม” เราเชื่อใน “มิตรภาพ” ไม่ว่าเราจะมาจากที่ไหน เราคือพี่น้องกัน
(ชาวบ้านจากภาคใต้ เริ่มยิ้ม พวกเขาผายมือเชื้อเชิญอัศวินเข้าไปในหมู่บ้าน)
ชาวบ้าน 2 (จากภาคใต้): เชิญท่านเข้ามาในหมู่บ้านของเรา! เรายินดีต้อนรับ!
(อัศวินและชาวบ้านเดินเข้าไปในหมู่บ้านภาคเหนือและภาคใต้
ผู้เล่าเรื่องออกมาอีกครั้ง)
ผู้เล่าเรื่อง: และนั่นคือเรื่องราวของ “อัศวินโต๊ะกลม” ที่ไม่ได้ใช้กำลังอาวุธเพื่อเอาชนะ แต่ใช้หัวใจที่อ่อนน้อม การช่วยเหลือ และการแบ่งปัน เพื่อสร้างมิตรภาพและความเข้าใจ เหมือกฎลูกเสือข้อ 4 ที่ว่า “ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคน และเป็นพี่น้องกับลูกเสืออื่นทั่วโลก” เพราะไม่ว่าเราจะมาจากไหน เมื่อเรามี “หัวใจแห่งมิตรภาพ” เราทุกคนคือมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน และพร้อมจะสร้าง “โต๊ะกลมแห่งมิตรภาพ” ให้เกิดขึ้นในใจของทุกคน
(ทุกคนยืนขึ้น ร้องเพลง “รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย” พร้อมกัน โค้งคำนับ) (จบ)
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับลูกเสือ:
- อุปกรณ์ประกอบฉาก: อาจใช้ผ้าคลุมสีสันสดใสแทนเสื้อเกราะ ใช้กระดาษแข็งทำเป็นดาบหรือโล่ หรือแค่ใช้การแสดงท่าทางประกอบ
- การแสดง: เน้นการแสดงออกทางสีหน้าและน้ำเสียงให้ชัดเจน โดยเฉพาะอารมณ์ของตัวละคร
- การมีส่วนร่วม: หากมีลูกเสือจำนวนมาก อาจเพิ่มบทบาทชาวบ้าน หรืออัศวินอื่นๆ ได้ เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม
- ข้อคิด: หลังจากการแสดงจบ ผู้กำกับอาจสรุปข้อคิดที่ได้จากเรื่องราว เพื่อตอกย้ำคุณธรรมและคติของลูกเสือ
อาทร จันทวิมล


