นักศึกษาใหม่ : ชีวิตที่เปลี่ยนไป

ผลการสอบเข้าศึกษาต่อและผลการคัดเลือกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ประกาศไปแล้ว  ทำให้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เป็น “น้องใหม่” เกิดขึ้นจำนวนมาก และขณะนี้มหาวิทยาลัยหลายแห่งได้มีกิจกรรมแสดงความยินดีกับน้องใหม่หรือกิจกรรม “รับน้อง”  มีเสียงกลองรัวดังทุกมุมตึกของคณะวิชาแต่ละคณะมีเสียงร้องเพลง รำ  เต้น และทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการออกท่าทางและกิจกรรมอื่น ๆ ที่รุ่นพี่ ๆ ทั้งหลายจัดมาให้กับน้องใหม่ เป็นการต้อนรับเข้าสู่การใช้ชีวิตใหม่เป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย

อุปกรณ์สำหรับนักศึกษา


อีกมุมหนึ่งของการเป็นนักศึกษาใหม่ ในยุคเทคโนโลยีก้าวหน้า การเตรียมอุปกรณ์สำหรับการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย (ไม่นับรวมอุปกรณ์สำหรับการเรียนในแต่ละสาขาวิชา) นั้นเป็นความตื่นเต้น สับสน ปนกับความดีใจและลังเล กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ล้วนมีราคา และคุณภาพที่หลากหลายให้เลือก อุปกรณ์สำหรับการเป็นนักศึกษาประกอบไปด้วยเทคโนโลยีต่อไปนี้

1. คอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจเป็นแบบตั้งโต๊ะ (Desk Top) และแบบนำพาได้ (Portable) (Notebook หรือ Laptop)

2. โทรศัพท์มือถือหรือ Cell Phone อาจจะเป็น BlackBerry หรือ iPhone ที่กำลังนิยมอยู่ขณะนี้

3. กล้องถ่ายภาพดิจิทัล (ทั้งภาพนิ่งและภาพวีดิทัศน์)

4. ทั้งสามอย่างนี้จะต้องนำใส่ไว้ในเป้สะพายหลัง (Backpack) ซึ่งมีหลายยี่ห้อหลายแบบ และหลายราคาอีกด้วย

5. ยานพาหนะ ตั้งแต่จักรยาน  มอเตอร์ไซค์ ไปจนถึงรถยนต์ ตามฐานะและความจำเป็นในแต่ละมหาวิทยาลัย

อุปกรณ์ดังกล่าวไม่รวม ยานพาหนะ มีราคากลางที่ประมาณ 50,000 บาท คนที่มีเงินน้อยอาจลดลงได้บ้างเหลือประมาณ 30,000 บาทและสำหรับคนมีเงินมากอาจสูงไปได้ถึง 200,000 บาท สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนเป็นสิ่งเกินความจำเป็นสำหรับนักศึกษา แต่ส่วนมากแล้วอุปกรณ์เหล่านี้นักศึกษาน้องใหม่ในเมืองใหญ่ส่วนมากพวกเขาใช้มาตั้งแต่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมแล้วจึงไม่รู้สึกแปลกใหม่แต่อย่างไร แต่น้องใหม่ที่มาจากต่างจังหวัดแดนไกล อาจจะยังไม่มีครบ

อุปกรณ์ที่นำเสนอดังกล่าวไม่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเรียน แต่เป็นสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลายควรทำความเข้าใจถ้าหากบุตรธิดาของท่านเรียกหาหรือร้องขอให้ซื้อให้สำหรับการเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ขอได้โปรดพิจารณาให้รอบคอบและหาทางออกที่เหมาะสม อาจจะชะลอการซื้อไปก่อนในช่วงแรก หรือค่อย ๆ ซื้อ  เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก ซื้อเฉพาะที่จำเป็นและเหมาะสมกับฐานะและภารกิจของการเรียนเท่านั้น  อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ดังกล่าวไม่อยู่นอกเหนือความคาดหมายที่พ่อแม่ผู้ปกครองคิดไว้แล้ว

ในอดีตอุปกรณ์เหล่านี้ไม่มี แต่การเป็นนักศึกษามีค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้ชีวิตเป็นนักศึกษา และต้องการใช้เงินที่ไม่สามารถอธิบายให้พ่อแม่เข้าใจได้ จึงใช้วิธีการหลอกพ่อแม่ที่ไม่ได้เรียนหนังสือมากนักว่า ต้องมีค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์การเรียน เพราะใบเสร็จค่าเล่าเรียนที่ออกให้จากมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะของรัฐบาลนั้นไม่แพงมาก พ่อแม่ให้เงินมาเกินพอสำหรับค่าเล่าเรียน แต่ไม่พอสำหรับการใช้ชีวิตเป็นนักศึกษา

มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาเป็นเรื่องขำ ๆ ว่าลูกที่เรียนมหาวิทยาลัยส่งจดหมายไปหาพ่อแม่เพื่อขอเงินมาซื้อไม้โปรแทร็กเตอร์ (Protractor) (คล้ายไม้บรรทัดรูปครึ่งวงกลมสามารถบอกค่ามุมเป็นองศาได้ ) ราคา 500 บาท ซึ่งที่จริงแล้วในสมัยนั้นมีราคาไม่เกิน 5 บาท ซึ่งพ่อแม่ไม่รู้จักว่าไม้โปรแทร็กเตอร์คืออะไรก็ส่งเงินมาให้ตามที่ลูกขอเป็นต้น

 
ชีวิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

การเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่สำคัญช่วงหนึ่งเป็นช่วงที่เปลี่ยนจากนักเรียนมาเป็นนักศึกษา สำหรับผู้ชายเปลี่ยนจากกางเกงขาสั้นมานุ่งกางเกงขายาว สำหรับผู้หญิงเปลี่ยนจากชุดคอซอง กระโปรงจีบรอบ มาเป็นชุดนักศึกษาและเตรียมใส่รองเท้าส้นสูงได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นความชื่นชมของพ่อแม่ สิ่งซ่อนเร้นที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายที่ไม่มีขีดจำกัด

จากการสังเกตพบว่า นักศึกษาใหม่ทั้งชายและหญิงประมาณ 20 เปอร์เซ็นยังเลือกเครื่องแต่งตัวที่เหมาะกับตนเองไม่ได้ มองดูแล้วสร้างรอยยิ้มให้กับอาจารย์ที่อยู่ในมหาวิทยาลัย แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 เทอมหรือ 1 ปี พวกเขาเริ่มเรียนรู้และรู้จักแต่งตัวตามแบบที่ตนเองต้องการหรือแต่งแล้วดูดีขึ้น และเลือกที่จะใช้ชีวิตและสร้างรสนิยม สร้างบุคลิกภาพ ตามแบบของตนขึ้นมา บนฐานค่าใช้จ่ายตามฐานะของแต่ละคน

การเป็นนักศึกษามีมาตรฐานการดำเนินชีวิตตามแบบแผนในแต่สถานศึกษาที่จะกำหนดแนวทางการใช้ชีวิตของนักศึกษาแต่ละคน นอกจากวัฒนธรรมของสถานศึกษาแล้วสาขาวิชาที่ทำการศึกษาก็มีส่วนกำหนดแนวทางการใช้ชีวิตของนักศึกษาอีกด้วย สิ่งเหล่านี้อาจเรียกได้ว่าเป็นหลักสูตรที่ซ่อนเร้น (Hidden Curriculum) สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักศึกษาได้ และปัญหาสำคัญที่เกิดความขัดแย้งกับพ่อแม่ขึ้นคือ มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นกว่าตอนที่เป็นนักเรียนมัธยมมาก เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการเป็นนักศึกษา การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ใช่เพียงค่าเล่าเรียนที่จ่ายให้มหาวิทยาลัยเท่านั้น

ค่าใช้จ่ายการสำหรับการเป็นนักศึกษา


บุคคลิกภาพที่เปลี่ยนไป อาจทำให้เกิดความขัดแย้งกับพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง อาจสร้างความขัดหูขัดตาพ่อแม่ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นที่พ่อแม่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน ค่าใช้จ่ายที่อธิบายไม่ได้ ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการใช้อุปกรณ์สำหรับการเป็นนักศึกษาดังกล่าว ซึ่งมีทั้งค่าใช้จ่ายประจำ และค่าบำรุงดูแลรักษา รวมทั้งมีอุปกรณ์ประกอบ อุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ เสริมเข้ามาใช้ ซึ่งล้วนไม่สามารถอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผล ถ้าพ่อแม่เคยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยมาก่อนก็พอจะสามารถเข้าใจและทำใจได้ แต่ถ้าพ่อแม่ไม่เคยเป็นนักศึกษามาก่อนก็ยากที่เข้าใจและอาจเกิดปัญหาขัดแย้งสร้างความเครียดให้กับทุกคนในครอบครัวได้

ปัญหาของค่าใช้จ่ายสำหรับการเป็นนักศึกษาและใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอาจเป็นเรื่องเล็กสำหรับบางครอบครัว แต่เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับหลายครอบครัวที่ไม่สามารถหาเงินมาให้กับบุตร ธิดา ที่เรียนในมหาวิทยาลัยได้มีชีวิตอยู่อย่างทัดเทียมเพื่อน ๆ และถ้านักศึกษาบางคนขาดการแนะนำและดูแลที่ดี อาจหลงใหลไปกับวัตถุต่าง ๆ จนเกินฐานะของตนเอง นักศึกษาเหล่านั้นจึงต้องหาเงิน…ทำให้ต้องใช้วิธีการต่าง ๆ ที่ไม่สุจริต ผิดศีลธรรมจรรยา เพื่อให้ได้เงินมาซื้อวัตถุและอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง และนักศึกษาเหล่านี้เป็นนักศึกษาที่ขาดการดูแลและชี้นำอย่างถูกต้อง อาจเป็นผลผลิตที่ไม่พึงประสงค์ของสังคมได้

แต่ในทางตรงข้ามถ้านักศึกษาที่ขาดแคลนเหล่านั้นได้รับการชี้นำและช่วยเหลือได้ถูกทางจะสามารถใช้กำลังและความสามารถของตนไปในทางสร้างสรรค์ เข้าใจชีวิต หรือใช้วิธีการหาเงินในระหว่างการเรียนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และไม่ผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาการและวิชาชีพได้อีกด้วย


 src=



การทำความเข้าใจร่วมกัน

การทำความเข้าใจร่วมกันนั้น ทำได้โดยการที่พ่อแม่ขอคำปรึกษาจากอาจารย์ในมหาวิทยาลัยนั้น หรืออาจารย์ที่ปรึกษาที่ทำหน้าที่ดูแลนักศึกษา เป็นการเฉพาะจะทำให้ลดความขัดแย้งลงได้ พ่อแม่โปรดอย่าอายหรือเกรงใจ และยอมสละเวลามาพบกับอาจารย์ที่ปรึกษาและสอบถามถึงปัญหาการเรียนและการใช้ชีวิตการเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยบ้าง อย่าคิดเอาเอง ตัดสินเอง หรือตามใจลูก เชื่อใจลูก เพราะหลายสิ่งหลายอย่างไม่เป็นไปอย่างที่ท่านคิด เนื่องจากเวลาเปลี่ยนไป บรรยากาศในการเรียน วัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งแตกต่างกันและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ท่านเคยคิดและเข้าใจ

พ่อแม่ควรเข้าไปดูการใช้ชีวิตของลูกในมหาวิทยาลัยบ้าง อย่าปล่อยให้เขาอยู่กับเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ ๆ เท่านั้น เพราะลำพังเพียงอาจารย์ดูแลบุตร ธิดา ของท่านได้ไม่ทั่วถึง พ่อแม่ต้องช่วยอาจารย์ดูแลพวกเขาด้วยกัน จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ในสังคมนี้ได้อย่างมาก…ท่านคงทราบมานานแล้วว่ามีปัญหาอะไรบ้างที่เกิดกับนักศึกษาในปัจจุบันนี้…อย่าปล่อยให้นักศึกษาใหม่เดินตามรอยรุ่นพี่บางคนอย่างผิดทาง…

โดย : รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์


แหล่งที่มา : http://www.thairath.co.th/