นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น “การประชาพิจารณ์ : ความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาการศึกษา กศน.” ในโครงการ (ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ปลูกฝังอุดมการณ์ ความรักชาติ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์) ของผู้เรียน กศน. กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ กว่า 185 คน เมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563 ณ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จังหวัดเชียงใหม่ จัดโดยสถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ (สถาบัน กศน.ภาคเหนือ) นำโดยนายจำเริญ มูลฟอง ผอ.สถาบัน กศน.ภาคเหนือ นายสังข์ กาญจนเพิ่มพูน ผอ.สถาบัน กศน.ภาคตะวันออก และ ผอ.-รอง ผอ.กศน.จังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ รวมทั้ง นายศุภกร ศรีศักดา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ นายอรุณไสว ปินอินต๊ะ รองผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ ตลอดจนบุคลากร นักศึกษาและผู้เรียน กศน. เข้าร่วมและให้การต้อนรับ กว่า 350 คน
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการสรุปข้อคิดเห็นและความคาดหวังในการพัฒนาการศึกษาของ กศน. ซึ่งเกิดจากการระดมความคิด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวบรวมเป็นข้อมูลของเยาวชนและประชาชนผู้เรียน กศน. ภายใต้กลไกการทำงานของสถาบัน กศน.ภาคเหนือ ตลอดจนผู้บริหาร กศน.จังหวัดทั้ง 17 จังหวัด และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทำให้เห็นถึงความตั้งใจและความพยายามในการที่จะร่วมพัฒนาการศึกษาไปด้วยกัน นับเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ ต่อการขับเคลื่อนและแก้ไขปรับปรุงงานได้ตรงเป้า ตรงจุด เพื่อให้เกิดความก้าวหน้ามากที่สุด
ในมิติของการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้มีการกำหนดภาระหน้าที่การจัดการศึกษาครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน โดยในส่วนของ กศน. ครอบคลุมทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญต่อการเรียนรู้ในทุกชุมชนทุกพื้นที่ เข้าไปถึงประชาชนทุกคนทุกกลุ่ม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับคนทุกช่วงวัย และภาพการนำเสนอในครั้งนี้ ก็ถือเป็นอีกความสำเร็จในการเปิดโอกาสให้ผู้เรียน กศน.ทุกกลุ่ม รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายพิเศษ (เด็กเร่ร่อน, ผู้พิการ) ได้แสดงพลังความคิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อร่วมพัฒนาการศึกษาไปด้วยกัน
“การพัฒนาการศึกษาของ กศน.ภายใต้การกำกับดูแลของครูพี่โอ๊ะ จะต้องอาศัยสถาบัน กศน.ภาคเหนือ ขับเคลื่อนสู่ระดับสำนักงาน กศน.จังหวัดทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งมีงานในหลายส่วนที่ดำเนินการไปแล้ว และสอดคล้องกับความคาดหวังที่ได้รับฟังในครั้งนี้ อาทิ การพัฒนาหลักสูตรอาชีพออนไลน์ ให้สอดคล้องกับความต้องการและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย, การจัดทำคลังข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อส่งเสริม สนับสนุน แบ่งปันทรัพยากรและองค์ความรู้ร่วมกัน, การปรับปรุงรายวิชาที่มีความซ้ำซ้อนและไม่ทันสมัย โดยเฉพาะหลักสูตรอาชีพแต่ละพื้นที่ ต้องทำการสำรวจความต้องการ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน, แหล่งเรียนรู้ ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ 103 แห่ง ได้มอบแนวทางให้สำรวจความต้องการของผู้อ่านและผู้ใช้บริการ นำสู่การพัฒนาปรับปรุง ทั้งการจัดหาสื่อและหนังสือใหม่ ทันสมัย สร้างการเรียนรู้ต่อยอดการมีอาชีพ การจัดทำทางลาดสำหรับผู้พิการ มีสื่อ อุปกรณ์เทคโนโลยี ตลอดจนสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้จริง และการให้บริการของบรรณารักษ์ตลอดจนกิจกรรมห้องสมุด เพื่อดึงดูดคนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น
นอกจากนี้ ในส่วนของการจัดทำสื่อการเรียนการสอนเพื่อติวเข้มและช่วยเสริมเติมเต็มความรู้ทางวิชาการแก่ผู้ต้องการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น จะรับไปพิจารณาจัดทำสื่อออนไลน์ในทุกระดับ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในรูปแบบคลังการเรียนรู้บนระบบคลาวด์ เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ในทุกที่ทุกเวลา ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน กศน.ต่อไป” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
นวรัตน์ รามสูต: สรุป/เรียบเรียง
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
29/8/2563