Read Thailand ปี 2 เชิดชูโรงเรียนส่งเสริมการอ่านดีเด่น

Read Thailand ปี 2 เชิดชูโรงเรียนส่งเสริมการอ่านดีเด่น


                         

 

โครงการ Read Thailand : อ่านเถิด…เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน ปีที่ 2 นี้ มีโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการจากทุกสังกัดทั่วประเทศ แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา 60 โรงเรียน และระดับมัธยมศึกษา 57 โรงเรียน ซึ่งทาง TK park ได้มุ่งสรรหาแผนงานและกระบวนการจัดการโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น โดยมีโรงเรียนที่ได้รับรางวัลดังต่อไปนี้

                           

รางวัลดีเด่นระดับประถมศึกษา ประเภทโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่ โรงเรียนวัดทะเลปัง จ.นครศรีธรรมราช ด้วยนวัตกรรม “กิจกรรมสร้างสรรค์ปัญจวิธี” รางวัลดีเด่นระดับประถมศึกษา ประเภทโรงเรียนขนาดกลาง ได้แก่ โรงเรียนชุมชนบ้านบ่อประดู่ จ. สงขลา ด้วยนวัตกรรม “1 C 4 R พัฒนาการอ่าน” รางวัลดีเด่นระดับประถมศึกษา ประเภทโรงเรียนขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงเรียนศรีทักษิณ จ.นราธิวาส ด้วยนวัตกรรม “กวีสามบรรทัดพัฒนาการอ่าน” รางวัลดีเด่นระดับมัธยมศึกษา ประเภทโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่ โรงเรียนวังม่วงพิยาคม ด้วยนวัตกรรม “บันไดความรู้ บูรณาการผ่าน 4 ส สู่การอ่านที่ยั่งยืน”รางวัลดีเด่นระดับมัธยมศึกษา ประเภทโรงเรียนขนาดกลาง ได้แก่ โรงเรียนขุนยวมวิทยา ด้วยนวัตกรรม “เจ้าฟ้านักอ่าน สานฝันเด็กดอย” รางวัลดีเด่นระดับมัธยมศึกษา ประเภทโรงเรียนขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงเรียนบุญวัฒนา ด้วยนวัตกรรม “Boonwattana Reading For Fun”

                          

นายราเมศ พรหมเย็น รักษาการรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ กล่าวว่า โครงการ Read Thailand อ่านเถิด…เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยในปีนี้ได้ขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งทั้ง 30 โรงเรียนทั่วประเทศที่เข้ารอบสุดท้ายล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป

 

“โรงเรียนที่อยู่ติดกับชายแดนภาคต่างๆ ก็จะเน้นในเรื่องของการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนอ่าน เขียนภาษาไทยให้แตกฉาน อาทิ โรงเรียนที่แม่ฮ่องสอน เด็กนักเรียนส่วนใหญ่จะมาจากชนเผ่าต่างๆ เช่น ไทยใหญ่ ม้ง กะเหรี่ยง ซึ่งทางผู้บริหารและครูเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและการส่งเสริมการใช้ภาษาไทย ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้และการประกอบอาชีพตามที่เด็กๆ ฝันไว้ในอนาคต หรือโรงเรียนจากจังหวัดนราธิวาส ที่เด็กนักเรียนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ใช้ภาษามาลายูเป็นหลักในการสื่อสาร ทำให้ทักษะการอ่าน เขียนภาษาไทยค่อนข้างอ่อน เด็กส่วนใหญ่ไม่เข้าใจเนื้อหาแบบเรียนภาษาไทยมากนัก คำและเนื้อเรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องไกลตัวเด็ก ส่งผลให้เด็กขาดความสนใจต่อการอ่านและการเขียนภาษาไทย จะอ่านเฉพาะคำสั้นๆ ที่ตนเข้าใจและสนใจ ทางโรงเรียนจึงได้คิดกิจกรรมเพื่อจะทำให้เด็กหันมาสนใจเรียนเขียนอ่านภาษาไทยมากขึ้น

 

โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่จะนำเทคนิคการบริหารงานอย่างมีคุณภาพ (PDCA) เข้ามาจับ เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินกิจกรรมที่นำเสนอก็มีการจัดทำกิจกรรมที่หลากหลาย แบ่งตามกลุ่มอายุ สอดคล้องกับหลักสูตร ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีจุดเน้นที่หนังสือพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงพระอัจฉริยภาพด้านการอ่านการเขียนของพระองค์

 

โรงเรียนบางแห่งนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาร่วมพัฒนาเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) AR book ใช้ QR Code เข้ามาทำให้กิจกรรมส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากนั้น กิจกรรมที่ดำเนินการส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำแต่เฉพาะในโรงเรียนเท่านั้น แต่มองไปถึงกิจกรรมที่สามารถสร้างสัมพันธ์ภาพอันดีภายในครอบครัว ในชุมชน โดยมีการให้นักเรียนนำหนังสือไปอ่านกับผู้ปกครองที่บ้าน มีการจัดหนังสือหมุนเวียนไปจัดเป็นมุมหนังสือในหมู่บ้านหรือชุมชนรอบโรงเรียน มุมหนังสือที่วัดซึ่งเป็นศูนย์รวมของคนในชุมชน รวมไปถึงการสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายอื่น ๆ

 

ด้านนางภัทรียา จารงค์ อาจารย์จากโรงเรียนศรีทักษิณ จ.นราธิวาส ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่จากนวัตกรรม “กวีสามบรรทัดพัฒนาการอ่าน” เปิดเผยว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะนวัตกรรมกวีสามบรรทัดพัฒนาการอ่านที่ส่งเข้าประกวดนั้น ช่วยให้เด็กนักเรียนไทยมุสลิม สามารถอ่านหนังสือภาษาไทยออก นอกจากภาษามลายูที่ใช้ในชีวิตประจำวัน วิธีคิดของนวัตกรรมดังกล่าวจึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะให้เด็กๆ อ่านออกเขียนได้ในเบื้องต้น

 

“เด็กๆ ไม่ได้ใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน ปัญหาของพวกเขาคืออ่านหนังสือไม่ออก ซึ่งก็หาวิธีมาเยอะจนคุณครูชาตี สำราญ ที่เสนอให้ใช้บทกวีหรือความเรียง 3 บรรทัดเป็นเครื่องมือสื่อสาร เพราะเป็นการเล่นคำง่ายๆ เราจึงให้เด็กทั้งโรงเรียนตั้งแต่ ป.1-ป.6 คน รวม 416 คนเข้าร่วมกิจกรรม ก็ต้องฝึกเด็กท่องพยัญชนะให้คล่อง แต่งประโยคให้เป็นก่อน และลองฝึกดู

 

ในช่วงแรกเด็กๆ ยังไม่คล่องในการใช้คำ เลยต้องจัดบรรยากาศให้ดูน่าศึกษาโดยมีกวีมาให้เด็กอ่าน ครูต้องขยันถามเพื่อกระตุ้นให้เด็กคิด เพราะกวี 3 บรรทัดช่วยฝึกให้คิด ถ้าเขาเขียนไม่ได้ก็ให้เขาเขียนที่กระดานก่อนทำไปเรื่อยๆให้เขียน 1 บท ทุกวัน ซึ่งสุดท้ายก็ได้ผลลัพธ์ที่ดี เด็กๆ ในโครงการอ่านหนังสือภาษาไทยได้ โดยเราใช้เวลา 1 ปี สำหรับโครงการนี้ ถือเป็นนวัตกรรมการอ่านที่ได้ผลมากที่สุดของโรงเรียนตั้งแต่จัดกิจกรรมมาเลยค่ะ”

 

ด้าน น.ส.ธัญชนก ฤทธิมาส อาจารย์จากโรงเรียนวัดทะเลปัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งคว้ารางวัลชนะเลิศประเภทโรงเรียนประถมขนาดเล็กจากนวัตกรรม “กิจกรรมสร้างสรรค์ปัญจวิธี” กล่าวว่าวิธีคิดหลักของนวัตกรรมคือเรื่องการเล่นให้เชื่อมโยงกับการอ่าน เพราะสังเกตเห็นว่าเด็กๆ จะชอบแย่งกันตอบคำถามและก็สนุกกับการเล่น จึงนำมาผสมผสานกัน โดยทำกิจกรรมผ่านเกมส์ต่างๆ 5 เกมส์คือ บันไดงูฟิตปั๋ง, ถอดรหัสการอ่าน, สุดหรูหนูทำได้ ที่ชวนเด็กๆ มาร่วมทำหนังสือป๊อบอัพด้วยความคิดสร้างสรรค์, ปัญหาพระราชนิพนธ์ และกล่องมหัศจรรย์

 

“หลังจากทดลองนวัตกรรมนี้กับเด็กๆ พบว่าได้ผลดีมาก โดยเฉพาะเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีผลสอบโอเน็ตเพิ่มขึ้นจาก 50 กว่าคะแนน ขึ้นเป็น 67 คะแนนค่ะ ในส่วนของเด็กๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก็อ่านหนังสือออกหมด จากการทดสอบการอ่านออกเขียนได้พบว่าประสบความสำเร็จถึง 95% เลยค่ะ ทางโรงเรียนตั้งใจว่าจะกิจกรรมส่งเสริมอย่างจริงจังเเละต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีนิสัยรักการอ่านค่ะ”

http://www.banmuang.co.th/news/education/47061