กระทรวงศึกษาธิการ – 28 สิงหาคม 2568 / นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 7/2568 พร้อมด้วยนางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ
โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สกศ. นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. ตลอดจนผู้บริหาร ศธ. คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วม
รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมฯ ได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้
1. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ รองผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
โดยเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้กำหนดขึ้นใหม่ (ว 19/2567) และสอดคล้องกับบริบทด้านการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป
2. เห็นชอบ การกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอปรับปรุงการกำหนดกรอบอัตรากำลังของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับการแบ่งส่วนราชการภายใน ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้จัดทำประชาพิจารณ์ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และได้แจ้งผลให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ทราบ ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการพิจารณาและวิเคราะห์ผลการทำประชาพิจารณ์ และมอบให้ สพฐ. จัดทำ (ร่าง) กรอบอัตรากำลังฯ ภายใต้เงื่อนไข จำนวนไม่เกิน 11,417 อัตรา ซึ่งไม่เกินจำนวนกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด (ตาม ว 26/2560 และ ว 24/2565)
สพฐ. จึงได้ขอกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 245 เขต ตามโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ จำนวน 9 กลุ่ม 1 หน่วย ภายใต้เงื่อนไขงบประมาณด้านบุคคลไม่เพิ่มสูงขึ้น จำนวน 11,039 อัตรา ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วมีมติ เห็นชอบ (ร่าง) กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 11,039 อัตรา
รวมทั้งเห็นชอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. กำหนดเลขที่ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ใหม่ โดยกำหนดเป็นเลขที่ตำแหน่ง จำนวน 10 หลัก เนื่องจากการกำหนดเลขที่ตำแหน่งเดิมมีความซ้ำซ้อนทำให้เกิดความยุ่งยากในการตรวจสอบและกำกับติดตามการบริหารงานบุคคลของส่วนราชการ และเห็นชอบแนวทางการบริหารกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยให้ สพฐ. จัดบุคลากรลงกรอบอัตรากำลังนี้ ภายใน 1 ปีงบประมาณโดยใช้แนวทางการบริหารกรอบอัตรากำลัง ตามที่สำนักงาน ก.ค.ศ. กำหนด
3. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา
สืบเนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ว 8/2563) และหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา (ว 2/2562) ได้ประกาศและบังคับใช้มาเป็นระยะเวลากว่า 5 ปี และ
6 ปี ตามลำดับ ซึ่งขอบข่าย เนื้อหา และรูปแบบของการพัฒนาอาจไม่สอดคล้องกับบริบทของการจัดการศึกษา
ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน จำเป็นต้องปรับปรุงรูปแบบ สาระสำคัญ และกระบวนการพัฒนา เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา
รวมทั้ง ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ว 19/2567 ซึ่งกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งให้ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา ต้องผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ดังนั้น จึงต้องมีการกำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาใหม่ โดยใช้กับทุกส่วนราชการเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ทั้งนี้ ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ว 8/2563 และหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ว 2/2562 โดยในช่วงระหว่างที่หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ประกาศใช้แล้ว แต่ยังไม่มีหลักสูตรการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้รองรับ ให้นำหลักสูตรการพัฒนาในหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ว 8/2563)
และหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา (ว 2/2562) มาใช้ไปพลางก่อน จนกว่าการจัดทำหลักสูตร การพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้จะแล้วเสร็จ และในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างที่ ก.ค.ศ. ยังมิได้ดำเนินการเกี่ยวกับการออกใบรับรองการผ่านการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ให้เพิ่มระยะเวลาในการพัฒนาและการฝึกประสบการณ์จากที่ส่วนราชการกำหนดระยะเวลาในการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้อีกไม่น้อยกว่า
21 ชั่วโมง
4. อนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 6 ราย
5. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งขึ้นบัญชีรอการบรรจุ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 2 ราย
ประชาสัมพันธ์ สำนักงาน ก.ค.ศ. / ข้อมูล
อานนท์ วิชานนท์ / เรียบเรียง
ศศิวัฒน์ แป้นคุ้มญาติ / ภาพ