70 ปี วันครู สืบสานพระราชปณิธาน “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” ธรรมนัส – นฤมล ผนึกกำลังยกระดับคุณภาพครู สร้างอนาคตชาติ

กระทรวงศึกษาธิการ – 16 มกราคม 2569 / ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี (รอง นรม.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.กษ.) เป็นประธานในพิธีจัดงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569 “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” ณ หอประชุมคุรุสภา

โดยมี ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา ผู้บริหารระดับสูง ศธ. คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วม

สำหรับกิจกรรมวันครูเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 07.30 น. โดย ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศธ. มอบหมายให้ นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศธ. นำผู้บริหาร ศธ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบพิธีทำบุญตักบาตร พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ครูผู้วายชนม์ และพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้น เวลา 09.00 น. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานในพิธีฯ ได้นำผู้ร่วมงานจากทั่วประเทศเข้าสู่พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยรับชมวีดิทัศน์เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นถวายสักการะพระฉายาลักษณ์ พร้อมรับฟังบทอาศิรวาท (ขับเสภา) เนื่องในวันสวรรคต โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพคุณ สุดประเสริฐ ผู้ประพันธ์บท และร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที

ต่อด้วยพิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ โดยมีการวางพวงมาลัยสักการะปฐมบูรพาจารย์ (ศีรษะครู 7 องค์) สักการะพระรัตนตรัย และนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อ่านโองการอัญเชิญบูรพาจารย์ พร้อมการสวดฉันท์ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ โดยนายธนากร ดอนเหนือ ครูอาวุโสนอกประจำการ เลขาธิการคุรุสภา ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม นำยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อระลึกถึงบูรพาจารย์ที่ล่วงลับ และมีครูอาวุโสในประจำการ นายสุรศักดิ์ ผาสุขรูป นำกล่าวคำปฏิญาณตนของครูและบุคลากรทางการศึกษา

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวเนื่องในโอกาสวันครูประจำปี พ.ศ. 2569 ว่า ในนามของรัฐบาลและพี่น้องประชาชนชาวไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมระลึกถึงพระคุณครู เนื่องในวันครูครบรอบ 70 ปี ภายใต้แนวคิด “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” ซึ่งคำว่า “แม่” และ “ครู” คือรากฐานสำคัญของชีวิตมนุษย์ “แม่” คือผู้ให้กำเนิดและหล่อหลอมจิตใจ ขณะที่ครูคือผู้ประสิทธิ์ประสาทปัญญาและหล่อหลอมความคิด เมื่อสองคำรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็นแม่พิมพ์อันประเสริฐของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงใช้พระเมตตาและพระปรีชาญาณในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

จากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้ตระหนักอย่างชัดเจนว่าพระองค์ทรงเป็นทั้ง “แม่” และ “ครู” ของแผ่นดิน ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษา และทรงให้ความสำคัญต่อครูและบุคลากรทางการศึกษาในฐานะผู้สร้างรากฐานของชาติอย่างแท้จริง

“ครู คือ พ่อและแม่คนที่สองของศิษย์” พ่อแม่สอนให้ลูกเป็นคนดี ขณะที่ครูคือผู้หล่อหลอมเยาวชนให้เป็นคนเก่ง มีความรู้ และมีทัศนคติที่ถูกต้อง แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายใต้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่สังคมจะต้องไม่ละเลยความสำคัญของพ่อพิมพ์และแม่พิมพ์ของชาติได้ สอดคล้องกับคำขวัญของนายกรัฐมนตรีที่ว่า “คนไทยทุกคนเป็นศิษย์ มีครู” ซึ่งสะท้อนความจริงได้อย่างชัดเจน

“ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความสำคัญยิ่งกว่านวัตกรรม” จากการลงพื้นที่หลายจังหวัด พบว่าบ้านพักครูในหลายพื้นที่ยังอยู่ในสภาพทรุดโทรม ขณะที่บางพื้นที่มีความเจริญแตกต่างกันอย่างชัดเจน ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ จึงต้องหันกลับมาใส่ใจ “พ่อแม่คนที่สอง” ของลูกหลานไทยอย่างจริงจัง โดยจะเร่งพัฒนาสวัสดิการ ความปลอดภัย และที่อยู่อาศัยของครู ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการจัดทำโครงการบ้านพักครู รวมถึงการส่งเสริมระบบสหกรณ์และการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาหนี้สินครู

สิ่งที่ได้สัมผัสตลอดชีวิตคือ “พระคุณของครู” ซึ่งเป็นผู้หล่อหลอมให้ตนเติบโตและมีโอกาสรับใช้ประเทศชาติจนถึงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ในฐานะข้าราชการและผู้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ขอยึดมั่นในการประพฤติตนเป็นคนดี และสนับสนุนบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรม มาร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านการศึกษาของประเทศ

“ในโอกาสวันครูครบรอบ 70 ปี ในนามของรัฐบาล ขอส่งกำลังใจไปยังครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ พร้อมยืนยันว่าจะมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของครูผู้เป็นแม่พิมพ์ของชาติ “ถึงแม้ว่าความเจริญทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะมีมาก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตวิญญาณของความเป็นครู” ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างคนและสร้างชาติอย่างแท้จริง“ รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กล่าวว่า คุรุสภาได้จัดงานวันครูขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 และจัดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยปี พ.ศ. 2569 เป็นการจัดงานวันครูครั้งที่ 70 มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมความสามัคคีและความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน และยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่สร้างคุณูปการต่อวงการศึกษาและสังคม

การจัดงานวันครูปีนี้ กระทรวงศึกษาธิการโดยคุรุสภา ร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด และสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ โดยส่วนกลางจัดงาน ณ หอประชุมคุรุสภา ในวันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569 กิจกรรมสำคัญประกอบด้วย การทำบุญตักบาตร พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ครูผู้วายชนม์ พิธีบูชาบูรพาจารย์ การเสวนาทางวิชาการ การมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติผู้สร้างคุณูปการทางการศึกษา การพัฒนาศักยภาพครูผ่านหลักสูตรออนไลน์ และการจัดนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

นับตั้งแต่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างรอบด้าน โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา ทั้งอาคารเรียน ครุภัณฑ์ และสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา เพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัย

“กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับครูและบุคลากรทางการศึกษาในฐานะกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาอย่างแท้จริง จึงมุ่งส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของครู เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างที่ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการปรับปรุงระบบวิทยฐานะ โดยเปิด 3 ทางเลือกในการขอปรับวิทยฐานะให้เหมาะสมกับบริบทและภาระงานของครู พร้อมเดินหน้าดูแลสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยผ่านโครงการบ้านพักครูให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ปรับโครงสร้างหนี้และจัดตั้งสหกรณ์กลางเพื่อรวบรวมหนี้ ลดภาระทางการเงิน และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้ครูสามารถทุ่มเทแรงกายแรงใจในการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มที่“

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมพบปะพูดคุยกับครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และวงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม อดีตแชมป์โลกหลายรายการที่มาร่วมต้อนรับ ก่อนเดินทางกลับ

ในการนี้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ จำนวน 11 รางวัล รวม 232 คน ประกอบด้วย

  • รางวัลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 7 คน
  • รางวัลคุรุสภา ประจำปี 2568 ระดับดี จำนวน 18 คน
  • รางวัลครูผู้สอนดีเด่น จำนวน 26 คน
  • รางวัลผลงาน “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” จำนวน 20 คน
    รางวัลผลงานวิจัยของคุรุสภา จำนวน 9 คน
  • รางวัล Next Generation Teacher Award 2025 จำนวน 10 คน
  • รางวัลสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการจัดกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เรื่องความฉลาดรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ประจำปี 2568 (กลุ่มนำร่อง) จำนวน 24 แห่ง
  • รางวัลสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพ ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (E-PLC) ประจำปี 2568 จำนวน 28 แห่ง
  • รางวัลประกวดข้อเขียนเชิงวิชาการสู่การจัดการเรียนการสอน หัวข้อ “คุณค่าของสารานุกรมวิชาชีพครูสู่การจัดการเรียนการสอน” จำนวน 6 คน
  • รางวัลพระพฤหัสบดี ระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2568 จำนวน 27 คน (สกสค.)
  • รางวัล “ครูดีในดวงใจ” จำนวน 57 คน (สพฐ.)

สำหรับในช่วงบ่าย มีการปาฐกถาพิเศษ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 8 “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน”เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดย นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา

รวมทั้งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติมอบรางวัลรวม 5 รางวัล ได้แก่

  • รางวัล “คุรุสดุดี” ประจำปี 2568 จำนวน 882 คน
  • รางวัลสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนเอกชนที่มุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้เชิงสมรรถนะ จำนวน 34 แห่ง (สช.)
  • รางวัลต้นแบบการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมด้วย 4+6 โมเดล ระดับประเทศ ภายใต้โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รักคุณธรรม จำนวน 10 แห่ง (กสศ. และคุรุสภา)
  • รางวัลพระพฤหัสบดี ประจำปี พ.ศ. 2568 ระดับภาคและระดับจังหวัด จำนวน 12 คน (สกสค. กรุงเทพมหานคร)
  • รางวัล “คุรุรัตน์” กรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 50 คน (ศธจ.กทม.)

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว-กราฟิก
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า,
อินทิรา บัวลอย,
สมประสงค์ ชาหารเวียง,
ศุภณัฐ วัฒนมงคลลาภ / ภาพ

ภาพเพิ่มเติม https://drive.google.com/drive/folders/1viacuweApIB8SrcDFnBJJixwpDw90I5T?usp=sharing