5ม.ราชภัฏภาคกลางผนึกกำลังการสอนลงนามความร่วมมือเสริมเขี้ยว’พัฒนา-จัดการศึกษา’
รศ.บัญญัติ สุขศรีงาม อธิการมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ ห้องแก้วลืมคอนสัมมนาคารบางปะกง ปาร์ก มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการประชุมลงนามร่วมกันของกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคกลาง โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคกลางทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย รศ.ดร.กวีศิริโภคาภิรมย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี,ดร.บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, ผศ.อเนก เทพสุภรณ์กุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์, รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และตนเอง ร่วมประชุมความร่วมมือมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภูมิศาสตร์ภาคกลาง และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาการบริหารและการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภูมิศาสตร์ภาคกลาง
รศ.บัญญัติ กล่าวว่า ภายในการประชุมได้มีการหารือเรื่องความร่วมมือในการพัฒนาการบริหารและการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภูมิศาสตร์ภาคกลาง อภิปรายและระดมสมองเรื่องแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาด้านงานวิชาการ งานวิจัยและบริการวิชาการ และงานบริหารทั่วไป เพื่อนำแนวทางมาปรับปรุงและพัฒนามหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับภายในเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภูมิศาสตร์ภาคกลาง
รศ.บัญญัติ กล่าวด้วยว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภูมิศาสตร์ภาคกลาง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ เป็นสถาบันอุดมศึกษาในระดับท้องถิ่นที่จะช่วยเสริมสร้างพลังปัญญาของชาติ มุ่งสร้างความก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนของชุมชนและประเทศ โดยเน้นการผลิตครู ผลิตบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังให้บริการทางวิชาการแก่ท้องถิ่น เช่น การจัดฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นการจัดประชุมสัมมนา การจัดเสวนา การจัดเวทีชาวบ้าน
ตลอดจนการตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมมือกันในการพัฒนาศักยภาพของทุกมหาวิทยาลัยให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาชุมชน สังคมและประเทศชาติ บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมอย่างเสมอภาค ความโปร่งใสความไว้วางใจ ทั้งนี้ การดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวมีสัญญาร่วมกัน 5 ปี นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาเป็นต้นไป
แหล่งที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ข่าวสด
